นิเทศศาสตร์ DPU คว้า 5 รางวัล CWIE ปั้นนวัตกรสื่อ สร้างงานจริงสู่โลกอาชีพ

01 กันยายน 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter
  • SDGs 8
  • 2025 การเรียนการสอน
  • 2025 วิจัย
  • SDGs 4
  • SDGs 17

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงาน “DPU CWIE Day 2026” ระหว่างวันที่ 25 - 26 สิงหาคม 2569 โดยมี ผศ.นงค์นุช ศรีธนาอนันต์ ผู้ช่วยอธิการบดี สำนักมาตรฐานและบริหารวิชาการ เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ ตอกย้ำการจัดการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และพัฒนาทักษะให้พร้อมรับโลกการทำงานยุคใหม่ สอดรับแนวคิด Potentialigence ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่ AI แทนไม่ได้ ควบคู่กับการขับเคลื่อน SDGs 1, 4, 8, 12 และ 17 ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการขจัดความยากจน การศึกษาที่มีคุณภาพ การจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยในปีนี้ บุคลากร ผู้บริหาร และนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ DPU สามารถคว้ารางวัลดีเด่นจากการจัดการศึกษาแบบ CWIE (Cooperative and Work-Integrated Education) ในปีการศึกษา 2568 รวม 5 รางวัล ได้แก่ ประเภทโครงงานด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการจัดการดีเด่น โดย นางสาวนราวดี ภู่สกุล จากโครงงานเรื่อง การสร้างสรรค์คอนเทนต์ไวรัลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ช่อง Dek4m.intern และประเภทโครงงานที่สนับสนุนสถานประกอบการ CWIE สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (CWIE for SDGs) โดย นายศุภกิตต์ จงเขตต์การณ์ จากโครงงาน “ปัจจัยที่ส่งผลต่อข้อจำกัดของกระบวนการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐสภาต่อการนำเสนอประเด็นความเท่าเทียมในสังคม”

นอกจากนี้ อาจารย์วรพงษ์ ปลอดมูสิก ได้รับรางวัลประเภทคณาจารย์นิเทศ CWIE ดีเด่น, ดร.พันธกานต์ ทานนท์ ได้รับรางวัลประเภทผู้บริหารหลักสูตร CWIE ในสถานศึกษาดีเด่น และนางสาวเริงระวี ทั่งจันทร์แดง ได้รับรางวัลประเภทผู้ปฏิบัติการ CWIE ในสถานศึกษาดีเด่น ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของระบบ CWIE ในการเชื่อมการเรียนรู้กับการทำงานจริง และเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสู่โลกวิชาชีพ

ยกระดับหลักสูตรด้วยโจทย์จริง เติมทักษะ AI ตอบโจทย์สื่อยุคใหม่

ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ กล่าวว่า ผลรางวัลในปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของคณะ โดยเป็นครั้งแรกที่มีผลงานได้รับรางวัลครอบคลุมหลายส่วน ทั้งผู้บริหารหลักสูตร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผลงานโครงงาน ซึ่งเป็นผลจากการจัดการศึกษาแบบ CWIE ที่เปิดพื้นที่ให้เด็กได้ลงมือทำจริงอย่างต่อเนื่อง

“นิเทศศาสตร์เราให้ความสำคัญกับการปฏิบัติ หรือ การลงมือทำงานจริง การเตรียมนักศึกษาจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงฝึกงาน แต่ดำเนินอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นการเรียน โดยคณะมีความร่วมมือกับสถานประกอบการและพันธมิตรภายนอกในหลายรูปแบบ รวมถึงการทำ MOU เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผู้ประกอบการจริงตั้งแต่ช่วงปีที่ 3 และ 4 ได้เรียนรู้สภาพแวดล้อมการทำงาน รู้จักสถานประกอบการที่หลากหลาย และค้นหาว่างานหรือองค์กรแบบใดเหมาะกับความสนใจและความถนัดของตนเอง” ผศ.ศิวนารถ อธิบาย

จากความร่วมมือข้างต้น ไม่เพียงเปิดทางให้นักศึกษาได้รับการตอบรับเข้าฝึกงานและรับมอบหมายงานสำคัญเท่านั้น แต่คณะยังนำฟีดแบ็กจริงจากสถานประกอบการมาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การปรับเปลี่ยนทักษะการทำงานจากการใช้เพียง iPad มาสู่การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในสายงานจริง และในอนาคตคณะยังมีเป้าหมายนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการงานเอกสาร ข้อมูล และระบบการเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเพิ่มเวลาให้เด็กได้เรียนรู้การทำงานจริงมากยิ่งขึ้น

“นักศึกษายุคปัจจุบันมีศักยภาพและความสามารถติดตัวมาตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย และเมื่อเข้ามาเรียนจะได้รับการเติมเต็มและพัฒนาศักยภาพให้มากขึ้น การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกไปฝึกงานและทำงานร่วมกับสถานประกอบการจริงจึงเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา เพราะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและนำความรู้จากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ ขณะที่สถานประกอบการเองก็ได้รับมุมมอง แนวคิด และวิธีคิดใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Generation Z” ผศ.ศิวนารถ ระบุ

ขณะที่ อาจารย์วรพงษ์ ปลอดมูสิก อาจารย์ประจำหลักสูตรการสร้างสรรค์อีเวนต์และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง กล่าวว่า ในส่วนของกระบวนการเตรียมความพร้อม คณะได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อย่าง “คู่มือ CWIE ฉบับนักศึกษา” ขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เพื่อให้เด็กชั้นปีที่ 4 ภาคการศึกษาที่ 1 มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนครบถ้วนทุกขั้นตอน ตั้งแต่ช่วง Pre-CWIE ระหว่างปฏิบัติงาน จนถึง Post-CWIE ครอบคลุมเรื่องเอกสาร ระเบียบ จำนวนชั่วโมง การทำรายงาน ตลอดจนการพัฒนาโครงงานจริงที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับสถานประกอบการได้

“การเลือกสถานประกอบการ เหมือนกับการแต่งงาน เพราะองค์กรที่นักศึกษาเลือกไปฝึกงานจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์และประวัติการทำงานในอนาคต โดยชื่อองค์กรเปรียบเสมือน นามสกุลที่ติดตัวนักศึกษาไป และสามารถช่วยสร้างโอกาสในการทำงานในอนาคตได้” อาจารย์วรพงษ์ กล่าว

อาจารย์วรพงษ์ ยังอธิบายเพิ่มเติมกระบวนการติดตามผลด้วยว่า หลังจบการฝึกงานหลักสูตรจะมีระบบประเมินเพื่อให้นักศึกษาทบทวนสมรรถนะของตนเอง โดยมีคณาจารย์คอยดูแลให้คำปรึกษาเรื่องการปรับตัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมามีนักศึกษาหลายรายได้รับการพิจารณาจ้างงานต่อทันที ขณะเดียวกันสถานประกอบการส่วนใหญ่ยังช่วยสนับสนุนทั้งเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร และค่าเดินทาง เมื่อบวกกับจุดเด่นของนักศึกษา DPU ที่มีความอดทน พร้อมทำงาน และรับผิดชอบงานได้หลากหลาย จึงยิ่งช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

“นอกจากความอดทน ความพร้อมในการทำงาน และความสามารถในการรับผิดชอบงานที่หลากหลายของนักศึกษา DPU แล้ว ในส่วนของการใช้ AI บูรณาการกับการทำงาน ก็กำลังมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากแต่ละองค์กรมีรูปแบบการนำ AI ไปใช้แตกต่างกัน คณะจึงมีการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร โดยนำ AI เข้ามาบูรณาการกับการเรียนการสอนในสายวิชาชีพมากขึ้น เพื่อให้นักศึกษามีอาวุธทางปัญญา ที่เหมาะสมกับโลกการทำงาน และสามารถนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้”

ด้าน ดร.พันธกานต์ ทานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวเสริมว่า เนื่องจากสหกิจศึกษาคือพื้นที่สำคัญในการค้นหาทิศทางอาชีพ รายวิชาจึงเน้นให้นักศึกษาทำโปรเจกต์จริงร่วมกับองค์กรสื่อ ทำให้ต้องคิด วางแผน และพัฒนาผลงาน โดยนอกจากผลงานที่มีคุณภาพจะมีโอกาสนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มจริงอีกด้วยแล้ว คณะยังมีเครือข่ายพันธมิตรและความร่วมมือกับสถาบันสื่อ องค์กรวิชาชีพ และภาคธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าไปเรียนรู้ประสบการณ์จริง โดยมีการจับคู่ความต้องการของนักศึกษากับสถานประกอบการอย่างลงตัว ส่งผลให้นักศึกษาได้รับการประเมินในเกณฑ์ดีมาโดยตลอด ทั้งยังได้รับการพิจารณาเข้าทำงานหากองค์กรเปิดรับบุคลากรในอนาคต

