
DPU จับมือ สสส. เปิด Soul Connect Fest On Campus : ฟังเพลง ฟังใจ เพิ่มพลังชีวิต สร้างพื้นที่เรียนรู้เรื่องสุขภาวะ พัฒนาทักษะดูแลใจ เสริมศักยภาพนักศึกษาสู่การเรียนและการใช้ชีวิต
- Newsletter
- SDGs 3
- SDGs 4
- SDGs 11
- SDGs 17
ศูนย์สุขภาวะ หน่วยบริการนักศึกษา (Student Service) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการ Happy Growth จัดกิจกรรม “Soul Connect Fest On Campus : ฟังเพลง ฟังใจ เพิ่มพลังชีวิต” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนม สุทธพิทักษ์ (1-1) อาคาร 4 ชั้น 1 เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและบุคลากร DPU ทุกวิทยาลัย/คณะ และทุกชั้นปี ได้เรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาวะทางใจ ผ่านกิจกรรมที่ชวนกลับมาสำรวจอารมณ์ ความรู้สึก เข้าใจตนเองและผู้อื่น โดยมี ผศ.ดร.วันวร จะนู ผู้ช่วยอธิการบดี หน่วยบริการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานเปิดงาน

ภายในงานมีการจัดฐานการเรียนรู้ 4 บูท ได้แก่ Happy Growth - สมดุลใจ สมดุลโลก, ชาเชื่อมใจ Tea & Talk - ดมชา เชื่อมใจ, สื่อสารเพื่อความเข้าใจ และไพ่ทาโรต์-ออกแบบเส้นทางชีวิตและดูแลใจผ่านไพ่ เพื่อชวนผู้เข้าร่วมสำรวจอารมณ์ ความคิด เรียนรู้การสื่อสาร และแนวทางดูแลใจของตนเอง ควบคู่กับกิจกรรม “ฟังเพลง ฟังใจ” กับ ที Jetset’er และ แพท Klear ที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านเสียงเพลงและการพูดคุย โดยตลอดทั้งวันมีนักศึกษาและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
ผศ.ดร.วันวร จะนู ผู้ช่วยอธิการบดี หน่วยบริการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานต่อเนื่องของศูนย์สุขภาวะ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งร่วมกับ สสส. ภายใต้โครงการ Happy Growth เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเรื่องสุขภาวะให้แก่นักศึกษา โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจัดกิจกรรมและอบรมผู้นำนักศึกษามาแล้วหลายครั้ง ก่อนขยายสู่กิจกรรมระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมและเรียนรู้การดูแลตนเองอย่างรอบด้านมากขึ้น

ผศ.ดร.วันวร อธิบายว่า สุขภาวะ หรือ Well-being ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย อารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต เพราะเมื่อเกิดความเครียด ความกังวล หรือความไม่สบายใจ ย่อมส่งผลต่อการเรียนและการใช้ชีวิตของนักศึกษา การส่งเสริมสุขภาวะจึงควรอาศัยการดูแลทั้งจากตนเอง ครอบครัว เพื่อน คนใกล้ชิด หรือผู้เชี่ยวชาญตามความเหมาะสม
“ในมิติของสุขภาวะทางปัญญา การเรียนรู้เริ่มจากการรู้จักตนเอง ทั้งศักยภาพ อารมณ์ ความรู้สึก คุณค่าในชีวิต และเป้าหมายในอนาคต จากนั้นจึงขยายไปสู่การเข้าใจผู้อื่น ซึ่งแต่ละคนมีพื้นฐาน ความคิด และประสบการณ์แตกต่างกัน การอยู่ร่วมกันจึงต้องอาศัยความเข้าใจ การให้เกียรติ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี โดยไม่ทำร้ายหรือสร้างความรุนแรงต่อกัน ทั้งในระดับครอบครัว เพื่อน และสังคมโดยรวม”ผศ.ดร.วันวร กล่าว

นอกจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนแล้ว แนวคิดด้านสุขภาวะยังเชื่อมโยงไปถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตรอบตัว เพราะองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีผลต่อคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันในมุมของการดำเนินชีวิต ยังมีปัจจัยด้านกฎเกณฑ์ทางสังคม กฎหมาย และนโยบายต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การมีสุขภาวะที่ดีจึงขึ้นอยู่กับการสร้างความสมดุลระหว่างตนเอง ผู้อื่น สังคม ธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาออกแบบเป็นกิจกรรมภายในงานในรูปแบบที่นักศึกษาเข้าถึงได้ง่ายและเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เช่น กิจกรรมชิมชาเพื่อฝึกสติ การสังเกตอารมณ์และอยู่กับปัจจุบัน รวมถึงกิจกรรมที่ชวนให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนและถ่ายทอดความรู้สึกของตนเอง ขณะเดียวกันยังมีการพูดคุยกับศิลปินและนักร้อง เพื่อเชื่อมประสบการณ์ด้านการทำงาน ความรู้สึก และการใช้ชีวิตเข้ากับเรื่องการรู้จักตนเอง การจัดการอารมณ์ และการสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

ผศ.ดร.วันวร กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์สุขภาวะมีแผนดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมอาจารย์ที่ปรึกษา กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต และการพัฒนาทักษะด้านความสัมพันธ์ เช่น การรับฟัง การสื่อสาร รวมถึงประเด็นด้านความรักและความสัมพันธ์ โดยจะกำหนดหัวข้อให้เหมาะกับความต้องการของนักศึกษาในแต่ละช่วง ควบคู่กับการทำงานเชิงป้องกันผ่านการสำรวจภาวะสุขภาพจิตของนักศึกษา ซึ่งปีนี้จะเริ่มจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์แนวโน้มด้านความเครียด ความกังวล และประเด็นที่ควรได้รับการดูแลเพิ่มเติม หากพบกลุ่มที่มีความเสี่ยง ศูนย์สุขภาวะจะประสานกับคณะที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันวางแนวทางช่วยเหลือ ขณะเดียวกันนักศึกษาที่ต้องการคำปรึกษาสามารถเข้ามาขอรับคำแนะนำได้โดยตรง
“การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาไม่ควรมองเฉพาะเรื่องความรู้หรือทักษะ หากนักศึกษามีความเครียดหรือสุขภาพจิตไม่ดี ศักยภาพที่มีก็อาจนำออกมาใช้ได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้ามีสุขภาวะที่ดี ก็จะมีพื้นฐานที่ช่วยให้เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และใช้ศักยภาพได้มากขึ้น เป้าหมายของเราคือให้นักศึกษาจบการศึกษาไปพร้อมกับสุขภาพจิตที่ดี และสามารถนำความรู้ ทักษะ และศักยภาพของตัวเองไปใช้ต่อได้อย่างเต็มที่” ผศ.ดร.วันวร กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.อสมา คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาวะ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การออกแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยมี 4 บูทการเรียนรู้ ได้แก่ ชาเชื่อมใจ Tea & Talk ,ไพ่ทาโรต์ , สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ, และบูท Happy Growth - สมดุลใจ สมดุลโลก ซึ่งแต่ละพื้นที่ชวนให้นักศึกษาได้สำรวจอารมณ์ ทำความเข้าใจตนเอง เรียนรู้การสื่อสารกับผู้อื่น และมองเห็นแนวทางการเติบโตของตัวเอง พร้อมกิจกรรมบนเวทีที่นำเสียงเพลงและประสบการณ์จริงของศิลปินมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกและการใช้ชีวิต
“เราไม่ได้คาดหวังว่านักศึกษาทุกคนจะต้องค้นพบคำตอบทั้งหมดภายในวันเดียว แต่อยากให้กิจกรรมเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขารู้จักตัวเองมากขึ้น เข้าใจอารมณ์ของตัวเอง และมีวิธีดูแลใจที่สามารถนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้” ดร.อสมา กล่าว
ดร.อสมา กล่าวต่อว่า การนำศิลปินและดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมช่วยให้เรื่องสุขภาพจิตเข้าถึงนักศึกษาได้ง่ายขึ้น เพราะบางครั้งคนอาจอธิบายความรู้สึกของตัวเองได้ยาก แต่เมื่อได้ฟังเนื้อหาของบทเพลง ก็อาจสามารถเชื่อมโยงกับความรู้สึกที่อยู่ภายในใจได้ ขณะที่การรับฟังประสบการณ์จากศิลปินยังช่วยให้นักศึกษาเห็นว่าทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก และสามารถเรียนรู้วิธีรับมือกับอารมณ์หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้

