ทีมวิจัยศิลปกรรมศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพชุมชนคลองปากปิด ต่อยอดป่าโกงกาง–สายธารแร่ทองคำสู่งานออกแบบสร้างมูลค่า “Travel and Memory Gift Set” ติด Top 10 เข้ารอบ Concept Artbook รางวัล RISE+ Awards 2026

15 กันยายน 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter
  • SDGs 12
  • SDGs 8
  • 2025 วิจัย
  • SDGs 11
  • 2025 สังคมยั่งยืน

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำผลงานวิจัยด้านการออกแบบจากอัตลักษณ์ชุมชนคลองปากปิด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาต่อยอดเป็นแนวคิดของที่ระลึก “Travel and Memory Gift Set” และได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ทีม รุ่นประชาชนทั่วไป จากผู้สมัครรวม 142 ทีมทั่วประเทศ ผ่านเข้าสู่รอบ Concept Artbook จากการประกวด RISE+ Awards 2026 ภายใต้แนวคิด “Every Innovation Has a Story: เปลี่ยนงานวิจัยไทยให้กลายเป็นของที่คนทั้งโลกอยากนำกลับบ้าน” โดยรอบตัดสินและประกาศรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ภายในมหกรรม IP × Venture RISE Thailand 2026 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

การจัดงานดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักสร้างสรรค์นำองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไทย มาต่อยอดสู่แนวคิดผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถสื่อสารเรื่องราว คุณค่า และอัตลักษณ์ พร้อมศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ สำหรับผลงาน “Travel and Memory Gift Set” มีสมาชิกทีม ได้แก่ ผศ.กมลวรรณ พัชรพรพิพัฒน์ สารสุข และ ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก นักวิจัยจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

• ค้น “ของดี” ในชุมชน เปลี่ยนอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นงานออกแบบ

ผศ.กมลวรรณ พัชรพรพิพัฒน์ สารสุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะและการออกแบบสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ผลงาน Travel and Memory Gift Set ต่อยอดจากองค์ความรู้ในโครงการวิจัย “การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้อัตลักษณ์ชุมชนคลองปากปิด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ซึ่งได้รับทุน Fundamental Fund (FF) ประจำปีงบประมาณ 2566 จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยมี ผศ.กมลวรรณ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก เป็นผู้ร่วมวิจัย

“โจทย์ของเรานอกจากค้นหาว่า ชุมชนมีอะไรดีอยู่แล้ว และจะนำสิ่งเหล่านั้นมาเชื่อมโยงให้เกิดเรื่องราวได้อย่างไร นักวิจัยด้านศิลปกรรมจึงทำหน้าที่หยิบองค์ประกอบแต่ละส่วน ตั้งแต่ธรรมชาติ วิถีชีวิต สี วัสดุ ไปจนถึงความทรงจำของคนในพื้นที่ มาเชื่อมต่อผ่านงานออกแบบ เพื่อให้สิ่งที่ชุมชนมีอยู่สามารถสื่อสารออกไปได้ชัดขึ้นเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์และทำให้อัตลักษณ์ของพื้นที่สื่อสารออกไปได้ชัดขึ้น” ผศ.กมลวรรณ กล่าว

• ป่าโกงกาง–วิถีประมง–สายธารแร่ทองคำ สู่ภาษาภาพของคลองปากปิด

ผศ.กมลวรรณ อธิบายว่า งานวิจัยมุ่งค้นหา “อัตลักษณ์” ที่สร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนคลองปากปิดจากผ้ามัดย้อมของชุมชนชายทะเลแห่งอื่น โดยทีมวิจัยลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังข้อมูลจากคนในชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนนำมาวิเคราะห์จนพบองค์ประกอบที่สะท้อนตัวตนของพื้นที่ ได้แก่ ป่าโกงกาง วิถีชีวิตชาวประมง สีจากการย้อมธรรมชาติ และเรื่องเล่าเกี่ยวกับสายธารแร่ทองคำ

ภูมิปัญญาของชุมชนสะท้อนผ่านการนำ “เปลือกโกงกาง” มาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับย้อมผ้าด้วยกระบวนการย้อมร้อน โดยสีที่ได้มี “สีเฉพาะถิ่น” คล้ายสีของชานม หรือ ชมพูอมน้ำตาล ซึ่งชุมชนนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องราวของแร่ธาตุและสายธาร “แร่ทองคำ” ในพื้นที่ เกิดเป็นเรื่องเล่าที่ช่วยสร้างภาพจำและความแตกต่างให้กับผ้ามัดย้อมของคลองปากปิด ขณะเดียวกันกระบวนการออกแบบยังเปิดโอกาสให้คนในชุมชนถ่ายทอดสิ่งที่ตนเองเห็นและผูกพันผ่านการวาดภาพและการเล่าเรื่อง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นลวดลายที่สามารถใช้จริงกับผลิตภัณฑ์

จากกระบวนการดังกล่าว ทีมวิจัยพัฒนาลวดลายที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนหลายรูปแบบ รวมถึงลาย “โกงกางบังใบ” “โกงกางในป่า” “โกงกางเฉลียงบนอวนปลา” “ลายโกงกางใบพัด” “ระลอกคลื่น” และ “สายน้ำต้องแสง” ซึ่งเป็นผลงานจากโครงการวิจัยและได้รับการจดลิขสิทธิ์ในนามมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยองค์ความรู้และลวดลายที่พัฒนาขึ้นยังถูกนำกลับไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่อไป

• ตีความ “ของที่ระลึก” ใหม่ ผ่าน Travel – Remember – Return

ผศ.กมลวรรณ กล่าวว่า หลังจากโครงการวิจัยระยะแรกเสร็จสิ้น ทีมวิจัยมองเห็นโอกาสในการต่อยอดผลงานให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นลายผ้าหรือผลิตภัณฑ์มัดย้อม จึงนำแนวคิดเดิมมาตีความใหม่ภายใต้คำถามว่า “ของที่ระลึกจากชุมชนควรทำหน้าที่มากกว่าการเป็นของฝากได้หรือไม่” และพัฒนาเป็น Travel and Memory Gift Set ภายใต้แนวคิดการเดินทางของความทรงจำ 3 ช่วง ได้แก่ Travel – Remember – Return

ช่วงแรก Travel สื่อถึงการเริ่มต้นเดินทาง ผ่านผลิตภัณฑ์ เช่น Passport Book และกระเป๋าสำหรับใช้ระหว่างการเดินทาง ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยวมากกว่าการเป็นของฝากที่ซื้อเมื่อสิ้นสุดทริป ช่วงที่สอง Remember คือการบันทึกและเก็บรักษาความทรงจำ โดยพัฒนาเป็น Sketchbook สำหรับวาดภาพ เขียนบันทึก ประทับตราสถานที่ เก็บภาพถ่าย หรือบันทึกกิจกรรมที่ได้ลงมือทำในชุมชน เช่น การทำผ้ามัดย้อม ทำให้ของที่ระลึกมีคุณค่าทางความรู้สึก สามารถบอกเล่าประสบการณ์เฉพาะของผู้เดินทางแต่ละคน

ส่วนช่วงที่สาม Return คือการสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับพื้นที่หลังจบการเดินทาง โดยทีมออกแบบพัฒนาแนวคิด ถุงหอมหรือเครื่องหอมที่สะท้อนกลิ่นของคลองปากปิด เชื่อมองค์ประกอบของป่าโกงกาง กลิ่นธรรมชาติ และความสดชื่นของทะเล เพื่อให้กลิ่นทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นความทรงจำ เมื่อผู้ใช้กลับไปสัมผัสอีกครั้งจะสามารถนึกถึงสถานที่และประสบการณ์ที่เคยได้รับ

• ดึงเรื่อง “ร่อนทอง”–กลีบดอกโกงกาง เติมเรื่องเล่าให้ผลิตภัณฑ์ทั้งชุด

ผศ.กมลวรรณ เพิ่มเติมต่อว่า นอกจากนี้ ยังนำเรื่องเล่าเกี่ยวกับ การร่อนทอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในพื้นที่มาต่อยอดเป็นแนวคิดของที่ระลึกเชิงสัญลักษณ์ โดยสร้างวัตถุจำลองลักษณะคล้ายเม็ดแร่ทองคำ พร้อมข้อความที่สื่อถึงความโชคดี ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล เพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับเรื่องราวของชุมชน โดยสื่อสารอย่างชัดเจนว่าเป็นของที่ระลึกเชิงสัญลักษณ์ มิใช่ทองคำจริง

งานออกแบบยังขยายไปถึงบรรจุภัณฑ์ ซึ่งนำรูปร่างของ “กลีบดอกโกงกาง” มาเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้ลวดลาย สี ผลิตภัณฑ์ กลิ่น และ Packaging สามารถเล่าเรื่องไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้ของที่ระลึกทั้งชุดสะท้อนภาพจำของคลองปากปิดได้ตั้งแต่รายละเอียดภายนอกไปจนถึงประสบการณ์การใช้งาน

“เราไม่ได้มองว่าของที่ระลึกจำเป็นต้องมีราคาแพงหรือมีเทคโนโลยีซับซ้อน แต่ต้องมีเรื่องราวและทำให้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับสถานที่ ของชิ้นหนึ่งอาจทำให้คนที่ได้รับอยากรู้ว่ามาจากที่ไหน หรือทำให้คนที่เคยไปแล้วอยากกลับไปอีกครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของ Travel – Remember – Return เพราะเราต้องการให้ของที่ระลึกทำหน้าที่ตั้งแต่ช่วงเดินทาง เก็บความทรงจำ และพาความรู้สึกกลับไปหาสถานที่นั้นอีกครั้ง” ผศ.กมลวรรณ กล่าว

• จากเวที RISE+ สู่โอกาสขยายงานวิจัยให้สร้างรายได้แก่ชุมชน

สำหรับการผ่านเข้าสู่รอบ Concept Artbook ของ RISE+ Awards 2026 ผศ.กมลวรรณ มองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้งานวิจัยได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายใหม่ ทั้งในด้านการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การลงทุน และแหล่งทุนวิจัย รวมถึงเป็นโอกาสแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือและกระบวนการที่ใช้กับชุมชนคลองปากปิดสามารถประยุกต์ใช้กับชุมชนอื่นได้ โดยเริ่มจากการค้นหาอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ก่อนนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และเรื่องราวในรูปแบบที่เหมาะสม

ผศ.กมลศิริ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายต่อไปคือการหาโอกาสและแหล่งทุนเพื่อกลับไปพัฒนาผลงานร่วมกับชุมชนให้เกิดขึ้นจริงในวงกว้างมากขึ้น ทั้งการต่อยอดผลิตภัณฑ์ การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว และการนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบไปสนับสนุนชุมชนอื่นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมองว่าการได้รับการคัดเลือกจากเวทีระดับประเทศจะเป็นอีกหนึ่งฐานสำคัญสำหรับการขยายผลงานจากทุน Fundamental Fund ไปสู่โครงการที่มีขนาดและผลกระทบสูงขึ้นในอนาคต

“สิ่งที่เราอยากเห็นคือ งานวิจัยสามารถกลับไปสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ได้จริง ชุมชนมีองค์ความรู้ มีธรรมชาติ และมีเรื่องราวอยู่แล้ว หน้าที่ของเราคือช่วยทำให้สิ่งเหล่านั้นถูกมองเห็น และแปลงเป็นคุณค่าที่สามารถสร้างรายได้ สร้างการจดจำ และสร้างโอกาสให้ชุมชนเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน” ผศ.กมลวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

โครงการนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการเปลี่ยนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่า ซึ่งช่วยเปิดโอกาสทางรายได้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน