
คณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ DPU จัดอบรมหลักสูตร “นวดขวิดเส้นปิ่นศรีเทวา” Reskill - Upskill เติมศักยภาพให้กับแพทย์แผนไทยและคนรักสุขภาพ
- Newsletter
- SDGs 8
- SDGs 1
- SDGs 3
- SDGs 4
- SDGs 10
คณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และการใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาช้านาน ซึ่งถือเป็น Soft Power ของไทย อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับแนวคิด Global Wellness Summit ซึ่งสะท้อนความสำคัญของเศรษฐกิจและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การสร้างสุขภาวะอย่างองค์รวม และการพัฒนาระบบ Wellness ที่คำนึงถึงมนุษย์ ชุมชน และความยั่งยืน ตาม Sustainable Development Goals (SDGs) โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะและการสร้างงาน การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพ

หลักสูตรอบรม “นวดขวิดเส้นปิ่นศรีเทวา” จึงมีความสำคัญในฐานะกลไกการอนุรักษ์และต่อยอด ภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานการเรียนรู้ร่วมสมัย มุ่งสร้างบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้าน Wellness และบริการสุขภาพ ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับอัตลักษณ์การแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาไทย การนวดขวิดเส้นปิ่นศรีเทวาเป็นองค์ความรู้ด้านการนวดแบบภูมิปัญญาที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคนิคการขวิดเส้นอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ ลดความตึงตัวจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยครอบคลุมการดูแลบริเวณของร่างกายทุกส่วน ได้แก่ ศีรษะ ใบหน้า คอ บ่า ไหล่ แขน ขา หลัง เอว และสะโพก เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การนำภูมิปัญญาการนวดมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม จำเป็นต้องอาศัยการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นระบบ มีความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคพื้นฐาน หลักการประเมินผู้รับบริการ ข้อบ่งใช้ ข้อควรระวัง ข้อห้าม และขอบเขตของการให้บริการ ตลอดจนการปฏิบัติที่คำนึงถึงความปลอดภัย จรรยาบรรณ และการส่งต่อผู้รับบริการที่มีภาวะเสี่ยงไปยังบุคลากรทางการแพทย์ที่เหมาะสม ศาสตร์วิชานวดขวิดเส้นปิ่นศรีเทวานี้ถูกคิดค้นเป็นนวัตกรรมทางภูมิปัญญาแบบร่วมสมัย โดย พระสุร ธัมมวโร (พระอาจารย์เคน) และทีมผู้ช่วยวิทยากร จากศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญา จ.เชียงราย


โครงการจัดอบรมหลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้กับศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่า และบุคคลทั่วไปที่สนใจ และก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะวิชาชีพแบบ Upskill (ยกระดับทักษะเดิมให้ดีขึ้น) และ Reskill (สร้างทักษะใหม่ที่จำเป็น) โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ห้อง 1032-1033 ชั้น 3 อาคาร 10 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ผศ.พท.ป.ชวภณ พุ่มพงษ์ รักษาการคณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดของวิชาชีพแพทย์แผนไทย นอกจากศาสตร์การนวดไทยแล้ว แพทย์แผนไทย ควรรอบรู้ทักษะหัตถบำบัดอื่น ๆ ที่สามารถกระทำได้ภายใต้ใบประกอบวิชาชีพ เพื่อให้เท่าทันและมีศักยภาพมากขึ้น เป็นทางเลือกของการให้บริการในสถานประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล ดังนั้น หลักสูตรแพทย์แผนไทยที่ DPU จึงเป็นสถานศึกษาที่รวมมิติแห่งศาสตร์การแพทย์แผนไทยครอบคลุมไว้ทั้งหมด นอกจากนี้ ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้เสริมทักษะ Learning Outcomes ครบทุกด้าน
เมื่อจบหลักสูตรอบรมนี้ ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนจะมีความสามารถเพิ่มขึ้น จึงเป็นช่องทางการประกอบอาชีพและหารายได้พิเศษ โดยเฉพาะนักศึกษาสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเอง ครอบครัว และผู้มารับบริการได้ทันที สร้างรายได้ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ โรคที่สามารถบรรเทาอาการได้เมื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยของแพทย์แผนไทยแล้ว ได้แก่กลุ่ม Office Syndrome ตั้งแต่ ศีรษะ ใบหน้า คอ บ่า ไหล่ แขน ขา หลัง เอว และสะโพก เป็นต้น

ผศ.พท.ป.ชวภณ กล่าวว่า ระยะเวลาที่จัดอบรมหลักสูตรนวดขวิดเส้นปิ่นศรีเทวานี้ ใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็สามารถปฏิบัติได้จริง เห็นผลจริง เรียนจำ ทำได้ สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 50 คน มีความสนใจและตื่นเต้นกับความมหัศจรรย์ของการนวดโดยใช้ไม้ที่ชื่อว่า “ไม้ปิ่นศรีเทวา” ซึ่งเป็นนวัตกรรมภูมิปัญญาร่วมสมัย
พระสุร ธัมมวโร กล่าวว่า ไม้ปิ่นศรีเทวานี้ ผลิตโดยผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน จังหวัดเชียงราย เป็นการรวมตัวกันทำเพื่อหารายได้ให้กับตนเอง ซึ่งถือว่าไม้ปิ่นศรีเทวาจะมีเอกลักษณ์ เป็นงานฝีมือไม่ซ้ำกันในแต่ละชิ้น นอกจากนี้ยังมีครีมไพลพญา ครีมพัฒธารา และน้ำมันสาละ ใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลการรักษา ตลอดระยะเวลาในการอบรมท่านพระอาจารย์เคน ได้บรรยายและฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยมีทีมผู้ช่วยวิทยากร จากศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญา จ.เชียงราย คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

พระสุร ธัมมวโร กล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมใหม่จากภูมิปัญญาพื้นบ้าน "ปิ่นศรีเทวา" มหัศจรรย์ไม้นวดขวิดเส้น สามารถนวดได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ยิ่งในกลุ่ม Office Syndrome โรคของคนทำงาน Office ทั้งหลายสามารถบรรเทาอาการได้ เห็นผลไม่กี่นาที ทำเองได้ทุกคน ท่าทางกระบวนขวิดเส้นไม่ยุ่งยากไม่ซับซ้อนดีกว่าการใช้มือนวด
อย่างไรก็ตามทักษะนี้ต้องหมั่นฝึกฝนและต่อยอดได้ เพื่อให้เกิดความชำนาญ ขอเพียงแต่ผู้เรียนมีความสนใจ ใส่ใจอย่างแท้จริง จะเกิดประโยชน์อย่างมากกับตัวหมอและผู้ป่วย ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณคณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เปิดโอกาสให้กับผู้เรียนทุกคนได้รับรู้และมาร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกัน ขอเจริญพร พท.อรัญญา พลอยประดับ ผู้สนับสนุนหลักในกิจกรรมนวดขวิดเส้น และในฐานะศิษย์เก่า แพทย์แผนไทย DPU ที่นำทีมสมาชิกกลุ่มจิตอาสา มาช่วยสมทบการจัดกิจกรรมให้มีสีสันและให้กระบวนการเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พท.อรัญญา กล่าวว่า การได้เห็นศิษย์รุ่นน้องและแพทย์แผนไทยด้วยกัน มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ดูแลผู้ป่วยในศาสตร์วิชาชีพแพทย์แผนไทย ยินดีพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตนเองมีความสุขในฐานะผู้ให้ เพราะตนเองทราบดีว่าการได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นหน้าที่หนึ่งของแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นอุดมคติที่ตนเองได้ตัดสินใจเรียนแพทย์แผนไทยที่ DPU เพราะเป็นหลักสูตรแพทย์แผนไทยที่ไม่เหมือนที่ใด ผลักดันและส่งเสริมในการสร้างคนธรรมดา ให้เป็นหมอได้เป็นสิ่งที่ตนเองประทับใจ และในอนาคตกำลังตัดสินใจเรียนเพิ่มเติมในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ด้านนวดไทย สำหรับการส่งเสริมกิจกรรมนวดขวิดเส้น คาดหวังว่าอยากให้ทุกคนที่รักสุขภาพ โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยได้รู้จักและมาเรียนกันมากขึ้น เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มอาการปวดเมื่อยทางกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เพราะตนเองได้รับประสบการณ์ตรงจากคนใกล้ตัวมาบอกว่าได้ผลจริงจากการรักษาด้วยศาสตร์นวดขวิดเส้นปิ่นศรีเทวา

สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับคณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-integrative-oriental-medicine


