
คณะการบัญชี DPU จับมือพระราม 3 ออลซอฟต์แวร์ ซิสเต็ม เสริมศักยภาพนักบัญชีดิจิทัล ฝึก SAP Business One เพิ่มทักษะพร้อมทำงานจริง
- Newsletter
- SDGs 8
- SDGs 1
- SDGs 11
- SDGs 17
คณะการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ บริษัท พระราม 3 ออลซอฟต์แวร์ ซิสเต็ม จำกัด จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้นวัตกรรมซอฟต์แวร์บัญชีดิจิทัล SAP Business One” สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ในรายวิชาเครื่องมือดิจิทัลเพื่องานบัญชี เพื่อเสริมศักยภาพการใช้งานระบบบริหารทรัพยากรองค์กร หรือ ERP ผ่านการจำลองกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การจัดซื้อ การขาย การบริหารสินค้าคงคลัง ไปจนถึงการผลิตและคำนวณต้นทุน เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจการเชื่อมโยงข้อมูลทางบัญชีกับการดำเนินธุรกิจ เตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติงานจริง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569

การอบรมจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจระหว่างคณะการบัญชี DPU กับ บริษัท พระราม 3 ออลซอฟต์แวร์ ซิสเต็ม จำกัด ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมี คุณโสภา นาจันหอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบซอฟต์แวร์และระบบบัญชี ร่วมถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์การทำงานในภาคธุรกิจ โดยปรับเนื้อหาหลักสูตรที่ปกติใช้เวลาอบรม 2 วัน ให้เป็นการเรียนรู้แบบเข้มข้นภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจหลักการทำงานของ SAP Business One และได้ทดลองใช้งานระบบในกระบวนการสำคัญขององค์กรธุรกิจ
สำหรับเนื้อหาการบรรยาย นักศึกษาได้เรียนรู้ภาพรวมของ SAP Business One ซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรองค์กรที่เชื่อมโยงข้อมูลงานจัดซื้อ งานขาย คลังสินค้า บัญชี และการเงินไว้ด้วยกัน ทำให้ติดตามกระบวนการดำเนินธุรกิจและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ พร้อมเข้าใจโครงสร้างการทำงานและหลักการควบคุมภายใน โดยเฉพาะการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างผู้จัดทำรายการ ผู้ตรวจสอบ และผู้อนุมัติ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ลดความเสี่ยง และสร้างความถูกต้องในการบริหารจัดการข้อมูลทางธุรกิจขององค์กร


ส่วนการฝึกปฏิบัตินักศึกษาเรียนรู้ผ่านเคสจริงโดยจำลอง 3 วงจรธุรกิจหลัก ได้แก่ Procure-to-Pay จำลองการออกใบขอซื้อ ใบสั่งซื้อ บริหารมัดจำ รับสินค้า ตั้งหนี้ และจ่ายเงินผ่านธนาคาร เพื่อเรียนรู้การเชื่อมโยงเอกสารสู่ระบบบัญชี ต่อด้วย Order-to-Cash ฝั่งสร้างรายได้ ตั้งแต่ออกใบเสนอราคา ใบสั่งขาย รับมัดจำ ส่งมอบสินค้า รับชำระเงิน และบริหารคลัง เพื่อเข้าใจการส่งต่อข้อมูลข้ามสายงาน และ Production Module & Costing ในส่วนกระบวนการผลิต กำหนดสูตรผลิต บันทึกปัจจัยการผลิต ออกใบสั่งผลิต รับสินค้าสำเร็จรูป และคำนวณต้นทุน พร้อมฝึกตรวจเอกสารย้อนหลังผ่าน Relationship Map ตรวจสอบงบทดลอง และรายงานสินค้าคงคลัง ทำให้นักศึกษาได้ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาจากสถานการณ์จริงด้วยตนเอง รวมถึงฝึกการสื่อสารและช่วยเหลือกันระหว่างทำกิจกรรม
คุณโสภา นาจันหอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พระราม 3 ออลซอฟต์แวร์ ซิสเต็ม จำกัด เปิดเผยว่า การเรียนรู้ระบบ SAP Business One ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้งานโปรแกรมบัญชี แต่ยังช่วยให้นักศึกษาเข้าใจกระบวนการบริหารจัดการธุรกิจในภาพรวม โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างระบบบัญชี ระบบการเงิน และการดำเนินงานของแต่ละฝ่าย ซึ่งมีความสำคัญต่อการควบคุมต้นทุน การตรวจสอบข้อมูล และการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
สำหรับการถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ บริษัทได้ปรับเนื้อหาจากหลักสูตรปกติที่ใช้เวลา 2 วัน โดยปรับรูปแบบให้กระชับลงเหลือ 1 วัน ก่อนปรับเป็นการอบรม 3 ชั่วโมงตามกรอบเวลาการเรียนรู้ของนักศึกษา DPU เพื่อให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจภาพรวมของระบบและฝึกปฏิบัติในกระบวนการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจริง ซึ่งเป็นการนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจมาถ่ายทอดให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย
“จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านการเป็นทั้งผู้สอบบัญชีและคนทำบัญชี การวางระบบถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าสามารถควบคุมระบบและการเงินได้ ย่อมช่วยให้การบริหารองค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ถ้าระบบมีปัญหาก็จะส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ทั้งหมด การทำบัญชีเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพออีกต่อไป นักบัญชีจำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีและนำ AI เข้ามาช่วยในการทำงาน โดยโปรแกรมที่ดีควรใช้งานง่าย เรียนรู้ได้รวดเร็ว ทำงานได้ครอบคลุม และมีความถูกต้องแม่นยำ” คุณโสภา อธิบายพร้อมกันนี้ยังได้ยกตัวอย่างโอกาสเติบโตในสายงานตรวจสอบบัญชี หรือ Auditor โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทตรวจสอบบัญชีขนาดใหญ่ระดับสากล หรือ Big 4
“เมื่อไหร่ที่เด็กมีสกิลขึ้นไปบริษัทมหาชน อัตราเงินเดือนก็จะอัปขึ้นไปอีก สายงาน Audit โดยเฉพาะ Big 4 ต้องการคนที่เข้าใจระบบ ERP ตั้งแต่วันแรก ซึ่งเงินเดือนเริ่มต้นสูงถึงประมาณสามหมื่นบาท เมื่อเทียบกับงานบัญชีทั่วไปที่เริ่มต้นประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาท การฝึกทักษะโปรแกรมตั้งแต่วันนี้จึงเป็นการเพิ่มสกิลและสร้างทางเลือกให้อนาคตตัวเอง”

