
DPU จัด CWIE Day 2026 ต่อยอดโจทย์สถานประกอบการสู่ผลงานดีเด่น ยกระดับศักยภาพนักศึกษาด้วย First Good Job
- Newsletter
- 2025 การเรียนการสอน
- SDGs 4
- SDGs 8
- SDGs 17
- 2025 วิจัย
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัด DPU CWIE Day แสดงผลงานดีเด่นปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 25–26 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ เพื่อเปิดเวทีนำเสนอผลงานการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) เชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่น และถ่ายทอดประสบการณ์ของนักศึกษาผ่าน Inspire Talk ในประเด็น “My First Good Job” และ CWIE Inside Story & Industry Insights พร้อมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพหลากหลายทั้ง AI Buddy และบูธกิจกรรมจาก Google Thailand เชื่อมประสบการณ์จากสถานประกอบการเข้ากับการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาสู่ First Good Job

ในวันแรกของงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นงค์นุช ศรีธนาอนันต์ ผู้ช่วยอธิการบดี สำนักมาตรฐานและบริหารวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานในพิธีเชิดชูเกียรติสถานประกอบการดีเด่น และนำคณบดีและผู้บริหารคณะวิชาเยี่ยมชมบูธโครงงานของนักศึกษา แบบ Virtual Exhibition ในขณะที่ ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยอธิการบดี สายงานพัฒนาธุรกิจ ร่วมมอบเกียรติบัตรแก่นักศึกษาเจ้าของโครงงานดีเด่น ซึ่งในปีนี้ครอบคลุมทั้งกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการจัดการ กลุ่มนวัตกรรม CWIE และกลุ่ม CWIE นานาชาติ รวมทั้ง 2 กลุ่มใหม่ ได้แก่ กลุ่มโครงงานที่ดึงเอา AI for CWIE Work มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และกลุ่ม CWIE for SDGs ที่มุ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงล้วนเป็นการลงมือแก้โจทย์จริงหลังบ้านของภาคธุรกิจ เช่น โครงงานเปลี่ยนการอบรมสัมมนาให้น่าสนใจขึ้น ด้วยสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเกม Immersive “Nautilus Cannery Simulator” ให้บริษัท Pataya Food Group โครงงานที่ใช้ Power Query เพื่อพัฒนาการจัดทำรายงาน On-Shelf Availability ให้บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด โครงงานออกแบบระบบและพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการติดตามการเข้ารับและจัดส่งพัสดุให้บริษัท แอร์พอร์เทลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โครงงานพัฒนา Smart NOTAM Decoder ระบบแปลรหัส NOTAM และฐานข้อมูลสนามบินอัจฉริยะ เพื่ออำนวยการบินและแปลงข้อมูลข่าวสารการบินที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านหน้าจอ และโครงงานที่นำระบบ AI เข้าไปคัดกรองพยานหลักฐานและตรวจสอบเอกสาร ในโครงงาน “ปัญหาข้อกฎหมายและแนวทางการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการคัดกรองพยานหลักฐาน เพื่อป้องกันการทุจริตฉ้อฉลในธุรกิจประกันภัยรถยนต์” บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อเร่งกระบวนการทางกฎหมายให้รวดเร็ว และอำนวยความยุติธรรมได้อย่างแม่นยำ เป็นต้น


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นงค์นุช ย้ำถึงความจำเป็นที่สถาบันอุดมศึกษาต้องเร่งปรับตัว เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจยุคใหม่ มหาวิทยาลัยไม่ได้มีหน้าที่เพียงส่งนักศึกษาให้ถึงฝั่งฝันวันรับปริญญา แต่ต้องฝึกปรือเคี่ยวกรำให้พร้อมลงสนามจริง ด้วย Student Journey ที่ออกแบบให้หล่อหลอม 6 ทักษะแห่งอนาคต ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึง 4 ด้วยหลักสูตร DPU Core ได้แก่ การจุดประกายให้วิธีคิดแบบผู้ประกอบการ การฝึกเจรจาต่อรองและนำเสนอ การปั้น Capstone Project สู้ปัญหาจริง และการดึงเทคโนโลยีมาใช้อย่างฉลาดเพื่อดันประสิทธิภาพงาน โดยวางรายวิชา CWIE เป็นหมุดหมายสุดท้าย ไว้ให้นักศึกษาปล่อยของ
“ในปีการศึกษา 2568 นักศึกษาของเราลงมือทำโครงงาน CWIE จากโจทย์จริงของสถานประกอบการ เพื่อร่วมแก้จุดติดขัดและยกระดับขีดความสามารถให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และสังคมถึง 1,468 โครงงาน ดังนิทรรศการที่กำลังจัดแสดงอยู่ในงานวันนี้ สิ่งที่น่าชื่นใจเป็นพิเศษ คือการได้เห็นนักศึกษานำทักษะใหม่ที่มหาวิทยาลัยกำลังผลักดัน ทั้งการประยุกต์ใช้ AI และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไปสร้างประโยชน์ให้องค์กรอย่างเป็นรูปธรรม หลายคนได้งานทำทันทีจากโอกาสดีที่ได้โชว์ฝีมือ โครงงาน CWIE จึงเป็น First Good Job ที่ช่วยให้นักศึกษามั่นใจในศักยภาพ และมองเห็นเส้นทางสู่ Good Career ของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สมดังความตั้งใจของมหาวิทยาลัย”

ในโอกาสนี้ ดร.พีระยุทธ ได้แสดงความขอบคุณสถานประกอบการทุกแห่งที่ร่วมเปิดพื้นที่ฝึกฝนประสบการณ์จริง และช่วยส่งต่อโอกาสเติบโตให้แก่นักศึกษา พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในหลักสูตรใหม่ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
“ความร่วมมือระหว่างเรามีคุณค่ายิ่งต่อการยกระดับทักษะกำลังคนยุคใหม่เพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งด้วยหลักสูตรใหม่ที่ครอบคลุมของ DPU เชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะมีบัณฑิตเก่งๆ และนวัตกรรมจาก CWIE เข้าไปช่วยแก้ปัญหา พัฒนาธุรกิจ พัฒนาสุขภาวะ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย หวังว่ารางวัลผลงาน CWIE ดีเด่นในงานวันนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน” ดร.พีระยุทธ เผย

ด้าน ดร.สิริลักษณ์ หุ่นศรีงาม ผลพานิช ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ Cooperative and Work-Integrated Education ฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอน สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินงาน DPU CWIE Day กล่าวถึงแนวคิดหลักในการจัดงานปีนี้ว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการและวิจัยมอบนโยบายให้เปิดพื้นที่ “ส่งต่อประสบการณ์ตรงระหว่างนักศึกษา” เพิ่มเติมจากปีก่อนๆ ที่เน้นให้สถานประกอบการมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจเป็นหลัก การเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ส่งต่อประสบการณ์ “หน้างาน” และแรงบันดาลใจให้กันและกัน คือการให้คุณค่ากับกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ซึ่งสำคัญไม่แพ้การเติบโตในมิติอื่นๆ
ฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอนจึงออกแบบ Inspire Talk ให้เป็น 2 ช่วงสำคัญ ช่วงแรก My First Good Job เป็นพื้นที่เล่าเรื่องการเติบโตของพี่บัณฑิต 5 คน จากวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE) วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) คณะนิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ ในช่วงเวลา CWIE 4 เดือน โดยเชื่อมโยงกับ Student Journey ตลอด 4 ปี เป็นที่มาของทัศนคติที่แต่ละคนมีต่อคำว่า First Good Job
ส่วนช่วงที่สอง CWIE Inside Story & Industry Insights ซึ่งเป็นเวทีเปิดใจ แชร์ทั้งความยากลำบาก ข้อกังวลใจ วิธีผ่านความท้าทาย ไปจนถึงปลายทางความสำเร็จ โดยมีพี่บัณฑิตนำถอดบทเรียนร่วมกันอย่างเป็นระบบ
“ปีนี้เราจัดงานเต็ม 2 วัน เพราะอยากให้นักศึกษาทุกชั้นปีได้มาเข้าร่วมงานเพื่อเห็น Journey ทั้งหมด และเห็นภาพปลายทางของรุ่นพี่ตั้งแต่เริ่มเรียน ซึ่งจะช่วยตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมการเรียนที่นี่ถึงเน้น Project-based และทำให้เห็นว่า CWIE มีความหมายอย่างไร”

การเรียนรู้ผ่านโครงงานหรือ Project-Based Learning เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพของนักศึกษา ซึ่งการเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 ได้เข้ามาเห็นผลงานปลายทางของรุ่นพี่ชั้นปีที่ 4 จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ตอบข้อสงสัยในกระบวนการเรียนรู้ และทำให้เห็นความหมายของการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาจริง
ดร.สิริลักษณ์ยังเล่าเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยมองโครงงาน CWIE เป็นภาคต่อสำคัญในแผนที่เส้นทางนักศึกษา ที่ช่วยส่งเสริมทั้งผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรและสมรรถนะการทำงานให้นักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมก่อนเริ่มต้นชีวิตการทำงานจริง
“DPU มอง CWIE เป็น Project Series ที่นักศึกษาฝึกความชำนาญมาตั้งแต่ปี 1-2- 3 และนี่คือปลายทางที่เป็นจิ๊กซอว์สุดท้ายสู่ First Good Job แต่คำว่า First Good Job สำหรับเราไม่ใช่แค่งานดี ๆ ที่เด็กได้ แต่ยังหมายถึงงานที่มีคุณค่าต่อทั้งตัวเอง องค์กร และสังคม ที่นักศึกษาทุกคนคุ้นชินและจะทำโดยอัตโนมัติ”
“จากการติดตามผลการดำเนินงาน CWIE ในปีนี้ สถานประกอบการกว่า 80% ได้นำโครงงานของนักศึกษาไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้มหาวิทยาลัยจึงขยายรางวัลเพิ่มขึ้นอีก 2 ประเภท ได้แก่ รางวัลประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และรางวัลส่งเสริมเป้าหมาย SDGs เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนการสร้าง Impact ต่อภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม และพิสูจน์ให้เห็นว่านักศึกษาไม่ได้มีเพียง Soft Skills เท่านั้น แต่ยังมี Hard Skills หรือทักษะวิชาชีพเฉพาะทางที่แข็งแกร่ง จนสามารถสร้างผลงานที่ตอบโจทย์การใช้งานในสถานประกอบการได้จริง สำหรับก้าวต่อไป มหาวิทยาลัยเตรียมต่อยอดไปสู่การทำวิจัยติดตามผลการเรียนรู้ของนักศึกษาควบคู่กับการถอดองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมที่คณาจารย์นิเทศ CWIE ได้รับ เพื่อนำกลับมา ‘Redesign’ หลักสูตรต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยิ่งขึ้นอีก”