สำหรับแนวคิดที่อยากให้นักศึกษานำกลับไปใช้หลังจบกิจกรรม ดร.อสมา สรุปผ่าน “3L” ได้แก่ Listen – ฟังใจตัวเอง, Love – รักและเข้าใจตัวเอง และ Live – ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย โดย Listen คือการกลับมาสังเกตว่าตนเองกำลังรู้สึกอะไรและต้องการอะไร Love คือการยอมรับตัวเองทั้งในวันที่ทำได้ดีและวันที่ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวัง พร้อมเรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่น ส่วน Live คือการค้นหาสิ่งที่มีความหมายกับชีวิต ค่อย ๆ เรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตในแบบของตัวเอง
“เราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องผ่านทุกเรื่องไปเพียงลำพัง หากวันไหนรู้สึกไม่ไหว สามารถขอความช่วยเหลือหรือพูดคุยกับคนที่ไว้วางใจได้ เมื่อเราเริ่มจากการฟังใจ เรียนรู้ที่จะรักและเข้าใจตัวเอง ก็จะมีพลังในการใช้ชีวิต เติบโต และส่งต่อความเข้าใจไปยังคนรอบข้างได้” ดร.อสมา กล่าว

ขณะที่ นางสาวมาลิตา สุขวาปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาบริหารธุรกิจและการบัญชี คณะบริหารธุรกิจ DPU กล่าวว่า เข้าร่วมกิจกรรมเพราะต้องการทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองให้มากขึ้น โดยมองว่าในปัจจุบันผู้คนจำนวนมากให้ความสำคัญกับความสำเร็จหรือสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว จนอาจมองข้ามความรู้สึกภายในใจของตนเอง การมีกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ได้หยุดทบทวนอารมณ์ ความคิด และความรู้สึก จึงช่วยให้เข้าใจตัวเองและเห็นวิธีดูแลจิตใจได้ดีขึ้น
“กิจกรรมที่ชื่นชอบมากที่สุดคือบูท “3P ดูแลใจ” ซึ่งใช้การ์ด 3 รูปแบบให้นักศึกษาได้สำรวจตัวเอง ตั้งแต่การ์ดที่ช่วยเตือนสติและป้องกันปัญหา การ์ดที่ช่วยส่งเสริมกำลังใจและความรู้สึกเชิงบวก ไปจนถึงการ์ดที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนปัญหาหรือความรู้สึกที่ยังค้างอยู่ในใจ พร้อมเขียนออกมาและคิดถึงแนวทางในการดูแลหรือแก้ไขปัญหานั้น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้นำข้อความสั้น ๆ ไปติดไว้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ตนเองและแบ่งปันกับผู้เข้าร่วมคนอื่น” นางสาวมาลิตา กล่าว
อยากให้มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องสุขภาวะทางจิตใจมีความสำคัญกับทุกช่วงวัย ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ การได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของตัวเองและรู้จักวิธีดูแลจิตใจ จะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

ด้าน นายกิตติคุณ ถิ่นไทยแท้ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะการบัญชี DPU กล่าวว่า สนใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพราะชื่นชอบการฟังเพลง และอยากเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของคอนเสิร์ตควบคู่กับการร่วมกิจกรรมตามบูทต่าง ๆ ภายในงาน โดยช่วงที่ชื่นชอบมากที่สุดคือการได้นั่งฟังเพลงจากศิลปิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากการเรียนและการอ่านหนังสือ ขณะเดียวกันยังได้ทำกิจกรรมที่บูทชา ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้ลองสำรวจว่าตนเองชอบชาแบบใด และได้รับคำแนะนำจากผู้ดูแลบูทอย่างเป็นกันเอง
“กิจกรรมครั้งนี้ยังช่วยให้ได้มองตัวเองในอีกมุมหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการให้ความสำคัญกับสายตาหรือความคิดเห็นของคนรอบข้างมากเกินไป จนบางครั้งอาจลืมหันกลับมาใส่ใจความรู้สึกของตนเอง จึงมองว่าการดูแลใจและให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นเรื่องที่ควรทำควบคู่กันไป จากที่ต้องนั่งเรียนและอ่านหนังสือเป็นเวลานาน พอได้มาฟังเพลงและร่วมกิจกรรมแบบนี้ก็รู้สึกสนุกและช่วยฮีลใจ ทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น” นายกิตติคุณ กล่าว
กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยสอดคล้องกับ SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) ผ่านการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจและทักษะการดูแลตนเอง SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ผ่านการสร้างพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต การเข้าใจตนเองและผู้อื่น ตลอดจน SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอย่างรอบด้าน
สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th