ด้าน ดร.อรัญญา นาคหล่อ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาคณะการบัญชี และอาจารย์ประจำรายวิชาเครื่องมือดิจิทัลเพื่องานบัญชี กล่าวว่า คณะการบัญชีมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติจริง โดยดึงผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง พร้อมรับใบ Certificate ไว้ในรายวิชาโดยที่นักศึกษาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จากปกติที่มีค่าใช้จ่ายอบรมภายนอกราว 1,000–3,000 บาทต่อคน เพื่อใช้อัปเกรดแฟ้มสะสมผลงานสำหรับการสมัครงาน
“การเรียนของเราเน้น Practice หรือการปฏิบัติจริง เพื่อให้นักศึกษาออกไปทำงานได้และมีรายได้หลังสำเร็จการศึกษา เพราะปัจจุบันความรู้ทางทฤษฎีสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเติมเต็มให้คือประสบการณ์จากผู้ที่ทำงานจริง เราจึงนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาถ่ายทอดความรู้ พร้อมรับ Certificate ไว้ในการเรียนโดยที่นักศึกษาไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อนักศึกษาของเราได้ทั้งความรู้ ทักษะ และใบประกาศนียบัตรไปใช้เป็นแต้มต่อใน Portfolio ได้ทุกมิติ”

นอกจากนี้ ดร.อรัญญา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การเพิ่มทักษะ SAP Business One ยังช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าฝึกงานในสถานประกอบการชั้นนำ เช่น บริษัท ร้านแว่นท็อปเจริญ ซึ่งต้องการรับนักศึกษา DPU เข้าฝึกงานจำนวนมากเนื่องจากสามารถใช้งานระบบเป็นโดยไม่ต้องเสียเวลาฝึกอบรมใหม่
“ข้อดีอีกอย่างของการอบรมลักษณะนี้ ยังช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากนักศึกษาต้องช่วยกันตรวจสอบขั้นตอนการบันทึกข้อมูล แลกเปลี่ยนความเข้าใจ และแก้ไขข้อผิดพลาดระหว่างการฝึกปฏิบัติ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการทำงานในองค์กรที่ต้องประสานงานระหว่างฝ่ายบัญชี การเงิน จัดซื้อ คลังสินค้า และหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนรู้ทั้งการใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กัน”

สำหรับการพัฒนานักบัญชีดิจิทัล คณะการบัญชี DPU ได้ออกแบบรายวิชาให้ครอบคลุมการใช้งานซอฟต์แวร์บัญชีทั้ง 3 ระบบ อาทิ FlowAccount, NEXTTO และ SAP Business One ควบคู่กับการเรียนรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบอ่านข้อมูลจากเอกสารทางบัญชีด้วยเทคโนโลยี OCR เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจการนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ตั้งแต่การจัดการเอกสาร การตรวจสอบข้อมูล ไปจนถึงการบันทึกบัญชีและการบริหารจัดการข้อมูลธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนาความสามารถในการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับลักษณะงานและความต้องการของสถานประกอบการ
ขณะเดียวกัน คณะยังวางแนวทางพัฒนาการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรรูปแบบ 3+1 โดยให้นักศึกษาเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติในมหาวิทยาลัย 3 ปี ก่อนออกไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์วิชาชีพ โดยในเดือนพฤศจิกายน 2569 มีแผนนำนักศึกษาเข้าศึกษาดูงานสำนักงานบัญชีดิจิทัล เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ระบบบัญชีและเทคโนโลยี AI ในการดำเนินงานจริง ก่อนออกปฏิบัติงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE ในเดือนมกราคม 2570 นี้

สำหรับการอบรม SAP Business One ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาการเรียนการสอนของคณะการบัญชีที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านบัญชี เทคโนโลยี และประสบการณ์จากภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะจากการลงมือทำจริงก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ พร้อมต่อยอดสู่การเป็นนักบัญชีดิจิทัลที่สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวคิด Potential ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในการปลุกศักยภาพผู้เรียนเพื่อสร้างโอกาสและเปลี่ยนอนาคต ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้สนใจข้อมูลหลักสูตรและกิจกรรมของคณะการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dpu.ac.th/th/faculty-of-accountancy หรือ Facebook: คณะการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์