“การออกปฏิบัติ CWIE คือเทรนด์ของประเทศที่ทำให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของการทำงาน เพราะในโลกปัจจุบัน งานไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอย่างเดียว แต่ช่วยพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนโลกใบนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าคติธรรมของมหาวิทยาลัยเราที่ว่า 'คนบริสุทธิ์ได้ด้วยการงาน' ยังทันสมัยอยู่เสมอ พื้นที่ CWIE จึงเป็นเสมือนพื้นที่จริงที่เอื้อให้พวกเราได้ทดลองทำ ซึ่งช่วยสร้างความสบายใจให้กับ 4 ฝ่าย ทั้งมหาวิทยาลัย ตัวนักศึกษา สถานประกอบการ และผู้ปกครอง โดยเฉพาะฝ่ายหลังสุดยิ่งสบายใจมาก เพราะ CWIE ช่วยคลายกังวลเรื่องอนาคตการทำงานของบุตรหลาน”
“เพราะมหาวิทยาลัยวางแผนเส้นทางการเรียนรู้ไว้ชัดเจน ผลงานที่ผ่านมาสะท้อนว่าแนวทางนี้ช่วยให้นักศึกษาเห็นศักยภาพของตนเองเมื่อนำความรู้ไปบูรณาการเพื่อช่วยสถานประกอบการ และเมื่อเขาได้ทำด้วยความสุขจากสิ่งที่เห็นคุณค่า ทุกอย่างก็จะขยับไปได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่การทำงานจริงในอนาคตอย่างมั่นคงเพราะมีประสบการณ์ตรงแล้ว” ดร.สิริลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับช่วง Inspire Talk 1: My First Good Job เป็นเวทีแชร์ประสบการณ์การทำงานของรุ่นพี่ ผ่านผลงานดีเด่นระดับมืออาชีพ ซึ่งช่วยให้รุ่นน้องเห็นภาพความสำเร็จ ของการเปลี่ยนทฤษฎีในห้องเรียนสู่ทักษะที่ตลาดต้องการจริง และกลายเป็นงานแรกที่ดีและมีคุณค่าได้อย่างชัดเจน
เส้นทางของทั้ง 5 คน เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายในประเด็นที่ตนเองมีความสนใจเฉพาะตัว ก่อนจะไปเผชิญหน้ากับข้อจำกัดในการปฏิบัติงานจริง ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าในการสืบค้นราคาค่าระวางเรือ ความจำกัดของข้อมูลการท่องเที่ยวภาษาจีน ความซับซ้อนในขั้นตอนคัดกรองเอกสารคดีประกันภัย หรือความผันผวนของราคาน้ำมันเครื่องบิน แต่ทุกคนเลือกเปิดใจ และแก้ปัญหาด้วยการสังเกตจุดติดขัดหน้างาน แล้วลงมือพัฒนาเครื่องมือขึ้นมาทดแทน เช่น การสร้างสรรค์คอนเทนต์ไวรัลช่อง “Dek4m.intern” การทำระบบประเมินค่าระวางเรือ NVOCC เพื่อสืบค้นราคาระวางเรือบน Excel ครอบคลุมหลายประเทศ การพัฒนาแอปพลิเคชัน China Smart Search Dashboard บนมือถือ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยคัดกรองงานกฎหมายประกันภัย ตลอดจนการออกแบบระบบ Fuel Tankering Optimization คำนวณราคาน้ำมันล่วงหน้า
ระหว่างทางของการลงมือปฏิบัติงาน นักศึกษายังต้องพบเจอกับงานที่ไม่คุ้นเคยและอุปสรรคเฉพาะหน้า ทั้งความจำเป็นในการประสานงานข้ามแผนกและการเรียนรู้เรื่องใหม่นอกตำราเรียน ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารทำความเข้าใจร่วมกับพี่เลี้ยงและทีมงานในฝ่ายต่างๆ เพื่อปรับปรุงระบบงานให้สามารถใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ บทเรียนเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าโอกาสในการได้รับการจ้างงานและทักษะที่ตลาดต้องการนั้นไม่ได้ประเมินจากตัวเลขผลการเรียน แต่เกิดขึ้นจากความเพียรพยายามและการปรับตัวเรียนรู้ทักษะใหม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนทุกความท้าทายหน้างานให้กลายเป็นสะพานก้าวไปสู่การทำงานจริงในอนาคต ซึ่งนอกจากจะเป็นผลงานที่องค์กรให้การยอมรับแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาองค์กรและภาคธุรกิจไปพร้อมกัน
