คณะกายภาพบำบัด DPU ดึงเยาวชนค้นหาศักยภาพตัวเอง เปิดห้องเรียน “Basic Anatomy for Students” เรียนกายวิภาคศาสตร์จากร่างอาจารย์ใหญ่ ก่อนเลือกคณะในอนาคต

12 ตุลาคม 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter
  • SDGs 4

คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดโครงการอบรม “กายวิภาคศาสตร์พื้นฐานสำหรับนักเรียน (Basic Anatomy for Students)” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง 20501 ชั้น 5 อาคาร 20 ในรูปแบบ Onsite และ Online เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่สนใจศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพได้เรียนรู้กายวิภาคศาสตร์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากร่างอาจารย์ใหญ่ พร้อมสัมผัสรูปแบบการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและใช้ประสบการณ์ประกอบการวางแผนศึกษาต่อ โดยมีนักเรียนจากกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดเข้าร่วมกว่า 113 คน

ดร.กภ.เบญจมาภรณ์ หาญเจริญกุล คณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า โครงการอบรมดังกล่าว จัดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการให้นักเรียนมีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างร่างกายมนุษย์ และได้เห็นลักษณะการเรียนจริงของคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ เนื่องจากหลายสาขา ทั้งแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ กายภาพบำบัด และพยาบาลศาสตร์ ล้วนต้องใช้ความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์เป็นพื้นฐาน การได้ทดลองเรียนรู้ก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยจึงช่วยให้นักเรียนมองเห็นว่าเนื้อหาและรูปแบบการเรียนสอดคล้องกับความสนใจของตนเองหรือไม่ และช่วยให้ตัดสินใจเลือกเส้นทางการศึกษาต่อได้ชัดเจนขึ้น

“กิจกรรมช่วงเช้าเน้นการปูพื้นฐานด้านกายวิภาคศาสตร์ ตั้งแต่โครงสร้างร่างกายมนุษย์ คำศัพท์เฉพาะทาง ส่วนแกนกลางลำตัว ตลอดจนรยางค์แขนและขา โดยมี ดร.ศศิภา เพียรรำลึก อาจารย์ประจำ วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นวิทยากรหลัก ก่อนต่อยอดสู่ภาคปฏิบัติในช่วงบ่าย เพื่อให้นักเรียนเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนจากทฤษฎีกับโครงสร้างจริงของร่างกายมนุษย์” ดร.กภ.เบญจมาภรณ์ กล่าว


ภาคปฏิบัติแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 3 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 การเรียนรู้ระบบกระดูก ผ่านกระดูกอาจารย์ใหญ่ เพื่อให้นักเรียนรู้จักกระดูกชิ้นสำคัญ ตำแหน่ง และการเชื่อมต่อของกระดูกแต่ละส่วนในร่างกาย ฐานที่ 2 การศึกษากล้ามเนื้อร่างกายทางด้านหน้าจากร่างอาจารย์ใหญ่ ครอบคลุมบริเวณแขน หน้าอก ช่องท้อง ขา และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นักเรียนเห็นตำแหน่งและลักษณะของกล้ามเนื้อจากของจริง และ ฐานที่ 3 การศึกษากล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกายทางด้านหลังจากร่างอาจารย์ใหญ่ ครอบคลุมบริเวณแขน หน้าอก ช่องท้อง ขา และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง โดยทั้ง 3 ฐานออกแบบให้เชื่อมโยงกับความรู้ภาคทฤษฎีในช่วงเช้า ช่วยให้นักเรียนเข้าใจโครงสร้างร่างกายได้มากขึ้น

ดร.กภ.เบญจมาภรณ์ อธิบายต่อว่า อีกส่วนหนึ่งของกิจกรรมคือการให้นักเรียนทดลองรูปแบบการประเมินที่ใช้ในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย ทั้งการสอบภาคทฤษฎีและ การสอบปฏิบัติการแบบ “แลปกริ๊ง” ซึ่งผู้เข้าสอบต้องระบุชื่อหรือโครงสร้างจากจุดที่กำหนดบนตัวอย่างจริงภายในเวลาที่กำหนด ก่อนหมุนเวียนไปยังข้อถัดไป ทำให้นักเรียนได้สัมผัสตั้งแต่กระบวนการเรียน การปฏิบัติ ไปจนถึงรูปแบบการวัดผลของสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ก่อนรับเกียรติบัตรเมื่อผ่านการอบรม

“ประสบการณ์ครั้งนี้ช่วยให้นักเรียนได้รับความรู้พื้นฐาน คำศัพท์เฉพาะทาง และความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการเรียนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้ได้สำรวจตัวเองว่า มีความสนใจและพร้อมที่จะเรียนต่อในสายนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญก่อนเลือกคณะในระดับมหาวิทยาลัย โดยคณะกายภาพบำบัด DPU ต้องการเป็นพื้นที่หนึ่งที่ช่วยให้นักเรียนได้ค้นพบความถนัดและศักยภาพของตนเองผ่านการลงมือเรียนรู้จริง” ดร.กภ.เบญจมาภรณ์ กล่าว

สำหรับนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อด้านกายภาพบำบัด ประสบการณ์จากการอบรมและเกียรติบัตรที่ได้รับยังสามารถนำไปประกอบ Portfolio เพื่อแสดงถึงความสนใจและประสบการณ์เบื้องต้นในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพได้ ขณะเดียวกัน การเข้าร่วมกิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นักเรียนและผู้ปกครองได้สัมผัสสภาพแวดล้อม ห้องปฏิบัติการ และรูปแบบการเรียนการสอนของคณะด้วยตนเองก่อนตัดสินใจศึกษาต่อ

ด้าน ดร.ศศิภา เพียรรำลึก อาจารย์ประจำ วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะวิทยากรโครงการดังกล่าว กล่าวว่า เนื้อหาการอบรมหัวข้อ Basic Human Anatomy มุ่งให้นักเรียนรู้จักกายวิภาคศาสตร์พื้นฐานในส่วนของ Gross Anatomy หรือกายวิภาคศาสตร์มหภาค โดยเน้นระบบกระดูกและระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลัก นักเรียนจะได้ปูพื้นฐานคำศัพท์ทางกายวิภาคศาสตร์ เนื่องจากศัพท์เฉพาะจำนวนมากมีรากมาจากภาษากรีกและละติน การเข้าใจคำศัพท์จึงช่วยให้ติดตามเนื้อหาและเชื่อมโยงกับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้น

สำหรับระบบกระดูก จะเน้นให้นักเรียนรู้จักกระดูกชิ้นสำคัญ ตำแหน่ง และความสัมพันธ์ของกระดูกแต่ละส่วน ขณะที่ระบบกล้ามเนื้อจะเลือกเรียนรู้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่พบได้บ่อยและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เช่น กล้ามเนื้อน่อง กล้ามเนื้อต้นแขน และกลุ่มกล้ามเนื้อต้นขา รวมถึงทำความเข้าใจว่าการหดตัวของกล้ามเนื้อแต่ละมัดทำให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างไร เพื่อให้นักเรียนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างของร่างกายกับการเคลื่อนไหวได้ชัดเจนขึ้น

ดร.ศศิภา กล่าวต่อว่า การอบรมไม่ได้ลงรายละเอียดลึกเท่ากับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่ต้องการให้นักเรียนได้เห็นภาพจริงของการเรียนสายสุขภาพ โดยเฉพาะการได้เรียนรู้จากโครงสร้างจริงของร่างกาย ซึ่งช่วยให้นักเรียนสำรวจตัวเองได้ว่า สนใจเนื้อหาในลักษณะนี้หรือไม่ สามารถปรับตัวกับรูปแบบการเรียนและบรรยากาศของห้องปฏิบัติการได้เพียงใด เพราะหากเลือกศึกษาต่อในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิชากายวิภาคศาสตร์จะเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ต้องเรียนตั้งแต่ช่วงต้นของหลักสูตร

