รัฐประศาสนศาสตร์ DPU ชูผลลัพธ์ CWIE ปลุกศักยภาพนักศึกษาผ่านงานจริง สู่รางวัลและความพร้อมโลกการทำงาน

28 สิงหาคม 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter
  • SDGs 8
  • 2025 การเรียนการสอน
  • 2025 วิจัย
  • SDGs 4

คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ต่อยอดการเรียนรู้ผ่าน CWIE เชื่อมนักศึกษากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้ได้ลงมือทำงานและแก้โจทย์จริง พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน พร้อมสะท้อนผลลัพธ์จากความร่วมมือผ่านรางวัลของสถานประกอบการคู่ความร่วมมือ ได้แก่ CRG และกรมการพัฒนาชุมชน ตลอดจนรางวัล CWIE for SDGs จากผลงานของนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ในงาน DPU CWIE Day 2026 ระหว่างวันที่ 25–26 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี ผศ.นงค์นุช ศรีธนาอนันต์ ผู้ช่วยอธิการบดี สำนักมาตรฐานและบริหารวิชาการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณบดี ผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้แทนสถานประกอบการและภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนนักศึกษาเข้าร่วม

• รปศ. DPU ใช้ CWIE เชื่อมภาครัฐ–เอกชน ปั้นบัณฑิตพร้อมทำงานจริง

รศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า CWIE ของคณะฯ มุ่งเปิดพื้นที่ให้นักศึกษานำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง ผ่านความร่วมมือกับสถานประกอบการและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ผู้เรียนได้สะสมประสบการณ์และพัฒนาทักษะที่จำเป็นก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน

หนึ่งในภาคีที่ร่วมพัฒนานักศึกษาอย่างต่อเนื่องคือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้สายงานทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่การค้นหาและคัดกรองผู้สมัคร การสัมภาษณ์ ไปจนถึงกระบวนการนำบุคลากรเข้าสู่องค์กร ภายใต้เป้าหมายและเกณฑ์ประเมินผลงานที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง

“สิ่งที่นักศึกษาได้รับคือการเห็นกระบวนการทำงานจริงว่า การสรรหาบุคลากรต้องดำเนินการอย่างไร ต้องพิจารณาคุณสมบัติอะไร และต้องทำงานภายใต้เป้าหมายแบบใด ประสบการณ์ตรงเหล่านี้ทำให้นักศึกษาเข้าใจงานได้ลึกกว่าการเรียนจากทฤษฎีเพียงอย่างเดียว” รศ.ดร.วลัยพร กล่าว

อีกหนึ่งภาคีสำคัญคือ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาเรียนรู้งานภาครัฐและลงทำงานร่วมกับชุมชน ตั้งแต่การพัฒนาคนและพื้นที่ การส่งเสริมอาชีพ การสร้างรายได้ ไปจนถึงการสำรวจปัญหาและความต้องการของประชาชน นักศึกษาจึงได้ใช้ความรู้ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ร่วมกับทักษะการสื่อสาร การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในบริบทที่แตกต่างกัน

“เมื่อได้ลงพื้นที่จริง นักศึกษาต้องใช้ทั้งความรู้ ความเข้าใจผู้คน การสื่อสาร และการแก้ปัญหา เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทไม่เหมือนกัน นี่คือประสบการณ์ที่ทำให้เห็นชัดว่าความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์สามารถนำไปใช้กับชีวิตและการทำงานจริงได้อย่างไร” รศ.ดร.วลัยพร กล่าว

จากความร่วมมือดังกล่าว บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) และ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับรางวัลประเภทสถานประกอบการขนาดใหญ่ดำเนินการ CWIE ดีเด่น จากการดำเนินงานร่วมกับคณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU

• CRG วัดผลงานนักศึกษาด้วย KPI จริง ทำได้เฉลี่ย 1.35 คนต่อวัน

นายธวัช ทองอินทร์ Head of HR Shared Services & Compliance บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ผู้ได้รับรางวัลประเภทสถานประกอบการขนาดใหญ่ดำเนินการ CWIE ดีเด่น กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง CRG กับ DPU ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละรุ่นมีการปรับรูปแบบการฝึกให้ใกล้เคียงกับการทำงานจริงมากขึ้น ล่าสุดมีนักศึกษาเข้าร่วม 6 คน ภายใต้ระบบพี่เลี้ยงแบบหนึ่งต่อหนึ่ง พร้อมรับผิดชอบงานสรรหาบุคลากรตั้งแต่ประกาศรับสมัคร คัดกรอง สัมภาษณ์ ประสานงานกับ Line Manager ไปจนถึงติดตามผลการจ้างงาน โดยมีตัวชี้วัดผลงานเทียบเคียงกับพนักงานของบริษัท

“สิ่งที่เราเห็นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันคือ นักศึกษามีพัฒนาการและคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พี่เลี้ยงก็พัฒนาจากผู้ปฏิบัติงานมาเป็นโค้ชที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และดึงศักยภาพของนักศึกษาออกมาได้มากขึ้น” นายธวัช กล่าว

จากเกณฑ์ที่พนักงานสรรหาบุคลากรมีเป้าหมายประมาณ 2 คนต่อวัน นักศึกษา DPU สามารถทำผลงานได้เฉลี่ยประมาณ 1.35 คนต่อวัน แม้มีระยะเวลาฝึกเพียง 4 เดือน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่กระบวนการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้แนวคิด “ทำงานจริงและวัดผลได้จริง” ควบคู่กับการเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ จริยธรรม และการจัดการข้อมูลสำคัญขององค์กร

ผลจากการฝึกยังต่อยอดไปสู่โอกาสการทำงาน โดยมีนักศึกษาจากรุ่นแรกเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำของ CRG และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ผ่านการฝึกสามารถทำงานในรูปแบบ Gig Worker ด้านการสรรหาบุคลากรได้

นายธวัช กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานกับคนรุ่นใหม่ สิ่งสำคัญคือการทำให้นักศึกษาเห็น “คุณค่า” ของงาน เช่น งานสรรหาบุคลากรไม่ได้มีความหมายเพียงการหาคนให้ครบตามเป้าหมาย แต่คือการช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจความหมายของสิ่งที่ทำและดึงศักยภาพของตนเองออกมาได้มากขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ ยังให้ความยืดหยุ่นผ่านการทำงานแบบ Remote Working ในบางวันกับนักศึกษาด้วย โดยอาจจะทำงานจากที่สถานศึกษา หรือที่พัก เพื่อให้นักศึกษาสามารถจัดสรรช่องว่างระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทฯ ใช้กับพนักงาน ซึ่งมีการวัดผลแบบ Performance-based Evaluation

• จากนักศึกษาฝึกงานสู่ “คนทำงาน” CRG เติมต้นทุนอาชีพครบกระบวนการ

ด้าน นางสาวศิริพร พราหมณ์ชื่น Education Sourcing Channel Specialist บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ผู้ได้รับรางวัลประเภทผู้ปฏิบัติการ CWIE ในสถานประกอบการดีเด่น กล่าวว่า CRG ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้นักศึกษาได้สัมผัส “งานจริง” ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์และคัดเลือก การเตรียมความรู้ การมอบหมายงาน ระบบพี่เลี้ยง ไปจนถึงการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

“เราไม่ได้มองน้อง ๆ ว่าเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงาน แต่มองว่าเขาคือคนทำงานคนหนึ่งที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงานจริง งานที่มอบหมายจึงเป็นงานลักษณะเดียวกับที่พนักงานต้องรับผิดชอบ เพียงแต่น้องยังมีพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและ Feedback ตลอดกระบวนการ” นางสาวศิริพร กล่าว

นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจะฝึกงานเกือบ 4 เดือน เริ่มจากการเรียนรู้กฎหมายแรงงาน PDPA หลักการสัมภาษณ์ และกระบวนการสรรหาบุคลากร ก่อนเข้าสู่การปฏิบัติงานจริงภายใต้การดูแลของพี่เลี้ยง หัวหน้าทีม และ Mentor พร้อมได้รับเป้าหมายทั้งรายบุคคลและรายทีม เพื่อฝึกความรับผิดชอบและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

สำหรับโครงการรุ่นที่ 3 มีนักศึกษาเข้าร่วม 6 คน โดยหลายคนสามารถทำผลงานได้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด ขณะที่ทีมผู้ดูแลก็นำบทเรียนจากแต่ละรุ่นมาปรับกระบวนการเรียนรู้และการให้คำแนะนำ เพื่อดึงศักยภาพของนักศึกษาออกมาให้มากที่สุด

“สิ่งที่เราอยากให้น้องได้รับคือ ‘ต้นทุนในการทำงาน’ ทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ไม่ว่าวันหนึ่งจะไปทำงานที่ไหน สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปใช้ต่อได้ เป้าหมายสำคัญคือการทำให้เขาพร้อมสำหรับโลกการทำงานจริง” นางสาวศิริพร กล่าว โดย CRG เตรียมเดินหน้าโครงการรุ่นที่ 4 พร้อมศึกษาการขยาย CWIE ไปยังสายงานอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาหลากหลายสาขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงมากขึ้น

• กรมการพัฒนาชุมชน ส่ง รปศ. ลงพื้นที่ ฝึกงานรัฐกับประชาชนจริง 4 เดือน

ขณะที่ นางรัชนี โพธิสัตยา ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนเปิดโอกาสให้นักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เข้าฝึกประสบการณ์การทำงานกับหน่วยงานของกรมฯ เป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน โดยพิจารณามอบหมายงานให้สอดคล้องกับความรู้ ทักษะ และศักยภาพของนักศึกษาแต่ละคน เพื่อให้ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐจากสถานการณ์จริงและการลงพื้นที่

นางรัชนี กล่าวต่อว่า ระหว่างการฝึกงาน นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในภารกิจต่าง ๆ ทั้งการประสานงาน การรวบรวมข้อมูล การจัดทำสถิติ และการลงพื้นที่ร่วมกับบุคลากรของกรมฯ ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับประชาชนและชุมชน เข้าใจบริบทของพื้นที่ ตลอดจนฝึกทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานจริง

“ก่อนสิ้นสุดการฝึก นักศึกษาจะต้องสรุปบทเรียนและนำเสนอผลงานจากการปฏิบัติงาน ซึ่งบางชิ้นสามารถต่อยอดเป็นแผนงานหรือผลงานที่หน่วยงานนำไปใช้ประโยชน์ได้ ขณะเดียวกันกรมฯ ยังขยายการเรียนรู้ไปสู่พื้นที่จริง เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสการทำงานกับประชาชนและผู้ประกอบการโดยตรง” นางรัชนี กล่าว

นางรัชนี กล่าวว่า นักศึกษา DPU มีศักยภาพในการเรียนรู้และปรับตัวได้รวดเร็ว พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ขณะเดียวกันยังนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและ AI มาแลกเปลี่ยนกับบุคลากรของกรมฯ ทำให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างคนต่างรุ่น โดยในอนาคตมีแนวคิดเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาลงทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและชุมชนมากขึ้น ทั้งด้านบรรจุภัณฑ์ Storytelling การตลาด เทคโนโลยี และช่องทางจำหน่ายออนไลน์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชนและสะสมประสบการณ์สำหรับการทำงานในอนาคต

• โจทย์จริงกระทรวงดิจิทัลฯ พาโครงงานนักศึกษา รปศ. คว้า CWIE for SDGs

อีกหนึ่งผลลัพธ์ของการเรียนรู้ผ่าน CWIE คือผลงานของ นางสาวปิยะนุช แก้วเทศ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU ซึ่งได้รับรางวัลประเภท โครงงานที่สนับสนุนสถานประกอบการ CWIE สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (CWIE for SDGs) จากผลงาน “การศึกษาประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมศักยภาพสตรีสู่ผู้นำยุคดิจิทัลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” โดยฝึกสหกิจศึกษาที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

อาจารย์ ดร.กัญญาภัทร ปานหอมยา กาญจนพบู คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์นิเทศ กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริงระหว่างฝึกสหกิจศึกษาที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนางสาวปิยะนุชมีพัฒนาการทั้งด้านการปรับตัว การทำงานร่วมกับผู้อื่น การใช้ AI การวางแผน และการนำองค์ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์ไปสนับสนุนการทำงานของหน่วยงาน

หลังเข้าฝึกสหกิจประมาณ 2 สัปดาห์ นางสาวปิยะนุชได้นำโครงการส่งเสริมศักยภาพสตรีสู่ผู้นำยุคดิจิทัลมาปรึกษา ก่อนพัฒนาสู่โครงงานศึกษาประสิทธิผลของโครงการ โดยผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมได้รับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล การใช้ AI การวางแผน และภาวะผู้นำ สะท้อนว่าการเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีสามารถเพิ่มความพร้อมให้ผู้หญิงก้าวสู่บทบาทผู้นำได้

“จุดแข็งของโครงงานคือเกิดจากโจทย์จริงในหน่วยงาน นักศึกษาได้ตั้งคำถาม ศึกษาข้อมูล และนำมาพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทำให้ได้ฝึกทั้งการคิดวิเคราะห์ การวิจัย การใช้เทคโนโลยี การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง” อาจารย์ ดร.กัญญาภัทร กล่าว

ด้าน นางสาวปิยะนุช กล่าวว่า ตนเลือกทำโครงงานดังกล่าวจากความสนใจเรื่องศักยภาพของผู้หญิงและบทบาทความเป็นผู้นำ โดยเชื่อว่าผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำได้ หากได้รับโอกาสและการพัฒนาทักษะที่เหมาะสม โดยเฉพาะทักษะด้านเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล

การทำโครงงานควบคู่กับการฝึกสหกิจทำให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่การเก็บข้อมูล วิเคราะห์ผล การประสานงาน ไปจนถึงการแก้ปัญหาและทำงานร่วมกับบุคลากรในหน่วยงาน ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งประสบการณ์และความมั่นใจในตนเอง

สำหรับการได้รับรางวัลครั้งนี้ นางสาวปิยะนุช กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจและมีความมั่นใจมากขึ้น พร้อมขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษา คณบดี พี่เลี้ยง และเพื่อน ๆ ที่ให้คำแนะนำตลอดกระบวนการ โดยมีแผนนำหัวข้อดังกล่าวไปต่อยอดเป็นงานวิจัยระดับปริญญาโท และใช้ประสบการณ์จากสหกิจศึกษาเป็นพื้นฐานสำหรับเส้นทางการทำงานในอนาคต

ผู้สนใจในหลักสูตร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-public-administration