
DPU เสริมศักยภาพบุคลากรและนักศึกษา ผ่านการเรียนรู้ด้านอนุรักษ์พลังงาน ฝึกวิเคราะห์การใช้ไฟฟ้า ลดต้นทุนอย่างคุ้มค่า พร้อมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียวสู่ความยั่งยืน
- Newsletter
- SDGs 12
- SDGs 7
- SDGs 4
- SDGs 13
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยคณะทำงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการก๊าซเรือนกระจก จัดอบรมหัวข้อ “การอนุรักษ์พลังงานในมหาวิทยาลัย : จากแนวคิดสู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน” (Energy Conservation in Universities: From Concept to Sustainable Energy Management) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปรีเปรม นนทลีรักษ์ รองอธิการบดีอาวุโส สายงานการเงินและบริหาร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ สนใจเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม 20607 อาคารเกตุพิทักษ์ ชั้น 6 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ภายในกิจกรรมได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ศุภรัชชัย วรรัตน์ ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาการจัดการวิศวกรรมและเทคโนโลยี วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน การบริหารจัดการพลังงานภายในอาคาร และการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ควบคู่กับกิจกรรมฝึกวิเคราะห์แนวทางลดการใช้พลังงาน เพื่อให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ปรีเปรม นนทลีรักษ์ รองอธิการบดีอาวุโส สายงานการเงินและบริหาร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวเปิดการอบรมครั้งนี้ว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยการอนุรักษ์พลังงานเป็นหนึ่งในภารกิจที่มหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างเป็นระบบ และต้องอาศัยความร่วมมือจากนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรทุกภาคส่วน ทั้งการสร้างจิตสำนึก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการปฏิบัติตามมาตรการอนุรักษ์พลังงานของมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
“การอบรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการอนุรักษ์พลังงาน โดยเฉพาะการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิตประจำวัน ตลอดจนขยายผลสู่การปฏิบัติร่วมกันภายในหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยในระยะยาว” ดร.ปรีเปรม กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ศุภรัชชัย วรรัตน์ ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาการจัดการวิศวกรรมและเทคโนโลยี วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะวิทยากรในการอบรมครั้งนี้ กล่าวว่า การอนุรักษ์พลังงานเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่ Green University หรือมหาวิทยาลัยสีเขียว เนื่องจากการผลิตและการใช้พลังงานมีความเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงช่วยลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการดำเนินงานในระดับองค์กรจำเป็นต้องควบคู่กับการสร้างความตระหนักและการปรับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน
สำหรับเนื้อหาการบรรยาย ได้ถ่ายทอดแนวทางการอนุรักษ์พลังงานโดยแบ่งมาตรการออกเป็น 3 ระดับตามลักษณะการดำเนินงานและเงินลงทุน เริ่มจากมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่มีผู้ใช้งาน และการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ ระดับที่สองเป็นมาตรการที่ใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อย เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED หรือการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนระดับที่สามเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการพลังงาน เช่น ระบบควบคุมอุปกรณ์อัตโนมัติและระบบเซนเซอร์ที่สามารถปรับการทำงานตามสภาพแวดล้อม เพื่อลดการใช้พลังงานและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น
“นอกจากการเลือกมาตรการให้เหมาะสมแล้ว ยังต้องพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุน โดยเปรียบเทียบราคาจัดซื้อ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และระยะเวลาคืนทุน เช่น เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงอาจมีราคาสูงกว่าเครื่องทั่วไป แต่สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน การบำรุงรักษาและตรวจสอบสภาพอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะระบบปรับอากาศซึ่งใช้พลังงานค่อนข้างสูง เพื่อให้สามารถวางแผนซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม และช่วยควบคุมต้นทุนพลังงานขององค์กร”ผศ.ดร.ศุภรัชชัย กล่าว

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การเรียนรู้วิธีคำนวณการใช้พลังงานไฟฟ้าในหน่วยกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ซึ่งเป็นพื้นฐานในการประเมินค่าไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยวิทยากรได้ยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น หลอดไฟ ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างกำลังไฟฟ้า ระยะเวลาการใช้งาน และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และเลือกแนวทางลดการใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน การอบรมยังมีกิจกรรมเวิร์กชอป (Workshop) ให้ผู้เข้าร่วมแบ่งกลุ่มวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขจากสถานการณ์ใกล้ตัวมาเป็นโจทย์ในการวิเคราะห์แนวทางลดการใช้ทรัพยากร เช่น การสูญเสียน้ำจากการรดน้ำต้นไม้ ซึ่งผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันเสนอวิธีแก้ไข ตั้งแต่การปรับวิธีปฏิบัติงานและเลือกใช้อุปกรณ์ควบคุมการไหลของน้ำที่มีต้นทุนต่ำ ไปจนถึงการพิจารณาระบบอัตโนมัติที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เพื่อฝึกการวิเคราะห์ปัญหาและตัดสินใจเลือกมาตรการโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความคุ้มค่า
ผศ.ดร.ศุภรัชชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า การอนุรักษ์พลังงานเริ่มต้นได้จากการสังเกตปัญหาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ก่อนพิจารณานำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเหมาะสมในการใช้งาน เพื่อให้การประหยัดพลังงานสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร


ด้าน ดร.ประยุทธ์ ฤทธิเดช ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงอาคารและยานพาหนะ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า การอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินงานตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยปีนี้ได้ปรับรูปแบบการอบรมให้เน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น เปิดโอกาสให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านการบรรยายและกิจกรรมกลุ่ม โดยนำความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยมาถ่ายทอด พร้อมฝึกวิเคราะห์ปัญหาจากสถานการณ์ใกล้ตัว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้และถ่ายทอดต่อได้
ดร.ประยุทธ์ กล่าวว่า อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความตระหนักให้ทุกคนเห็นคุณค่าของทรัพยากรภายในมหาวิทยาลัย โดยมองว่ามหาวิทยาลัยเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองที่ทุกคนมีส่วนร่วมดูแล การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน หากทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายขององค์กร ซึ่งทรัพยากรที่ประหยัดได้สามารถนำไปสนับสนุนการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์การเรียนการสอน และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา จึงอยากให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นเรื่องที่ทุกคนตระหนักและร่วมกันปฏิบัติจนเกิดเป็นวัฒนธรรมภายในมหาวิทยาลัย

สำหรับการดำเนินงานในอนาคต มหาวิทยาลัยมีแผนขยายเนื้อหาการอบรมไปสู่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ ตั้งแต่หลักการทำงาน การบำรุงรักษา ไปจนถึงการติดตามประสิทธิภาพของระบบหลังติดตั้ง รวมถึงการให้ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้บุคลากรและนักศึกษามีข้อมูลประกอบการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ทั้งด้านค่าใช้จ่าย ความคุ้มค่า และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
การจัดอบรมครั้งนี้ยังมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการอนุรักษ์พลังงานแก่บุคลากรและนักศึกษา SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ ผ่านการเรียนรู้แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสียพลังงาน ตลอดจน SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการสร้างความตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างการใช้พลังงานกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


