
เทคนิคการแพทย์ DPU ผนึก HOPEFUL–AFFINOME นำนวัตกรรมลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพผู้สูงวัย ยกระดับศักยภาพนักศึกษาผ่านการปฏิบัติงานจริง
- Newsletter
- SDGs 3
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับบริษัท โฮปฟูล จำกัด (HOPEFUL) และบริษัท แอฟฟิโนม จำกัด (AFFINOME) ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองสุขภาพและประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมให้แก่ผู้สูงอายุ ณ มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โดยนำนวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์จากตัวอย่างน้ำลายมาใช้ในการคัดกรองสุขภาพ ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยและการมอบสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียนและร่วมสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม

ดร.วรพรรณ ยิ่งศิวะพัฒน์ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า คณะเทคนิคการแพทย์ DPU มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่ใช้งานได้จริงภายใต้แนวคิด Practical Excellence เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สอนหนังสือ แต่ยังเป็นศูนย์กลางการนำนวัตกรรมสุขภาพออกไปรับใช้สังคม ความร่วมมือกับ HOPEFUL และ AFFINOME ครั้งนี้จึงถือเป็นโมเดลต้นแบบในการบูรณาการจุดแข็งของ 3 ภาคส่วน ทั้งการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน นวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ และองค์ความรู้ทางวิชาการจากสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสุขภาวะของชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณาจารย์และนักศึกษาคณะเทคนิคการแพทย์ DPU ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ ประกอบด้วยการลงทะเบียน การดูแลและแนะนำวิธีเก็บตัวอย่างน้ำลายอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน การส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ และการประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมร่วมกับคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่กับการซักประวัติการใช้ยาและอาหารเสริม และการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย

“ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ การคัดกรองเชิงป้องกันจึงมีความสำคัญมาก กิจกรรมครั้งนี้เรานำนวัตกรรมการคัดกรองสุขภาพที่ทันสมัยและไม่รุกล้ำร่างกาย อย่างการเก็บตัวอย่างน้ำลาย รวมถึงการทำแบบประเมินความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมมาใช้ เพื่อช่วยลดความกังวลและทำให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการตรวจได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการรู้เท่าทันความเสี่ยงตั้งแต่แรก ยังช่วยให้เราสามารถวางแผนการดูแล การชะลอความเสื่อม และป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างทันท่วงที ซึ่งช่วยลดภาระด้านสาธารณสุขในภาพรวมของประเทศได้” ดร.วรพรรณ อธิบาย

นอกเหนือจากการตรวจคัดกรองสุขภาพ ภายในงานยังมีกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งกิจกรรมบริหารสมอง “จีบ-แอล” เกมสันทนาการพร้อมแจกของรางวัล และการเลี้ยงอาหารกลางวัน รวมถึงการส่งมอบของบริจาคและสิ่งของจำเป็นเพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุของมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส
“การลงพื้นที่จริงครั้งนี้นักศึกษาได้สัมผัสและลงมือปฏิบัติงานในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การลงทะเบียนคัดกรอง การดูแลและแนะนำการเก็บตัวอย่างน้ำลายอย่างถูกวิธีตามมาตรฐาน ไปจนถึงการได้เห็นแบบอย่างการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมร่วมกับคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น สิ่งที่นักศึกษาได้กลับไปมากกว่าความรู้ในตำรา คือ Soft Skills ทั้งทักษะการสื่อสาร การสร้างความคุ้นเคย และการรับฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจ หรือ Empathy กับผู้สูงอายุ สิ่งเหล่านี้ช่วยปลูกฝังจิตสาธารณะ ทำให้พวกเขาเข้าใจบทบาทของนักเทคนิคการแพทย์ในฐานะผู้ให้ และตระหนักถึงคุณค่าของวิชาชีพในการดูแลสุขภาวะของผู้คนในสังคม” คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ ระบุ

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ดร.วรพรรณ เปิดเผยว่า คณะเทคนิคการแพทย์ DPU มีแผนดำเนินโครงการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน เพื่อลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มจากการคัดกรองความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์จากตัวอย่างน้ำลายเป็นโครงการนำร่องในปีการศึกษานี้ และเตรียมนำเทคโนโลยีตรวจคัดกรองที่หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ทั้งการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม (DNA) และการตรวจภูมิแพ้ มาปรับใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งต่อไป เพื่อให้ชุมชนโดยรอบและผู้สูงอายุได้รับบริการสุขภาพที่เข้าถึงง่ายและมีคุณภาพมากที่สุด
ผู้สนใจใน คณะเทคนิคการแพทย์ DPU สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-medical-technology


