
DPU ผนึก Daegu Haany University และ KOICA ยกระดับการศึกษาด้านสุขภาพ ถอดรหัสฝังเข็มระยะไกล-ฟื้นฟูผู้ป่วย NCDs ปั้นบุคลากรการแพทย์รับเทรนด์อนาคต
- Newsletter
- SDGs 3
- SDGs 4
- SDGs 17
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยคณะวิทยาศาสตร์ (SC) ร่วมกับ คณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ (OMed) และ วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ (CIMw) เดินหน้ายกระดับศักยภาพนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ จัดโครงการอบรมหัวข้อ "Korean Medicine and Herbal products: TRADITIONAL WISDOM FOR A HEALTHIER TOMORROW" ระหว่างวันที่ 3 - 4 ตุลาคม 2026 ณ อาคารเกตุพิทักษ์ โดยได้รับเกียรติจาก Prof. SONG Jichung จากมหาวิทยาลัย Daegu Haany University และ Prof. SONG Youngil จาก KOICA ประเทศเกาหลีใต้ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้

สำหรับการจัดอบรมข้ามวัฒนธรรมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งดำเนินงานโดย ผศ.พท.ป.ชวภณ พุ่มพงษ์ รักษาการคณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ ร่วมกับ รศ.ดร.ภญ.สุวรรณา วรรัตน์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคการรักษา ประวัติศาสตร์ และโครงสร้างระบบการแพทย์แผนตะวันออกในระดับสากล มุ่งบูรณาการภูมิปัญญาสุขภาพดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาการ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน

ในส่วนของการบรรยายเชิงลึก Prof. SONG Jichung ได้ถ่ายทอดพัฒนาการของการแพทย์แผนเกาหลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ซึ่งได้รับการรับรองตามกฎหมายทางการแพทย์ให้มีสถานะเทียบเท่าแพทย์แผนปัจจุบันและทันตแพทย์มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1951 โดยผู้ประกอบวิชาชีพต้องผ่านหลักสูตรการศึกษาถึง 6 ปี อีกทั้งระบบ National Health Insurance ของเกาหลีใต้ยังครอบคลุมการรักษาด้วยการฝังเข็ม ยาต้มสมุนไพร และหัตถการดัดดึงกระดูก Chuna Manual Therapy สูงถึง 70%
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเจาะลึกทฤษฎีการฝังเข็มระยะไกลผ่านเส้นลมปราณ หรือ Branch and Root Theory ซึ่งเน้นการกระตุ้นจุดฝังเข็มบริเวณมือหรือเท้าในฝั่งตรงข้ามกับตำแหน่งที่เกิดอาการ เพื่อแก้ไขการติดขัดของการไหลเวียนพลังงานในร่างกาย พร้อมยกตัวอย่างเคสรักษาจริงในคลินิกอย่าง Tennis Elbow อาการ Headache และ Trigger Finger เพื่อให้เห็นภาพการนำหลักการไปประยุกต์ใช้กับอาการปวดในตำแหน่งที่หลากหลาย
“การฝังเข็มระยะไกลจะเลือกกระตุ้นจุดฝังเข็มด้านตรงข้ามกับบริเวณที่มีอาการปวด ข้อดีคือระหว่างการรักษา ผู้ป่วยสามารถทดลองเคลื่อนไหวข้อต่อหรืออวัยวะส่วนที่บาดเจ็บได้ทันที วิธีนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงานและช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เราสามารถสังเกตการตอบสนองของผู้ป่วยได้ขณะทำการรักษา” Prof. SONG Jichung อธิบายถึงผลสัมฤทธิ์ทางการรักษาซึ่งทำให้เทคนิคนี้ กลายเป็น “หนึ่งในหัตถการสำคัญ” ที่ใช้ระงับปวดในคลินิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่ด้าน Prof. SONG Youngil ขยายความเสริมเรื่องกลไกของการฝังเข็มที่ส่งผลต่อร่างกาย 3 ระดับ ได้แก่ Local Effect, Segmental Effect และ General Effect พร้อมนำเสนอแนวทางการกระตุ้นจุดฝังเข็มบริเวณรอบศีรษะ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด เพิ่มสมาธิ และส่งเสริมภาวะผ่อนคลายเชิงลึก
นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดเทคนิคการฝังเข็มร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้าและความร้อน ควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบันในกลุ่ม NCDs เช่น การฟื้นฟูอาการชาปลายประสาทในผู้ป่วยเบาหวาน Diabetic Neuropathy และโรคผื่นแพ้ผิวหนัง
ในส่วนของมาตรฐานความปลอดภัยและการประเมินผู้ป่วยก่อนทำหัตถการ Prof. SONG Youngil ยังเน้นย้ำเรื่องการป้องกันการติดเชื้อและการตรวจสอบข้อห้ามอย่างรัดกุมก่อนเริ่มรักษาว่า “ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือหัวใจสำคัญที่สุดในการฝังเข็ม เราจึงต้องใช้เข็มฝังแบบครั้งเดียวทิ้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และตรวจสอบข้อห้ามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือผู้ที่แพ้โลหะ การประเมินผู้ป่วยอย่างรอบคอบก่อนทำหัตถการจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาเกิดประโยชน์สูงสุดและมีความปลอดภัย”

ท่ามกลางความท้าทายของการเรียนรู้ศาสตร์สุขภาพยุคใหม่ กิจกรรมอบรมตลอด 2 วันเต็มในครั้งนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแนวคิด “Potentialigence” ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่มุ่งจุดประกายและดึงศักยภาพเฉพาะตัวของผู้เรียน ควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งมิติด้านสุขภาวะ (SDG 3) การยกระดับคุณภาพการศึกษา (SDG 4) และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาระดับสากล (SDG 17) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตอย่างมั่นคง ตอกย้ำการเป็นสถาบันชั้นนำในการผลิตบุคลากรสายสุขภาพสู่อนาคต โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมวิชาการดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.dpu.ac.th/th/faculty-of-science หรือ www.dpu.ac.th/th/faculty-of-integrative-oriental-medicine และ www.dpu.ac.th/th/college-of-integrative-medicine


