
DPU จับมือ BOI–อว.–สอวช. ดึงศาสตร์สร้างอัตลักษณ์หน้ากล้องและการผลิตคอนเทนต์ ปั้น ‘สถาปนิกสุขภาพ’ เจาะเทคนิคพัฒนาศักยภาพสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย
- Newsletter
- SDGs 1
- SDGs 3
- SDGs 4
- SDGs 8
- SDGs 11
- SDGs 17
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ผนึกกำลังกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนหลักสูตร “ปรุงสุข” ภายใต้โครงการ Skill Bridge เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรสู่การเป็น “สถาปนิกสุขภาพ” หรือ Health Architect ที่เชี่ยวชาญการบูรณาการศาสตร์ด้านโภชนบำบัดเชิงรุกเข้ากับศิลปะการสื่อสารดิจิทัล และการผลิตคอนเทนต์อาหารด้วยนวัตกรรม AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดเวลเนสระดับสากล เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ อาจารย์อานนท์ บัวภา หัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เจ้าของเพจ “เกิดมาเป็นเด็กกิจกรรม” ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.4 แสนบัญชีผู้ใช้ ร่วมกับ คุณชัญญา อุดมพร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแพลนต์เบสและเจ้าของเพจ Vegan Calendar มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และขับเคลื่อนการอบรมในโมดูลการสร้างอัตลักษณ์หน้ากล้องและการผลิตคอนเทนต์อาหารสุขภาพในยุคดิจิทัลครั้งนี้


โดยในการบรรยาย อาจารย์อานนท์ บัวภา ได้ถ่ายทอดในเรื่อง การสร้างอัตลักษณ์หน้ากล้องและการผลิตคอนเทนต์ โดยเริ่มต้นชี้แจงรายละเอียดเชิงเทคนิคว่า การส่งต่อคุณค่าด้านสุขภาพผ่านหน้ากล้องต้องอาศัยการจุดชนวนคิดแบบ Growth Mindset เพื่อพลิกความผิดพลาดเป็นโอกาสในการเรียนรู้ พร้อมระบุแนวทางผ่านมาตรวัดความเชื่อมั่นว่า “ความมั่นใจไม่ใช่พรสวรรค์” แต่คือ “ทักษะที่ฝึกฝนได้” โดยมีหัวใจสำคัญคือการเบนเข็มความสนใจไปที่ความต้องการของคนดู และปรับคลื่นความถี่การสื่อสารให้เสมือนกำลังนั่งจับเข่าคุยกับคนเพียงคนเดียว เพื่อลดความประหม่าต่อผู้ชมจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ การลดกำแพงความกังวลสามารถทำได้ด้วยเทคนิคการมองเลนส์กล้องที่เปรียบเสมือนการสร้าง Eye Contact หรือสบตากับผู้ชมโดยตรง พร้อมกับการวาดลวดลายภาษากายควบคู่ไปกับการแต้มรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยถักทอสายใยความรู้สึกเชื่อมโยง และยังสะกดสายตาคนดูให้หยุดนิ่งได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

ในส่วนของการสร้างจุดจดจำให้เป็นเอกลักษณ์ อาจารย์อานนท์ บอกว่า ควรให้ความสำคัญกับการสลัก Identity หรืออัตลักษณ์เฉพาะตัวให้ชัดเจน โดยหยิบยกกรณีศึกษาของ “จูดี้ จารุกิตติ์” ที่สร้างการจดจำผ่านรูปลักษณ์ที่โดดเด่น เช่น การทาลิปสติกสีแดงและการเกล้ามวยผมที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานกับวลีเด็ดประจำตัวอย่าง “จูดี้รับจบ...ค่ะ” ซึ่งเป็นคำพูดที่สะท้อนภาพที่สร้างความเป็นกันเอง และตอกหมุดการจดจำได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ อาจารย์อานนท์ยังได้ถ่ายทอดสูตรการเล่าเรื่องแบบ Storytelling ผ่านโมเดล “เปิด ปรุง ปิด” ที่เริ่มจากการโหมโรงด้วยคำถามที่กระชับเพื่อหยุดนิ้วผู้ชมภายในสิบวินาทีแรก จากนั้นจึงขยายความท้าทายผ่านเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกัน ก่อนจะสรุปจบการเล่าเรื่องด้วยการใส่ความรู้สึกเพื่อส่งมอบแก่นความคิดสำคัญที่ทรงคุณค่าให้ประทับลึกเข้าไปในใจของผู้ชม

สำหรับการอบรมเชิงลึกในโมดูลการสื่อสารและนวัตกรรมดิจิทัลครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้หลักสูตร “ปรุงสุข” ในโครงการฝึกทักษะระดับสูงซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านกลไกการถ่ายทอดองค์ความรู้ในสี่เสาหลักยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ วิทยาศาสตร์โภชนาการ อาหารฟังก์ชัน การสร้างแบรนด์ และนวัตกรรมธุรกิจ นอกจากนี้โครงการยังได้ระดมขุนพลผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาร่วมหล่อหลอมและบ่มเพาะผู้เรียน อาทิ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย, เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธ์, ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ, ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นผู้ประกอบการสุขภาพที่พร้อมเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Wellness ระดับโลก

โดยตลอดระยะเวลาของการอบรม บรรยากาศเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการดูแลสุขภาพ-โภชนบำบัดที่ครบวงจร สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาศักยภาพบุคคล หรือ Human Potential ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่นำโดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายวิชาการ ร่วมผลักดันการพัฒนาศักยภาพมนุษย์เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก
