
DPU จับมือ ธนาคารออมสิน จัดงานนำเสนอผลสัมฤทธิ์ "โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2569" พลิกฟื้นชุมชนบ้านยางพัฒนา สู่ "ตลาดน้ำชุมชน" พร้อมยกระดับ OTOP สร้างรายได้ยั่งยืน
- Newsletter
- SDGs 12
- SDGs 8
- 2025 การเรียนการสอน
- SDGs 11
- SDGs 17
- 2025 บริการวิชาการ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ ธนาคารออมสิน จัดงาน "การนำเสนอผลสัมฤทธิ์และพิธีปิด โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2569" เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ เพื่อสรุปผลสัมฤทธิ์การลงพื้นที่ของคณาจารย์และนักศึกษาในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์ แจ้งรักษ์สกุล รองคณบดี คณะบริหารธุรกิจ DPU เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารธนาคารออมสิน คณะกรรมการประเมิน และผู้แทนชุมชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติงานของทีมนักศึกษาจำนวน 10 คน จากคณะบริหารธุรกิจ 5 คน และคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม 5 คน ในนามทีม "ตุ้มโฮมไทยทรงดำ" มี อาจารย์สุรชัย สวนทับทิม เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย อาจารย์นวพงศ์ ตัณฑดิลก, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เกื้อจิตร ชีระกาญจน์ และ อาจารย์ศิริพร อำไพลาภสุข อาจารย์ที่ปรึกษา ได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ประกอบด้วย การสำรวจปัญหาในครั้งที่ 1 การวางแผนพัฒนาร่วมกันในครั้งที่ 2 การปรับปรุงฉลากสินค้า อบรมบัญชีครัวเรือน และทดลองจำลองตลาดน้ำในครั้งที่ 3 ตลอดจนการอบรมมัคคุเทศก์ และการเปิดตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนาในครั้งที่ 4 ซึ่งทำให้เกิดโปรแกรมท่องเที่ยว "ล่องคลอง จ้องนา กินปลาบ้านยาง" ส่งผลให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว และรายได้จากกิจกรรมภายในตลาดน้ำ พร้อมทั้งมียอดการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลชุมชนผ่าน Facebook และ TikTok เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์ แจ้งรักษ์สกุล รองคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะประธานในพิธีได้เปิดเผยถึงแนวคิดการทำงานร่วมกับ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านยางพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ว่า การลงพื้นที่ของนักศึกษาเป็นการนำองค์ความรู้ในชั้นเรียนไปปฏิบัติจริงร่วมกับชุมชนบ้านยางพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยการมาสรุปผลงานในวันนี้ ถือเป็นเรื่องดีที่นักศึกษาจากหลายคณะจะได้มาร่วมเรียนรู้ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และช่วยกันมองหาแนวทางการเติบโตของชุมชนในอนาคตต่อไป
"วันนี้เป็นโอกาสดีที่มีนักศึกษาจากหลายสาขาวิชามารับฟังการรายงานผลสัมฤทธิ์ ซึ่งคือสิ่งที่เราได้ร่วมกับชุมชนในการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน และเราจะได้เห็นแนวทางการเติบโตในอนาคตปีต่อๆ ไปด้วย" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์ กล่าว


ขณะที่ คุณนวรัตน์ อยู่ศรี พนักงานสนับสนุนธุรกิจ 7 หน่วยสถาบันการเงินชุมชน ธนาคารออมสิน ภาค 5 ผู้แทนจากธนาคารออมสิน กล่าวเสริมถึงกรอบความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น และจากผลงานการลงมือทำที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความร่วมมือดังกล่าวนอกจากจะช่วยสร้างประโยชน์แล้ว ยังสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นได้จริง
นอกจากนี้ ธนาคารยังคงพร้อมสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณและเครื่องมือทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชาวบ้านและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถบริหารจัดการและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นและเป็นกำลังใจให้ทีมนักศึกษา DPU นำผลงานการพัฒนาชุมชนบ้านยางพัฒนา ออกไปสร้างชื่อเสียงและคว้ารางวัลอันดับ 1 ในระดับประเทศ จากสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 67 แห่งทั่วประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในพื้นที่ ทั้งการเปลี่ยนศาลากลางน้ำที่เคยปล่อยร้างให้กลายเป็น "ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา" โดยได้รับความร่วมมือจากเทศบาลในการขุดลอกคลองและกำจัดผักตบชวาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งนำพืชท้องถิ่นอย่าง "ต้นหูตดหมา" มาทำเป็นซุปก๋วยเตี๋ยวเรือเพื่อสร้างจุดขาย และช่วยกระจายรายได้สู่เกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในโอกาสนี้ คุณศุภกฤต สุภัทธนิกกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งกระพังโหม และผู้นำชุมชนบ้านยางพัฒนา ยังได้ร่วมยืนยันการเข้ามาของ DPU ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่า หากไม่ได้ทางมหาวิทยาลัยเข้ามาส่งเสริม ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนาคงไม่เกิดขึ้น
"ถ้าไม่ได้ทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เข้ามาส่งเสริม งานตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนาคงไม่เกิด แม้จะเหนื่อยแต่พอเห็นชาวบ้านเอาผักเอากล้วยพืชผักสดมาขายแล้วได้เงินกลับไปเสาร์-อาทิตย์อย่างน้อยวันละ 500 บาท ก็ช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ครัวเรือนในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้จริง และสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 อธิบาย

นอกจากพื้นที่ตลาดน้ำแล้ว ในส่วนของกลุ่มผลิตสินค้า OTOP ทาง DPU ยังได้เข้ามาช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ตามแนวคิด BCG Model ทั้งการทำสเปรย์กระดูกไก่ดำ และการพัฒนา "กล้วยตากม้วนแม่บัว" โดยการปรับดีไซน์แพ็กเกจจิ้งและเพิ่มรสชาติใหม่ ทำให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องราคาขายและขยายกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจน
"เรื่อง Packaging ต้องขอชื่นชมทางธุรกิจบัณฑิตย์ จากเดิมที่เป็นถุงพลาสติกใส่ขายราคา 25 บาท พอเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจจิ้งใหม่ที่ออกแบบให้ สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าขึ้นอีกเป็น 35 บาท และการเพิ่มรสชาติก็ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น" ตัวแทนกลุ่มกล้วยตากม้วนแม่บัว กล่าวเสริม

สำหรับ กลไกเบื้องหลังการเตรียมความพร้อมนักศึกษาก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้นำนวัตกรรมการศึกษาผ่านศูนย์ DPU Potential Center และระบบ DPU Passport ซึ่งประยุกต์ใช้หลักจิตวิทยาเชิงบวกและวิชาการด้านทรัพยากรบุคคล มาประเมินและแปลงค่าพลัง Soft Skills และ Social Intelligence ของนักศึกษาตลอด 4 ปี ให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างทักษะการทำงานจริงและการปรับตัวร่วมกับสังคม
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุด "ไทยดำรำพัน" และ "รวมใจไทยดำ" โดยกลุ่มสตรีบ้านยางพัฒนา เพื่อแสดงความขอบคุณแก่คณะผู้จัดงาน ก่อนเข้าสู่ช่วงการนำเสนอและประเมินผลโครงการโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ดร.วรัญญู ศรีเชียงราย, อาจารย์ปัณณ์ ณัฐพงษ์ แสงสุวรรณ, อาจารย์ธัญญภัสร์ ภูมิทรัพยเวทย์ พร้อมด้วย คุณนวรัตน์ อยู่ศรี และ คุณจตุโชค รื่นทิม พนักงานสนับสนุนธุรกิจ 7 หน่วยสถาบันการเงินชุมชน ธนาคารออมสิน ภาค 5 ซึ่งได้กล่าวชื่นชมทีมนักศึกษาที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตไททรงดำ ตลาดน้ำชุมชน และการยกระดับ OTOP เข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี พร้อมให้ข้อคิดเห็นเชิงพัฒนาในการวางรากฐานระบบบริหารจัดการช่องทางออนไลน์ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถต่อยอดและดำเนินงานได้เองอย่างยั่งยืนในระยะยาว


ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.dpu.ac.th โดย DPU พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมตามแนวคิด "Potentialigence" ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ที่มุ่งค้นหาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในเชิงสมรรถนะ ช่วยให้ผู้เรียนรู้ว่าตนเองมีศักยภาพด้านไหน ต้องพัฒนาทักษะอะไร และควรวางเส้นทางการเรียนรู้อย่างไร โดยเป้าหมายคือสร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่เชื่อมตัวตน การเรียน และโลกการทำงานจริง เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบอนาคตของตนเองได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งด้านการเรียนรู้ สุขภาวะการทำงาน และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนำประเทศไทยสู่อนาคตที่มั่นคง