คำว่า First Good Job ในทัศนะของนักศึกษาแต่ละคนจึงแตกต่างกัน โดยหมายถึงทั้งงานดีที่ได้เลือกเองก่อนไป CWIE เมื่อได้พิสูจน์ความถนัดและพอใจแล้ว ก็ยังคงทำงานนี้อยู่จนถึงตอนนี้ งานดีที่รับข้อเสนอทันทีเพราะมีโอกาสแสดงศักยภาพในภาระงานที่ได้รับมอบหมาย งานดีที่ได้ทำ Project ช่วยแก้ปัญหาให้สถานประกอบการ รวมทั้งงานดีที่ไม่ได้รับข้อเสนอทำงานต่อ เพราะได้ความมั่นใจจากประสบการณ์ดีๆ ให้ไปตามหาฝันต่อจนเจองานที่ตรงใจในที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความหมายไหน ก็ล้วนแสดงการเติบโตทางความคิด และได้เกิดประโยชน์แก่นักศึกษาทั้งสิ้น

ส่วนช่วงบ่ายเป็นเวที Inspire Talk 2: CWIE Inside Story & Industry Insights เพื่อถอดบทเรียนผ่าน 3 โปรเจ็กต์ท้าทาย ได้แก่ แคมเปญสื่อ Miss Universe Thailand และ Miss World Thailand (ร่วมกับ TPN Global), คู่มือมาตรฐาน Spa Cenvaree at CentralWorld และการพัฒนานวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติร่วมกับ บริษัท บิวตี้ สกิน จำกัด (มหาชน) โดยเปิดพื้นที่ Safe Zone ให้รุ่นพี่และรุ่นน้องได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกันอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นรายละเอียดเชิงลึกหน้างานที่ช่วยเปลี่ยนความวิตกกังวลเป็นความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับมาตรฐานอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นใจ
ในเวทีนี้รุ่นพี่ได้เล่าประสบการณ์รับโจทย์ใหญ่ที่ยังไม่เคยทำในมหาวิทยาลัย ทั้งการได้รับมอบหมายให้เขียนขอเสนองบประมาณกองทุนระดับประเทศ ความซับซ้อนของการจัดเตรียมห้องสปา ความท้าทายในการพัฒนาสูตรเครื่องสำอางและความกดดันจากการผลิตสื่อแคมเปญระดับประเทศ
ทั้งสามเลือกแก้ปัญหาด้วยการปรับเปลี่ยน Mindset ทำความเข้าใจภาระรับผิดชอบของหัวหน้างาน ยินดีรับฟังคำชี้แนะเมื่อผลงานยังไม่ผ่านเกณฑ์ และสร้างความสนิทสนมในทีมเพื่อช่วยลดความตึงเครียด ควบคู่ไปกับการนำ AI เข้ามาช่วยวางโครงสร้างงาน ช่วยจัดทำคู่มือ SOP ด้วยภาพเน้นความเข้าใจง่าย ช่วยวิเคราะห์ส่วนผสมของสารออกฤทธิ์บำรุงผิว รวมถึงช่วยให้ไอเดียคอนเทนต์ใหม่ที่เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน
แม้ต้องปรับแก้รายละเอียดหลายครั้ง แต่ความพยายามก็นำไปสู่ผลงานที่ใช้งานได้จริงทั้งหมด การถอดบทเรียนครั้งนี้ทำให้นักศึกษาตระหนักว่า ความผิดพลาดและแรงกดดันไม่ใช่สิ่งที่เป็นอุปสรรค แต่คือแบบจำลองของชีวิตการทำงานจริง ซึ่งขอเพียงเปิดใจเรียนรู้ วางแผนเป็นระบบ และกล้าปรึกษาพี่เลี้ยงหรืออาจารย์ผู้ดูแลเพิ่มเติม ก็จะสามารถเปลี่ยนประสบการณ์ฝึกงานให้กลายเป็นความมั่นใจและรากฐานที่เข้มแข็งก่อนก้าวเข้าสู่โลกอาชีพในอนาคตได้อย่างมั่นคง

นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักศึกษา ภายในงานยังมีการมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องบุคลากรและสถานประกอบการที่มีบทบาทเบื้องหลังในฐานะ DPU CWIE Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ผู้นิเทศงาน ผู้บริหารหลักสูตร และผู้ปฏิบัติการ ตลอดจนสถานประกอบการที่ร่วมดำเนินการ CWIE โดยผู้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทสถานประกอบการขนาดใหญ่มี 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) และ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งดำเนินการร่วมกับคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ขณะที่ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ซึ่งดำเนินการร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ ได้รับการยกย่องเป็นสถานประกอบการขนาดกลางดีเด่นในการดำเนินงาน CWIE
ในมุมของผู้ปฏิบัติการในสถานประกอบการและผู้นิเทศ CWIE หรือพี่เลี้ยงในวงการวิชาชีพต่างยืนยันถึงความพร้อมของนักศึกษา DPU โดย นายสารวัตร กิจพานิช (พี่ไอซ์) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในฐานะตัวแทนสถานประกอบการ เผยว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้เพียงส่งนักศึกษาออกไปฝึกงาน แต่มีการคุมคุณภาพทั้งตัวผู้เรียนและพี่เลี้ยงอย่างเป็นระบบ
“นักศึกษา DPUทำงานได้จริง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี CWIE ก็เปรียบเสมือน First Job ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือทำจริง สถานประกอบการเองก็ได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆ และเทคโนโลยี AI จากคนรุ่นใหม่ไปพร้อมกันด้วย” นายสารวัตร ระบุ
เช่นเดียวกับ นายตุลาการ ขวัญยืน ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส บริษัท เดอะ วัน อินเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่ร่วมสะท้อนความพึงพอใจว่า จุดเด่นของนักศึกษา DPU นอกจากวิชาการแล้ว คือความเข้าใจระบบงาน วัฒนธรรมองค์กร การวางตัว มารยาท และความคิดสร้างสรรค์ จนบริษัทเชื่อมั่นและรับเข้าทำงานต่อทันทีหลังจบการฝึกงาน สอดคล้องกับ นางสาวณัฐหทัย ภูมี ผู้จัดการการตลาด บริษัท บราเธอร์ แอนด์ บราเธอร์ จำกัด และ นางภุมรินทร์ วิลคินสัน ผู้จัดการแกลเลอรี่ เฉลิมหล้า อาร์ต เฮ้าส์ ที่ร่วมยืนยันว่า นักศึกษาสามารถนำทักษะจากห้องเรียนมาแก้ปัญหางานได้ทันทีเกิน 90% มีความมั่นใจ และพร้อมรับการเรียนรู้ใหม่ๆ เสมอ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เติบโตในโลกอาชีพจริง

สำหรับกิจกรรมวันที่สอง นักศึกษาทุกชั้นปีเข้าร่วมช่วง Unlock Your Potential: ปลดล็อกสมรรถนะ CWIE พิชิต First Good Job โดย อาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ Potentialigence Center ยกสถานการณ์การทำงานจริงมาให้เด็กๆ ได้ทดลองฝึกความพร้อม เริ่มจากการกางข้อควรระวัง Do & Don’ts สำหรับการเขียน Resume เพื่อคัดเอาเฉพาะข้อมูลสำคัญใส่ลงในประวัติการทำงานอย่างถูกต้อง ต่อด้วยกิจกรรมสุ่มจับคำถามสัมภาษณ์งานยอดนิยมจากฝ่าย HR จำนวน 40 ข้อ ซึ่งครอบคลุมทั้งหมวดการรับมือสถานการณ์ ทักษะความสามารถ สไตล์การทำงาน และเรื่องส่วนตัว มาให้นักศึกษาได้ลองซ้อมตอบพร้อมรับใบเทคนิคคำตอบเอาไว้มัดใจผู้คัดเลือก
