DPU เปิดเวที BRAND AMBASSADOR 2026 รอบ PRELIMINARY ปลุกศักยภาพนักศึกษา ผ่านโจทย์ SPEECH และ KEYWORDS ค้นหาตัวตน เสริมทักษะการสื่อสารและไหวพริบ สู่การเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย

28 ตุลาคม 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter
  • SDGs 4
  • SDGs 5

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยสโมสรนักศึกษา จัดการแข่งขัน “DPU BRAND AMBASSADOR 2026” รอบ PRELIMINARY ภายใต้แนวคิด “THE ORIGIN OF NATURAL LIGHT” เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาแสดงศักยภาพด้านบุคลิกภาพ การสื่อสาร ไหวพริบ และทัศนคติ ผ่านกิจกรรม SPEECH และ KEYWORDS ในหัวข้อ “MY LIGHT, MY WAY” เพื่อค้นหาผู้ที่มีความพร้อมก้าวสู่การเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษาได้ค้นพบจุดแข็งและพัฒนาความมั่นใจในตนเอง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมสมภพ โหตระกิตย์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

โดยการแข่งขันครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์จากเวทีประกวดระดับประเทศและระดับนานาชาติ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ นายณฐนน ณรธัญวิรุญ Mister Supranational Thailand 2023 และ Mister Supranational of Asia 2023 , นางสาวณัฎฐา ทองแก้ว 2nd Runner-up Miss Supranational Thailand 2022 และ นางสาวการต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026 ร่วมพิจารณาความสามารถของผู้เข้าประกวดในด้านต่าง ๆ ทั้งบุคลิกภาพ การนำเสนอตนเอง การตอบคำถาม และทัศนคติ เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

นายอภิโชค รวยลาภ นายกสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม SPEECH และ KEYWORDS ภายใต้หัวข้อ “MY LIGHT, MY WAY” มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นพบและถ่ายทอดตัวตนผ่านการพูดและการสื่อสาร โดยมองว่าการเป็น Brand Ambassador ของมหาวิทยาลัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพหรือความโดดเด่นภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นผู้ที่รู้จักตนเอง มีความคิดและทัศนคติที่ดี รวมถึงสามารถถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ของตนเองให้ผู้อื่นเข้าใจได้ กิจกรรมครั้งนี้จึงออกแบบขึ้นเพื่อให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถและสะท้อนเรื่องราวการเติบโตของตนเอง ภายใต้แนวคิดที่ว่าทุกคนมีจุดแข็งและเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สามารถค้นพบคุณค่าและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้

นายอภิโชค กล่าวต่อว่า การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ SPEECH ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดนำเสนอเรื่องราวและมุมมองของตนเองภายใต้หัวข้อ “MY LIGHT, MY WAY” โดยเน้นการเรียบเรียงความคิด การถ่ายทอดเนื้อหาอย่างมีความหมาย และการสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจ ขณะที่ KEYWORDS เป็นการทดสอบไหวพริบและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยผู้เข้าประกวดต้องนำคำหรือประเด็นที่ได้รับมาตีความ เชื่อมโยงกับความรู้และประสบการณ์ของตนเอง ก่อนถ่ายทอดคำตอบอย่างกระชับและมีเหตุผล ทั้งสองกิจกรรมจึงมุ่งประเมินทั้งทักษะการพูด กระบวนการคิด การจัดลำดับเนื้อหา และความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

สำหรับหัวข้อ “MY LIGHT, MY WAY” มีความเชื่อมโยงกับแนวคิดหลักของการประกวดปีนี้ คือ “THE ORIGIN OF NATURAL LIGHT” ซึ่งสื่อถึงจุดกำเนิดของแสงสว่างและการค้นพบตัวตน โดยต้องการให้นักศึกษาได้ทบทวนประสบการณ์ที่หล่อหลอมความคิดและบุคลิกภาพของตนเอง เรียนรู้การยอมรับจุดแข็งและข้อจำกัด พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การบริหารเวลา การจัดการความตื่นเต้น และการสื่อสารกับผู้คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน

นายอภิโชค กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ความน่าสนใจของการประกวดในปีนี้คือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1–3 ทุกเพศเข้าร่วมออดิชัน รวมถึงผู้ที่เคยพลาดโอกาสจากการแข่งขันที่ผ่านมาได้กลับมาทดลองและพัฒนาตนเองอีกครั้ง ขณะเดียวกัน การดำเนินงานยังเป็นโอกาสให้ทีมสโมสรนักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์การทำงานจริง ตั้งแต่การวางแผน ประสานงาน ดูแลผู้เข้าประกวด ไปจนถึงการบริหารจัดการกิจกรรม ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการจัดการงานอีเวนต์ โดยถือเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่าไม่ต่างจากสิ่งที่ผู้เข้าประกวดได้รับ


ด้านนายณฐนน ณรธัญวิรุญ Mister Supranational Thailand 2023 และ Mister Supranational of Asia 2023 หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ผู้เข้าประกวดหลายคนมีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี ทั้งการแนะนำตนเองภายในเวลา 30 วินาที และการตอบคำถามจากคีย์เวิร์ด โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประสบการณ์ประกวดหรือทำหน้าที่พิธีกร ซึ่งสามารถนำเสนอตนเองได้อย่างมั่นใจ ขณะที่บางคนยังมีความตื่นเต้นจนไม่สามารถตอบคำถามได้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด สำหรับเกณฑ์การตัดสินให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพ ความประทับใจแรกพบ (First Impression) การแต่งกาย ปฏิภาณไหวพริบ การตอบคำถามอย่างมีเหตุผล และการบริหารเวลา ตลอดจนความประพฤติ ความรับผิดชอบ และการให้ความร่วมมือระหว่างทำกิจกรรม โดยมองว่าผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยต้องมีความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งรูปลักษณ์ ความคิด ทัศนคติ และการวางตัว ไม่ใช่เพียงผู้ที่มีความโดดเด่นบนเวทีเท่านั้น

นายณฐนน กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญสำหรับผู้เข้าประกวดคือการรู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถนำเสนอจุดแข็งได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ควรฝึกซ้อมทั้งการแสดงความสามารถ (Performance) และการพูดบนเวที (Speech) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาการเรียบเรียงความคิด การควบคุมเวลา และลดความประหม่า เพราะแม้ไม่สามารถขจัดความตื่นเต้นได้ทั้งหมด แต่การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้แสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ประสบการณ์จากการประกวดยังสามารถต่อยอดสู่การนำเสนองาน การเป็นพิธีกร และอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการสื่อสารในอนาคต

ขณะที่ นางสาวณัฎฐา ทองแก้ว 2nd Runner-up Miss Supranational Thailand 2022 กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการออกแบบคีย์เวิร์ดที่ท้าทายทั้งความสามารถทางสติปัญญา (IQ) ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) การตีความโจทย์ และการมีสติภายใต้สถานการณ์กดดัน ซึ่งชื่นชมทั้งทีมผู้จัดและผู้เข้าประกวดที่ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี สำหรับการพิจารณาคะแนนไม่ได้เน้นเฉพาะการตอบคำถาม แต่ยังให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย บุคลิกภาพ และความเป็นธรรมชาติในการแสดงออก พร้อมบันทึกข้อเสนอแนะเพื่อให้ผู้เข้าประกวดนำไปพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะบางคนที่มีประสบการณ์มากแต่อาจขาดความสดใส ทั้งนี้ ในหัวข้อ “MY LIGHT, MY WAY” พบว่าผู้เข้าประกวดส่วนใหญ่ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับการค้นหาแสงสว่างภายในตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงการมองเห็นคุณค่าและจุดแข็งที่ช่วยสร้างกำลังใจเมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรค ความกลัว และความไม่มั่นใจ

นางสาวณัฎฐา กล่าวต่อว่า การที่มหาวิทยาลัยจัดเวทีประกวดถือเป็นโอกาสสำคัญให้นักศึกษาได้ค้นหาความสามารถและก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง (Comfort Zone) ผ่านการลองผิดลองถูกและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งความสำเร็จ ความผิดหวัง และการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งเป็นทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Soft Skills) ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต พร้อมฝากข้อคิดว่าการประสบความสำเร็จต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างเต็มความสามารถ หากมีข้อจำกัดในบางด้านก็ควรพัฒนาจุดแข็งด้านอื่นให้โดดเด่นขึ้น และหากไม่ได้รับรางวัลตามที่คาดหวัง ก็ไม่ควรมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของโอกาส แต่ควรนำประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปพัฒนาตนเองและเตรียมความพร้อมสำหรับเวทีต่อไป เพราะการกล้าเริ่มต้นและลงมือทำอย่างเต็มที่ย่อมมีคุณค่ามากกว่าการไม่ได้ลองทำสิ่งนั้นเลย


ด้าน นางสาวสิริกาญจน์ อินทร (แฟมแฟม) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการสื่อสารการแสดงดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้เข้าประกวด DPU BRAND AMBASSADOR 2026 เปิดเผยว่า ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ เคยผ่านเวที Miss Universe กรุงเทพมหานคร 2026 และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (1st Runner-up) ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ค้นพบเป้าหมายของตนเองในการเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นกล้าทำตามความฝัน จึงตัดสินใจเข้าร่วมประกวดตั้งแต่ระดับสาขาจนได้รับโอกาสเป็นตัวแทนคณะเข้าสู่การแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย โดยในรอบ PRELIMINARY ได้ถ่ายทอดแนวคิดผ่านการเปรียบตนเองเป็นแสงเทียน แม้ไม่ใช่แสงที่สว่างที่สุด แต่สามารถเป็นแสงสว่างนำทางให้ใครบางคนก้าวผ่านความมืดไปได้ สอดคล้องกับความตั้งใจที่จะใช้ประสบการณ์และความสามารถของตนเองส่งต่อกำลังใจให้ผู้อื่น ขณะที่กิจกรรม KEYWORDS ได้รับโจทย์เกี่ยวกับคนส่วนใหญ่และคนที่รัก ซึ่งเป็นโอกาสให้ฝึกถ่ายทอดมุมมองเรื่องการทำงานร่วมกับผู้อื่นและความเข้าใจระหว่างบุคคล

นางสาวสิริกาญจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าร่วมประกวดครั้งนี้ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยยึดแนวคิดว่าเมื่อเลือกลงมือทำสิ่งใดแล้วควรทำให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียดายในภายหลัง พร้อมมองว่าจุดแข็งของตนเองคือความสดใส ความเป็นธรรมชาติ การปรับตัว และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของการเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบและได้รับความรู้จากคณาจารย์และบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม พร้อมฝากข้อคิดถึงเพื่อนนักศึกษาที่ยังไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ ว่า ควรเชื่อมั่นในตนเองและไม่ปล่อยให้คำพูดของผู้อื่นกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำตามความฝัน เพราะไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นความสำเร็จหรือความผิดหวัง อย่างน้อยการได้กล้าลงมือทำอย่างเต็มความสามารถก็เป็นประสบการณ์ที่สามารถภาคภูมิใจได้

ผู้สนใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th