“ปัจจุบันเด็ก ๆ มีโอกาสเข้าถึงค่ายและกิจกรรมทดลองเรียนมากขึ้น ทั้งด้านกายวิภาคศาสตร์ กายภาพบำบัด และวิชาชีพอื่น ๆ อยากให้น้อง ๆ ใช้โอกาสเหล่านี้ในการลองเรียน ลองสัมผัส และดูว่าตัวเองชอบหรือเหมาะกับเส้นทางนั้นจริงหรือไม่ เพราะประสบการณ์จากการได้ลองด้วยตัวเอง จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกเรียนต่อและวางแผนอาชีพในอนาคตมีความชัดเจนมากขึ้น” ดร.ศศิภา กล่าว

จากกิจกรรมที่เปิดให้นักเรียนได้ทดลองเรียนรู้ในรูปแบบใกล้เคียงกับระดับมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้เข้าร่วมหลายคนมองเห็นความสนใจของตนเองชัดขึ้น นางสาวณัฐธิดา โอฬาร์กิจ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้องเรียนพิเศษ GEP (Gifted English Program) โรงเรียนธิดาแม่พระ จ.สุราษฎร์ธานี ที่สนใจศึกษาต่อด้านกายภาพบำบัด เปิดเผยว่า ตนเป็นนักกีฬาและมองเห็นว่าสามารถนำความรู้ไปต่อยอดกับเส้นทางด้านกีฬาได้ในอนาคต โดยได้รับคำแนะนำจากโค้ชว่า หากศึกษาด้านกายภาพบำบัด เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถนำความรู้กลับไปช่วยดูแล ฟื้นฟู และให้คำแนะนำแก่นักกีฬาในสโมสรได้ จึงทำให้มีเป้าหมายด้านการเรียนต่อสายนี้ค่อนข้างชัดเจน

หลังเข้าร่วมกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นางสาวณัฐธิดา ระบุว่า ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กระดูก และโครงสร้างต่าง ๆ ของร่างกายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการได้เรียนรู้จากร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งช่วยให้เข้าใจกายวิภาคศาสตร์ได้ชัดขึ้น และยิ่งทำให้มั่นใจในความสนใจด้านกายภาพบำบัดมากขึ้น ทั้งนี้ DPU เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่สนใจ หลังได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่เกี่ยวกับการเรียนการสอนและอาจารย์ที่มีความรู้ด้านกายภาพบำบัดและกีฬา จึงตัดสินใจเดินทางจาก จ.สุราษฎร์ธานี มาร่วมกิจกรรมด้วยตนเอง เพื่อสัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้และทำความรู้จักสาขาวิชาก่อนตัดสินใจศึกษาต่อ


ขณะที่ นายสิรวิชญ์ ธนาคุณ นางสาวพัชร์นันธ์ สรรประเสริฐ และนางสาวธนัชพร จินดาดวง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนวิทย์–คณิต โรงเรียนนางรอง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ทั้ง 3 คนมีความสนใจศึกษาต่อในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ จึงมองหากิจกรรมที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์นอกห้องเรียนและทำให้ได้เห็นรูปแบบการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยทราบข้อมูลโครงการผ่าน Facebook ก่อนชักชวนกันสมัครเข้าร่วม เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ประกอบการค้นหาความสนใจและเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อในอนาคต

หลังเข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เนื้อหากายวิภาคศาสตร์ในรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องกล้ามเนื้อ กระดูก และโครงสร้างต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งบางเนื้อหายังไม่ได้เรียนในระดับชั้น ม.5 ขณะที่บางเรื่องเคยเรียนมาแล้วแต่ยังไม่เข้าใจมากนัก การได้เรียนผ่านการอธิบายควบคู่กับการปฏิบัติจึงช่วยให้มองเห็นความเชื่อมโยงของเนื้อหาและเข้าใจได้มากขึ้น

“ประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการสามารถนำไปต่อยอดในการเตรียมตัวศึกษาต่อ ทั้งการวางแผนเลือกคณะ การสะสมประสบการณ์ และเป็นส่วนหนึ่งในการทำ Portfolio เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสนใจในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยการได้เริ่มสำรวจตัวเองตั้งแต่ชั้น ม.5 ทำให้มีเวลาเตรียมตัวและวางแผนเส้นทางการเรียนในอนาคตได้” นักเรียนชั้น ม.5 กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจเกี่ยวกับ คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ค้นหาข้อมูลได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-physical-therapy