นอกจากนี้ยังมีการแนะแนว Competency เพื่อประเมิน 17 ทักษะสำคัญในการทำงานอนาคตที่มหาวิทยาลัยคัดสรรมาจากทักษะทั้งหมดกว่า 60 ด้าน โดยผลประเมินจากการเข้าร่วมกิจกรรมตลอด 4 ปีจะถูกนำไปรวบรวมไว้ใน DPU Passport Profile เพื่อแปรผลเป็นจุดเด่นและแรงจูงใจเฉพาะตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นแรงจูงใจด้านความคิดสร้างสรรค์ หรือแนวทางการทำงานที่ตรงกับตำแหน่งงาน ซึ่งข้อมูลประมวลผลนี้ทำหน้าที่เสมือนการ์ดวัดพลัง Soft Skills ที่มีน้ำหนักความน่าเชื่อถือ และนำไปใช้ยื่นแสดงต่อบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในขั้นตอนสมัครงานได้ทันที
“ทุกคนล้วนมีจุดแข็งที่ซ่อนอยู่ แต่อาจยังไม่แน่ใจว่าจะดึงออกมาใช้ในชีวิตจริงอย่างไร จึงอยากให้น้องๆ ทุกคนเห็นความสำคัญของศักยภาพในตัวเอง เพราะหากใครกำลังสับสนหรือไม่มั่นใจในความถนัดของตนเอง การเดินเข้ามาใช้บริการของศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพที่มีแบบทดสอบและเวิร์กชอปหลากหลาย จะช่วยแนะแนวทางและอัปเดตข้อมูลพอร์ตการทำงานตลอด 4 ปี เพื่อแปรผลจุดเด่นและแรงจูงใจเฉพาะตัวออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งนักศึกษาและสถานประกอบการว่า ผู้เรียนของเรามีความพร้อมสำหรับการทำงานจริงร้อยเปอร์เซ็นต์” อาจารย์สุดถนอม ระบุ

ภายในงาน ฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอนยังได้นำ OLIV AI Buddy ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากปีการศึกษา 2567 เพื่อประมวลข้อมูลโครงงาน CWIE 1,468 โปรเจกต์ ให้นักศึกษาได้ทดลองพูดคุยค้นหาบุคลิกภาพ คาแรคเตอร์ และสไตล์การทำงานที่เหมาะสม โดยนักศึกษาไม่จำเป็นต้องมีหัวข้อโครงงานมาก่อน ก็สามารถเข้าใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ เพื่อรับแนวทางและไอเดียเชิงสร้างสรรค์ในการพัฒนาศักยภาพตนเองได้ทันที และมี Potentialigence Center (PoCen) มาร่วมเสริมความมั่นใจและเติมเต็มช่องว่างด้วยกิจกรรมที่ออกแบบร่วมกับนักจิตวิทยา เพื่อให้นักศึกษาพร้อมก้าวสู่อนาคตการทำงานอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ยังมีการจัดบูธกิจกรรมจาก Google Thailand องค์กรพันธมิตรฝั่งเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้นักศึกษาเป็น Google Student Ambassador โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะรับสิทธิ์ลุ้นโอกาสทำงานร่วมกับ Google และเข้าร่วมกิจกรรมในต่างประเทศ เพื่อเสริมทักษะความพร้อมทางเทคโนโลยีและเติมเต็มประสบการณ์นอกห้องเรียน ก่อนเข้าสู่โลกการทำงานอย่างสมบูรณ์รอบด้าน รวมทั้งได้รับของที่ระลึกรุ่นพิเศษแบบ Limited Edition ที่จัดทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
การจัด DPU CWIE Day ในครั้งนี้จึงมีจุดมุ่งหมายกว้างไกลกว่าการนำเสนอโครงงานหรือการมอบรางวัล แต่เป็นการเชื่อมต่อทุกความสัมพันธ์ที่สร้างประสบการณ์อันมีค่าให้นักศึกษา และเชื่อมการงานเข้ากับการสำรวจศักยภาพตนเอง เพื่อมุ่งสร้างทักษะการทำงานและทักษะมนุษย์ หรือ Human Potential ตามแนวคิด Potentialigence ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อให้นักศึกษา DPU ใช้ AI เป็นผู้ช่วยงานที่ดี ควบคู่กับการขับเคลื่อน SDGs ทั้งด้าน Quality Education, Decent Work and Economic Growth และ Partnerships for the Goals ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม











