
DPU จับมือ อีฟ โรเช เสริมศักยภาพนักศึกษาด้านสุขภาพและความงาม เปิดโอกาสฝึกงานจริง เรียนรู้ธุรกิจระดับสากล ต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต
- Newsletter
- SDGs 8
- SDGs 1
- SDGs 4
วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ บริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศฝรั่งเศส เดินหน้าพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาและวิชาชีพ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกับการทำงานจริง เสริมศักยภาพนักศึกษาให้มีความรู้และทักษะตรงตามความต้องการของธุรกิจสุขภาพและความงาม พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพและสหกิจศึกษา เรียนรู้การดำเนินธุรกิจระดับสากล ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ โดยจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมทวี บุณยเกตุ อาคารสำนักอธิการบดี 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ความร่วมมือครั้งนี้มี ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในการลงนามร่วมกับ นางสาววริศรา ไพรสานฑ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี นางสาวเกล็ดทราย อินทรพล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพันธมิตร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และการส่งเสริมประสบการณ์วิชาชีพให้แก่นักศึกษา
สำหรับความร่วมมือกับ บริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับการทำงานในธุรกิจสุขภาพและความงาม ผ่านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการสนับสนุนองค์ความรู้จากภาคธุรกิจ โดยนักศึกษาฝึกงานจะได้รับค่าตอบแทนตามวันที่ปฏิบัติงานจริง พร้อมการฝึกอบรมระหว่างทำงาน และเมื่อผ่านการฝึกงานตามเงื่อนไขของบริษัท จะได้รับหนังสือรับรองและข้อเสนอการทำงานตามข้อตกลงและความเหมาะสมของตำแหน่งงาน


นางสาวเกล็ดทราย อินทรพล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพันธมิตร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับบริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Yves Rocher มุ่งยกระดับการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกับการทำงานจริงในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม เพื่อเสริมศักยภาพนักศึกษาให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ พร้อมสร้างโอกาสในการฝึกงานและต่อยอดสู่การมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา โดยนำจุดแข็งด้านองค์ความรู้สุขภาพและสมุนไพรของวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มาผสานกับประสบการณ์ของ Yves Rocher ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาพืชและสารสกัดจากธรรมชาติสู่ผลิตภัณฑ์ความงามที่จำหน่ายในระดับสากล เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การดำเนินธุรกิจ ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า
สำหรับแนวทางดำเนินงาน มหาวิทยาลัยเตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญจาก Yves Rocher มาถ่ายทอดประสบการณ์ในชั้นเรียน พร้อมนำโจทย์จากการดำเนินธุรกิจจริงมาให้นักศึกษาฝึกวิเคราะห์และพัฒนาเป็นโครงงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ตลอดจนเปิดโอกาสให้อาจารย์และบุคลากรได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรม เพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน นักศึกษายังมีโอกาสเข้าฝึกงานในสถานประกอบการ เรียนรู้ระบบการทำงานจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และสร้างเครือข่ายวิชาชีพตั้งแต่ระหว่างศึกษา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์และความพร้อมในการสมัครงานหลังสำเร็จการศึกษา

นางสาวเกล็ดทราย กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยมุ่งพัฒนาความร่วมมือนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง โดย DPU จะสามารถพัฒนาหลักสูตรและเตรียมความพร้อมนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม ขณะที่ Yves Rocher จะมีโอกาสเข้าถึงบุคลากรรุ่นใหม่ที่ผ่านการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตามมาตรฐานของแบรนด์ พร้อมได้รับแนวคิดและมุมมองใหม่จากคนรุ่นใหม่ สำหรับแผนระยะต่อไป มหาวิทยาลัยตั้งเป้าขยายจำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการในแต่ละปี ส่งเสริมการพัฒนาโครงงานร่วมกับภาคธุรกิจ และสร้างโอกาสต่อยอดจากการฝึกงานสู่การจ้างงานจริง โดยมองว่าความสำเร็จของความร่วมมือไม่ได้วัดจากจำนวนกิจกรรมที่จัดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องสะท้อนผ่านคุณภาพบัณฑิตที่สถานประกอบการเชื่อมั่นและพร้อมรับเข้าทำงาน
ด้าน นางสาวพิมพวรรณ สอนไข่ Head of Human Resources บริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีทักษะตรงกับความต้องการของธุรกิจสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกงานและเรียนรู้การทำงานจริงกับอีฟ โรเช ซึ่งเป็นแบรนด์ความงามจากประเทศฝรั่งเศส ที่ดำเนินธุรกิจทั้งด้านผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติและการให้บริการด้านความงาม พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจระดับสากล เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการฝึกงาน นักศึกษาจะได้เรียนรู้ระบบการทำงานในธุรกิจค้าปลีกและบริการความงาม ตั้งแต่การให้บริการลูกค้า กระบวนการขาย ไปจนถึงการทำงานภายใต้เป้าหมายและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) รวมถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรของแบรนด์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยปัจจุบันบริษัทมีความต้องการรับนักศึกษาฝึกงานในช่วงที่มีความต้องการกำลังคนตามฤดูกาล และเปิดโอกาสให้ผู้สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมงานในตำแหน่งที่ว่าง เช่น Beauty Advisor (BA) และ Beauty Therapist (BT)
นางสาวพิมพวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และมองว่าอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะธุรกิจ Wellness มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต จึงเห็นความสำคัญของหลักสูตรที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาพและความงามเข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจ โดยคุณสมบัติสำคัญที่บริษัทมองหาในตัวนักศึกษาและผู้สมัครงาน คือความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความพร้อมที่จะเรียนรู้ เนื่องจากทักษะเฉพาะด้านสามารถพัฒนาเพิ่มเติมผ่านการฝึกอบรมและประสบการณ์ทำงานจริงได้ พร้อมคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและพัฒนาต่อยอดได้อย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th