คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ปลุก–ปั้น–ปฏิบัติ พานักศึกษาลงสนามจริง ออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวธรรมชาติ สู่ตลาดอาชีพอนาคต

02 เมษายน 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter
  • 2025 การเรียนการสอน
  • 2025 สิ่งแวดล้อม
  • SDGs 4
  • SDGs 12
  • SDGs 14

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักศึกษาผ่านการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) โดยนำนักศึกษาในรายวิชาการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติผ่าน 3 กิจกรรมการท่องเที่ยวธรรมชาติหลัก ระหว่างช่วงวันที่ 16-30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดมุมมองสู่การท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่กำลังเติบโต และยกระดับผู้เรียนสู่การเป็น Sustainable Tourism Leader และ Nature-based Experience Designer ในอนาคต

แนวโน้มการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ทางธรรมชาติ” มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Niche Market ที่ต้องการความหมายมากกว่าการเดินทาง ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านการออกแบบกิจกรรม การนำเที่ยวธรรมชาติ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน รายวิชานี้ยังได้รับความสนใจจากนักศึกษาต่างคณะมากขึ้น สะท้อนถึงความต้องการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ของผู้เรียนยุคใหม่

อาจารย์พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม อาจารย์ผู้สอนรายวิชา กล่าวว่า “การท่องเที่ยวทางธรรมชาติยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง แต่ยังขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หลักสูตรจึงออกแบบการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด ‘ปลุก–ปั้น–ปฏิบัติ’ เพื่อให้นักศึกษามีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริง สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีศักยภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว”

ก่อนลงพื้นที่จริง นักศึกษาได้รับการฝึกทักษะพื้นฐานที่จำเป็น เช่น การพายเรือคายัค การเล่นซับบอร์ด และการกางเต็นท์ เพื่อเสริมความพร้อมในทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็น รวมถึงความปลอดภัยในการจัดกิจกรรม พร้อมทั้งได้รับแรงบันดาลใจจากมัคคุเทศก์เฉพาะทางจาก Wild Encounter Thailand ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของคณะ ได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในสายอาชีพจริง สำหรับการลงพื้นที่นั้น นักศึกษาจะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติร่วมกับชุมชนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอุทยานแห่งชาติ และผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การสร้างบ้านปลา (ซังกอ) การปล่อยปูม้าคืนสู่ทะเล การศึกษาวิถีประมงพื้นบ้าน ณ ธนาคารปูม้า อำเภอสามร้อยยอด การล่องเรือยางในแม่น้ำเพชรบุรี การเปรียบเทียบการบริหารจัดการลานกางเต็นท์ระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ รวมถึงทักษะการเดินป่าศึกษาระบบนิเวศ ณ บ้านกร่างแคมป์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

เสียงสะท้อนจากนักศึกษาในหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ ระบุว่า “การเรียนรู้ครั้งนี้ช่วยให้เข้าใจ “คุณค่า” ของธรรมชาติในมิติที่ลึกขึ้น การได้สัมผัสประสบการณ์จริงที่ไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน ทำให้เห็นบทบาทของตนเองในฐานะผู้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น”
ในขณะที่นักศึกษาจากต่างคณะที่มีโอกาสมาเรียนรู้ในรายวิชา กล่าวว่า “การได้เรียนวิชานี้ทำให้ตัวเองได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ รู้สึกคุ้มค่ามาก ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดสู่มิติของการสื่อสาร การสร้างคอนเทนต์เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ และยังสามารถพัฒนาอาชีพในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ”

นอกจากนี้ หลักสูตรยังมีแนวทางต่อยอดการเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติสู่การบูรณาการกับศาสตร์อื่นในอนาคต อาทิ Wellness Tourism, Sport Tourism และ Creative Tourism เพื่อสร้างมิติใหม่ของการออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวมูลค่าสูง และตอบโจทย์อุตสาหกรรมในระดับสากล

การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความเข้มแข็งของหลักสูตรที่มุ่งพัฒนานักศึกษาให้ “รู้ลึก ทำได้จริง และคิดเป็นระบบ” และพร้อม “ยกระดับศักยภาพ” ของผู้เรียนให้ก้าวสู่การเป็นบุคลากรที่สามารถออกแบบและบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต