ศิลปกรรมฯ DPU ติวเข้ม นศ.กราฟิก ปลดล็อก ‘ศักยภาพ’ ถ่ายภาพ Storytelling เขาใหญ่ ผสานการเรียนรู้สู่เป้าหมาย ‘SDGs’ ไปพร้อมกัน

03 พฤศจิกายน 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • SDGs 15
  • Newsletter
  • SDGs 4

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาคสนามให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเอกการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ ในรายวิชา “การถ่ายภาพเพื่องานกราฟิก” จำนวน 35 คน ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อฝึกการถ่ายภาพแบบ Storytelling บนเส้นทาง ผากล้วยไม้–น้ำตกเหวสุวัต ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร ก่อนนำผลงานกลับมาคัดเลือกและจัดแสดงภายในงาน “Lansilp 2026 ลานศิลป์พร้อมปล่อยพลัง” ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569

อาจารย์กิรติ ศรีสุชาติ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ในฐานะอาจารย์สาขาวิชาเอกการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ต่อยอดจากโจทย์ในรายวิชาที่ต้องการให้นักศึกษาเรียนรู้การถ่ายภาพเพื่อเล่าเรื่อง หรือ Storytelling ผ่านการลงพื้นที่จริง โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมกันเลือกสถานที่จาก 3 พื้นที่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครนายก และชะอำ ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับคะแนนโหวตมากที่สุด จากนั้นจึงประสานกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อคัดเลือกเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับการฝึกถ่ายภาพและการเรียนรู้ภาคสนาม

เส้นทางผากล้วยไม้–น้ำตกเหวสุวัต ได้รับเลือกเพราะมีลักษณะภูมิประเทศและบรรยากาศที่หลากหลาย ตลอดเส้นทางต้องเดินเลียบลำธารและผ่านพื้นที่ธรรมชาติที่ยังพบร่องรอยหลังเกิดน้ำป่า ทั้งต้นไม้หักหรือโค่น ร่องรอยกระแสน้ำ ดิน หิน และความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ซึ่งเป็นสภาพที่แตกต่างจากช่วงเวลาปกติ ทำให้นักศึกษามีวัตถุดิบในการสังเกตและบันทึกเรื่องราวผ่านภาพถ่ายได้หลากหลายขึ้น

“โจทย์คือ Storytelling เราให้พื้นที่เดียวกัน แต่ไม่ได้กำหนดว่าทุกคนจะต้องเล่าเหมือนกัน นักศึกษาต้องมองด้วยตัวเองว่าจะหยิบอะไรจากสิ่งที่เห็นระหว่างทางมาเล่า เพราะพื้นที่ลักษณะนี้คนทั่วไปไม่ได้เดินเข้าไปเห็นกันง่าย ๆ ภาพที่ได้จึงสามารถบอกได้ทั้งบรรยากาศ สภาพธรรมชาติ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ในช่วงเวลานั้น” อาจารย์กิรติ กล่าว

อาจารย์กิรติ อธิบายว่า ก่อนลงพื้นที่นักศึกษามีพื้นฐานด้านเทคนิคการถ่ายภาพจากการเรียนมาแล้ว กิจกรรมครั้งนี้จึงเน้นการนำความรู้ไปใช้ในสนามจริง ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในสตูดิโอ เพราะไม่สามารถกำหนดสภาพแสง จัดฉาก หรือรู้ล่วงหน้าว่าจะพบเหตุการณ์ใด นักศึกษาต้องตัดสินใจหน้างานตั้งแต่การเลือกมุม จังหวะการถ่าย การจัดองค์ประกอบ การใช้แสง ไปจนถึงการสังเกตรายละเอียดที่สามารถนำมาเชื่อมเป็นเรื่องราว ลักษณะการทำงานจึงใกล้เคียงกับการถ่ายภาพเชิงสารคดีที่ต้องตอบสนองต่อสถานการณ์จริง

นอกจากการฝึกทักษะด้านภาพถ่าย การเดินป่ายังเพิ่มโจทย์เรื่องการปรับตัวและการทำงานร่วมกับผู้อื่น แม้ผลงานที่ส่งจะเป็นงานรายบุคคล แต่นักศึกษาต้องเดินทางเป็นกลุ่ม มีผู้นำทาง และคอยดูแลสมาชิกในทีมตลอดเส้นทาง ทั้งการหยุดรอ ปรับจังหวะการเดิน และช่วยเหลือกันเมื่อเกิดความเหนื่อยล้าหรือปัญหาระหว่างทาง

อาจารย์กิรติ กล่าวต่อว่า หลังจากนักศึกษาคัดเลือกและพัฒนาภาพถ่ายแล้ว จะนำผลงานไปพิมพ์และจัดแสดงในพื้นที่นิทรรศการ เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นผลงานของตนเองในรูปแบบจริง พร้อมเรียนรู้ว่าภาพถ่ายสามารถสื่อสารกับผู้ชมและสร้างการรับรู้ได้อย่างไร โดยผลงานจากกิจกรรมครั้งนี้มีแผนนำไปร่วมจัดแสดงกับผลงานของคณะศิลปกรรมศาสตร์ในงาน “Lansilp 2026 ลานศิลป์พร้อมปล่อยพลัง” ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569

“ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งการถ่ายภาพและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะบางคนไม่เคยเดินป่ามาก่อน ต้องเจอทั้งความเหนื่อย เส้นทางที่คาดเดาไม่ได้ และสถานการณ์ที่ต้องคอยช่วยเหลือกัน ขณะเดียวกันยังต้องคิดอยู่ตลอดว่าจะมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร และถ่ายทอดกลับมาเป็นภาพที่สามารถเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ นี่คือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่จริง” อาจารย์กิรติ กล่าว

ด้าน นางสาวสิรินทรา รักษาธิการ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาเอกการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ หลักสูตรเทียบโอน กล่าวว่า ก่อนลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้วางแนวคิดการถ่ายภาพไว้ว่า ต้องการนำเสนอธรรมชาติผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ที่พบระหว่างเส้นทาง มากกว่าการถ่ายภาพป่าหรือภูเขาในมุมกว้างเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นเห็ด ต้นไม้ ลำธาร หรือองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะในแต่ละจุด เพื่อสะท้อนมุมมองที่แตกต่างจากสิ่งที่พบเห็นตลอดการเดินทาง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้นำความรู้ด้านการถ่ายภาพจากห้องเรียนมาใช้กับสถานการณ์จริง ทั้งการจัดองค์ประกอบภาพตามหลัก 9 ช่อง การเลือกใช้โทนสี ตลอดจนการสังเกตทิศทางและจังหวะของแสงธรรมชาติ โดยเฉพาะแสงที่ลอดผ่านต้นไม้หรือกระทบกับวัตถุ ซึ่งสภาพแสงในป่ามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ต้องคอยสังเกตและตัดสินใจเลือกจังหวะถ่ายภาพให้เหมาะสมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ นางสาวสิรินทราเลือกใช้ทั้งโทรศัพท์มือถือและกล้อง GoPro โดยเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะกับภาพและบรรยากาศที่ต้องการสื่อสาร พร้อมปรับโทนภาพจาก GoPro ให้มีความเข้มและติดโทนสีเขียว เพื่อสะท้อนบรรยากาศของธรรมชาติและการเดินป่า ซึ่งช่วยให้ได้ฝึกทั้งการสังเกต การเลือกมุมมอง การใช้แสง และการปรับเทคนิคการถ่ายภาพให้เหมาะกับสถานการณ์จริง

“ภาพที่เลือกไว้เป็นภาพลำธารที่มีแสงตกกระทบบนผิวน้ำ เพราะรู้สึกว่าภาพให้ความสดชื่นและเป็นอีกมุมหนึ่งของการเดินป่า ปกติเราอาจนึกถึงการถ่ายภูเขาหรือต้นไม้ แต่ระหว่างทางยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่น่าสนใจอีกมาก ถ้าเราสังเกตและเลือกมุมให้ดี สิ่งเหล่านั้นก็สามารถนำมาเล่าเรื่องผ่านภาพได้” นางสาวสิรินทรา กล่าว

นางสาวสิรินทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมครั้งนี้ช่วยพัฒนาทักษะด้านการสังเกตได้ เพราะบางจุดที่ตนเองมองข้าม เพื่อนร่วมกลุ่มกลับมองเห็นและชี้ให้เห็นถึงความน่าสนใจ ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการถ่ายภาพไม่ได้อาศัยเพียงเทคนิค แต่ยังต้องเปิดมุมมองให้กว้างและใส่ใจกับรายละเอียดรอบตัว ขณะเดียวกัน การเดินป่าครั้งนี้ยังเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของตนเอง ทำให้ได้เรียนรู้การปรับตัวกับสถานการณ์จริงที่ไม่สามารถกำหนดสภาพแวดล้อมหรือแสงได้ล่วงหน้า แตกต่างจากการถ่ายภาพในห้องเรียนหรือสตูดิโอ

นอกจากพัฒนาทักษะวิชาชีพแล้ว กิจกรรมนี้ยังปลูกฝังจิตสำนึกรักธรรมชาติและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 15: ระบบนิเวศบนบก (Life on Land) ผ่านการส่งเสริมความเข้าใจและเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ผืนป่าธรรมชาติ และ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตจากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการใช้พลังของการสื่อสารด้วยภาพ (Storytelling) เป็นเครื่องมือสะท้อนคุณค่าของธรรมชาติสู่สังคมต่อไป

ผู้สนใจหลักสูตรและกิจกรรมของ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สามารถติดตามข้อมูลและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-fine-and-applied-arts