
DPU เปิดเวที Better Living Project เสริมศักยภาพความรู้ด้าน Cell Therapy เจาะอนาคตเซลล์บำบัด ย้ำมาตรฐานความปลอดภัยและการรู้เท่าทันนวัตกรรมการแพทย์
- Newsletter
- SDGs 3
- SDGs 4
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมบรรยายวิชาการภายใต้โครงการ Better Living Project ในหัวข้อ “Updated Basic and Advanced Cell Therapy: New Frontiers in Regenerative Medicine” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและผู้สนใจได้เรียนรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเซลล์บำบัด (Cell Therapy) และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Regenerative Medicine) พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ ข้อจำกัด มาตรฐานความปลอดภัย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมศักยภาพในการประเมินข้อมูลสุขภาพและเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเหมาะสม โดยได้รับเกียรติจาก ดร.มนตรี โตโส อาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง 7305 อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า โครงการ Better Living Project เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนพันธกิจด้านบริการวิชาการแก่สังคม โดยมหาวิทยาลัยมุ่งนำองค์ความรู้จากการศึกษา งานวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์มาถ่ายทอดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การจัดกิจกรรมดังกล่าวจึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตในอนาคต
ดร.พีระยุทธ กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ (Knowledge Hub) ระหว่างสถาบันการศึกษา นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ภาคอุตสาหกรรมสุขภาพ และประชาชน เพื่อให้ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมสามารถถ่ายทอดสู่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีเซลล์บำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และมาตรฐานความปลอดภัยของเทคโนโลยีเหล่านี้ จะช่วยพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และเพิ่มความสามารถในการประเมินข้อมูลทางการแพทย์ได้อย่างมีวิจารณญาณ
“มหาวิทยาลัยไม่ได้มีบทบาทเพียงการผลิตบัณฑิตหรือสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังมีพันธกิจสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ประชาชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม การเปิดพื้นที่บริการวิชาการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสในการเข้าถึงความรู้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมอย่างยั่งยืน” ดร.พีระยุทธ กล่าว

ด้าน ดร.มนตรี โตโส อาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ วิทยากรบรรยาย กล่าวว่า การบรรยายครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเซลล์บำบัด (Cell Therapy) โดยเฉพาะชนิดและประเภทของเซลล์ที่นำมาใช้ทางการแพทย์ เนื่องจากหลายคนอาจเข้าใจว่าเซลล์บำบัดเกี่ยวข้องกับสเต็มเซลล์ (Stem Cell) เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงยังมีเซลล์อีกหลายประเภทที่มีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน การมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องจึงช่วยให้ประชาชนเข้าใจขอบเขตการนำไปใช้ และสามารถพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบันเทคโนโลยีเซลล์บำบัดมีการนำมาใช้รักษาโรคบางประเภทแล้ว ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะการรักษาที่ผ่านการศึกษา วิจัย และได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการแพทย์ รวมถึงการรักษาโรคเฉพาะทางบางกลุ่มและการปลูกถ่ายเซลล์หรือเนื้อเยื่อ สำหรับประเทศไทยอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีมาใช้ทางการแพทย์อย่างปลอดภัยและเหมาะสม

ดร.มนตรี มองว่า ในอนาคตเซลล์บำบัดมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อวงการแพทย์มากขึ้น โดยอาจพัฒนาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคบางประเภทที่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม การนำมาใช้จำเป็นต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับและผ่านการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด
ขณะเดียวกัน ประชาชนควรระมัดระวังการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการเซลล์บำบัด เนื่องจากปัจจุบันมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองและผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการรับรอง รวมถึงผลิตภัณฑ์เลียนแบบและการโฆษณากล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง จึงควรตรวจสอบชนิดของเซลล์ ข้อบ่งใช้ และการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
“สิ่งสำคัญที่อยากให้ผู้เข้าร่วมได้รับจากการบรรยายครั้งนี้ คือ เมื่อมีการกล่าวถึงการนำเซลล์มาใช้รักษาหรือดูแลสุขภาพ คำถามแรกที่ควรถามคือ เซลล์ที่นำมาใช้นั้นเป็นเซลล์ชนิดใด เพราะการรู้จักและแยกแยะประเภทของเซลล์ได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการทำความเข้าใจเทคโนโลยีเซลล์บำบัด และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการพิจารณาข้อมูลด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม” ดร.มนตรี กล่าว


ขณะที่หนึ่งในผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย ซึ่งเป็นนักวิจัยจากบริษัทเอกชนที่มีประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal Stem Cells (MSCs) กล่าวว่า สนใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) รวมถึงติดตามความคืบหน้าของกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยการบรรยายช่วยให้เข้าใจภาพรวมของ ATMPs ทั้งประเภทผลิตภัณฑ์ แนวทางการพัฒนา และกรอบการกำกับดูแล โดยเฉพาะการจำแนกประเภทผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ MSCs ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว
“สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมฟังบรรยาย คือความเข้าใจเกี่ยวกับ ATMPs ที่เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดประเภทผลิตภัณฑ์และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการเพาะเลี้ยงเซลล์มองเห็นแนวทางพัฒนากระบวนการให้สอดคล้องกับข้อกำหนด พร้อมนำความรู้ไปต่อยอดด้านการเพาะเลี้ยงเซลล์และเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานขององค์กร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ATMPs สู่การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในอนาคต” นักวิจัยรายเดิม กล่าว
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ที่เว็บไซต์ https://www.dpu.ac.th/th