“กระแสตอบรับจากสถานประกอบการที่ได้ยินบ่อย ๆ เลย คือ ทักษะด้านการสื่อสาร เป็นหนึ่งในทักษะที่ได้รับการสะท้อนอย่างต่อเนื่อง นักศึกษาต้องสามารถพูดคุย ประสานงาน ทำงานร่วมกับผู้อื่น และอธิบายแนวคิดในการทำงานได้อย่างชัดเจน รวมถึงต้องเข้าใจโจทย์ขององค์กรก่อนลงมือทำ ไม่ใช่เพียงทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ” ดร.พันธกานต์ ระบุ

“อีกประเด็นสำคัญคือการปรับมุมมองจากผู้ฝึกงาน ไปสู่สมาชิกคนหนึ่งขององค์กร เพื่อให้นักศึกษามองเห็นปัญหาและความต้องการขององค์กร และสามารถคิดได้ว่าตนเองจะเข้าไปช่วยพัฒนางานหรือองค์กรได้อย่างไร นอกจากนี้นักศึกษายังต้องมีทักษะการใช้ชีวิต การเข้าสังคม กิริยามารยาท การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความเข้าใจศัพท์เทคนิค กระบวนการทำงาน การตลาด เทคโนโลยี AI ตลอดจนความเข้าใจด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมผู้รับสาร เพื่อให้สามารถทำงานด้านนิเทศศาสตร์ในโลกปัจจุบันได้อย่างรอบด้าน” ดร.พันธกานต์ กล่าวสรุป

ปั้นเด็กฝึกงานสู่ Creator มืออาชีพ สร้างคอนเทนต์ไวรัล 3 ล้านวิว ต่อยอดธุรกิจ

สำหรับตัวอย่างที่เด่นชัดคือผลงานของ “นางสาวนราวดี ภู่สกุล” หรือ “น้องแป้ง” นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ เจ้าของโครงงานสร้างสรรค์คอนเทนต์ไวรัลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ช่อง Dek4m.intern ซึ่งได้ลงมือสร้างสรรค์และพัฒนาในระหว่างฝึกปฏิบัติงานที่ บริษัท โฟร์ มิลเลี่ยน เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ ดร.พันธกานต์ ทานนท์ จนสามารถคว้ารางวัลประเภทโครงงานมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการจัดการดีเด่น ในงาน DPU CWIE Day ประจำปี 2568 ได้สำเร็จ

“จุดเริ่มต้นคือ หนูเข้าไปฝึกสหกิจศึกษาแล้วเห็นพื้นที่ว่างในการทำโครงงานขึ้นมา จากปกติที่สถานประกอบการจะผลิตคอนเทนต์แนวไวรัลเพื่อนำเสนอช่องทางหลักของบริษัทอยู่แล้ว หนูเลยนำเสนอโดยตรงกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ว่าอยากสร้างช่องทางใหม่พร้อมกับผลิตคอนเทนต์นำเสนอในแง่มุมของนักศึกษา เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลัง บรรยากาศ และกิจกรรมในแต่ละวัน ให้สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมของคนรุ่นเดียวกัน เพราะมองว่าการฝึกประสบการณ์วิชาชีพเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตการเรียนรู้ที่เราพลาดไม่ได้ ซึ่งผู้บริหารก็เปิดโอกาสให้ลงมือทำอย่างเต็มที่” นางสาวนราวดี อธิบาย

ผลงานดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างกระแสบนโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริม Brand Awareness ให้แก่บริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ จนมีผู้ที่สนใจส่งข้อความทักมาสอบถามรายละเอียดและช่วงเวลาการสมัครเข้าฝึกงานที่บริษัทอย่างล้นหลาม ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกสหกิจศึกษาเธอได้ส่งมอบสิทธิ์ดูแลช่อง TikTok 'Dek4m.intern' ให้แก่ทางบริษัทนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต

นางสาวนราวดี ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นอกเหนือจากความสามารถเฉพาะตัวแล้ว เบื้องหลังของผลงานความสำเร็จนี้คือระบบ CWIE ที่ดูแลนักศึกษาอย่างรอบด้านผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนออกฝึกประสบการณ์จริง ระบบติดตามผลและส่งรายงานประจำเดือน รวมถึงการมีอาจารย์นิเทศก์คอยประสานงานและให้คำปรึกษาร่วมกับพี่เลี้ยงผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยดูแลสภาพจิตใจและการปรับตัวของนักศึกษาเมื่อต้องรับมือกับความกดดันในชีวิตการทำงานจริง จนสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ช่วงแรกก็ยอมรับว่ากังวลมากเนื่องจากยังปรับตัวไม่ได้ แต่ระบบ CWIE มีการดูแลที่รอบด้าน ทั้งการอบรมเตรียมตัวก่อนออกฝึก รายงานติดตามปัญหาประจำเดือน และการดูแลอย่างอบอุ่นของอาจารย์ (ดร.พันธกานต์ ทานนท์) ที่ช่วยรับฟังปัญหาและประสานงานหาทางออกร่วมกับพี่เลี้ยงตลอด พอเราได้กลับมาทบทวนตัวเองตามคำแนะนำและปรับตัวเข้ากับระบบ ทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ประสบการณ์นี้ทำให้เรียนรู้ว่า ความผิดพลาดระหว่างฝึกสหกิจศึกษาไม่ใช่เรื่องแย่จนชีวิตการทำงานต้องจบสิ้นลง แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้รู้จักวิธีแก้ไขปัญหาและเติบโตขึ้นในการทำงานจริง”

นอกจากนี้ นางสาวนราวดี ยังระบุถึงระบบสนับสนุนของหลักสูตร CWIE เพิ่มเติมว่า การได้รับการดูแลอย่างครบวงจรมีส่วนช่วยสนับสนุนให้นักศึกษาสามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยในระหว่างการฝึกงานเธอได้สร้างสรรค์คอนเทนต์ไปเพียง 8 คลิป แต่สามารถสร้างยอดเข้าชมรวมได้สูงกว่า 3 ล้านครั้ง ส่งผลให้โครงงานดังกล่าวได้รับการพิจารณาให้ได้รับรางวัลประเภทโครงงานมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการจัดการดีเด่น ในงาน DPU CWIE Day ประจำปีการศึกษา 2568 และได้รับการเสนอสัญญาจ้างงานจากบริษัทในทันทีหลังเสร็จสิ้นการฝึกปฏิบัติงาน

“ตอนแรกไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะได้รับรางวัลนี้เลยค่ะ เพราะผลงานของเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ ต่างก็เก่งและมีคุณภาพดีมากเช่นกัน แต่พอผลงานสามารถสร้างยอดวิวกว่า 3 ล้านครั้ง ก็ดีใจมากที่สิ่งที่ตนเองตั้งใจทำสามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าให้ผู้อื่นได้จริง นอกจากนี้ยังรู้สึกภูมิใจที่จะได้ทำหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่รุ่นน้อง และทำให้คุณพ่อคุณแม่ที่คอยติดตามให้กำลังใจอยู่ตลอดรู้สึกปลื้มใจไปด้วย

“ที่สำคัญ รางวัลนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมาหนูตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเรียน DPU เพราะช่วยบ่มเพาะและเติมเต็มทักษะให้พร้อมสำหรับการเติบโตจริงในวิชาชีพ อีกทั้งยังสร้างโอกาสให้ได้รับการเสนอสัญญาจ้างงานต่อทันทีหลังสำเร็จการฝึกงานด้วย” นางสาวนราวดี ระบุ พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมนำทักษะการสร้างสรรค์และการบริหารจัดการคอนเทนต์ออนไลน์ที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติงานในระบบ CWIE ต่างๆ ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาต่อยอดการเป็น “อินฟลูเอนเซอร์” ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1

“หนูทำ TikTok และรับงานรีวิวสินค้ามาตั้งแต่เรียนปี 1 พอมาฝึกงานระบบ CWIE ก็ได้นำความชอบส่วนตัวตรงนี้มาพัฒนาทำเป็นโครงงานจริง ซึ่งประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้หนูมั่นใจในเส้นทางวิชาชีพของตนเองมากขึ้น ว่าจะสามารถนำทักษะและองค์ความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาช่องทางของตนเองต่อในอนาคต

“สำหรับรุ่นน้องที่กำลังมองหาที่ฝึกงาน อยากให้เริ่มต้นจากสถานที่และตำแหน่งที่ชอบ หรือลองเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พร้อมกับพิจารณาเลือกงานที่เหมาะสม ไม่หนักหรือเกินตัวจนเกินไป เพราะการทำงานจริงจะช่วยให้เราเห็นศักยภาพของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น แม้ช่วงแรกอาจจะยังไม่เก่งหรือมีทักษะไม่ครบถ้วน แต่ขอแค่มีความรักและความตั้งใจจริง เราจะสามารถพัฒนาและเติบโตในสายงานนั้นได้อย่างแน่นอน” นางสาวนราวดี กล่าวทิ้งท้าย

ปรับตัวไว มีกาลเทศะ พร้อมเติมไอเดียใหม่ให้องค์กร

นอกจากการแสดงศักยภาพของนักศึกษาแล้ว ภายในงานยังมีการมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติสถานประกอบการและพี่เลี้ยงชั้นนำที่ร่วมดูแลและสร้างประสบการณ์แก่นักศึกษานิเทศศาสตร์ DPU ได้แก่ รางวัลผู้นิเทศงานดีเด่น มอบแก่ นางสาวณัฐหทัย ภูมี ผู้จัดการการตลาด บริษัท บราเธอร์ แอนด์ บราเธอร์ จำกัด, นายตุลาการ ขวัญยืน ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน), นางภุมรินทร์ วิลคินสัน ผู้จัดการแกลเลอรี่ แผนก Exhibition เฉลิมหล้า อาร์ต เฮ้าส์ และ นายสารวัตร กิจพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 พร้อมด้วยรางวัลสถานประกอบการขนาดกลางดำเนินการ CWIE ดีเด่น มอบแก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

โดยในโอกาสนี้ นายสารวัตร ในฐานะศิษย์เก่าและพี่เลี้ยง เปิดใจว่า DPU ยกระดับคุณภาพต่อเนื่อง โดยมหาวิทยาลัยใส่ใจทุกขั้นตอน ทั้งตัวนักศึกษา สถานประกอบการ และทีมพี่เลี้ยง ซึ่งช่วยซัพพอร์ตการทำงานเป็นระบบตั้งแต่ตั้งต้น พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า ระบบ CWIE ยังช่วยเปลี่ยนทัศนคติของนักศึกษาให้มีเป้าหมายชัดเจนขึ้น จากเดิมที่อาจตั้งใจแค่ทำงานให้ครบเวลา ปรับมาเป็นการคิดสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม

“เด็ก DPU ทำงานได้จริง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี หากเปรียบ CWIE เป็นเสมือน First Job นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่นักศึกษาจะได้สัมผัสโลกการทำงานจริง ในพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อเติบโต นอกจากนี้ในอนาคตคนรุ่นใหม่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและองค์กรต่างๆ ความรู้และประสบการณ์จาก CWIE จะเป็นรากฐานสำคัญให้พวกเขาก้าวไปได้อย่างมั่นคง”

สอดคล้องกับความเห็นของ นายตุลาการ และ นางสาวณัฐหทัย ที่ร่วมระบุว่า นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ DPU มีจุดเด่นด้านความเข้าใจในระบบและวัฒนธรรมองค์กร มารยาทวิชาชีพ ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งเปิดโอกาสไปสู่การจ้างงานจริงหลังจบการศึกษา ขณะที่ นางภุมรินทร์ กล่าวเสริมว่า “แม้นักศึกษาจะไม่มีพื้นฐานในธุรกิจแกลเลอรี่โดยตรง แต่สามารถนำทักษะการสื่อสารและการประสานงานมาปรับใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สถานประกอบการทำงานง่าย และตัวเด็กเองก็ได้รับการดูแลทั่วถึง จนกลายเป็นบุคลากรที่พร้อมก้าวไปเติบโตและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้หลากหลายอุตสาหกรรม”

ผู้สนใจข้อมูลของหลักสูตรในคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ค้นหาข้อมูลได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-communication-arts