นศ.CIBA DPU ปฏิวัติเมืองพลังงานสะอาดด้วย 'ต้นไม้โซลาร์เซลล์' เข้ารอบสุดท้าย Inspire For Tomorrow

14 สิงหาคม 2567
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • ผลงานและรางวัล
  • 2025 สิ่งแวดล้อม

“นัทส์-กัญญา จันทคาร” และ “เกียร์-ธนสิตค์ ปางสุข” นักศึกษาภาคพิเศษ สาขาการตลาดยุคดิจิทัล และ สาขาการจัดการ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) คว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 10 ทีมสุดท้ายของการแข่งขัน ประกวดออกแบบนวัตกรรม "Inspire For Tomorrow Contest" จากโครงการนวัตกรรมสุดล้ำ "ต้นไม้โซลาร์เซลล์" หรือ “Solar Tree” ที่สามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ได้อย่างสร้างสรรค์ ของ Univentures Group เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา

โดยโครงการ Inspire For Tomorrow Contest จัดขึ้นโดยบริษัท บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จํากัด (มหาชน) และบริษัทในเครือฯ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัท Univentures เป็นองค์กรชั้นนําด้านการลงทุนที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการนี้เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีพื้นที่แสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์ และได้ใช้องค์ความรู้ในการระดมความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาไอเดียจนออกมาเป็น สินค้า หรือ นวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ความท้าทายในยุคปัจจุบัน

สำหรับในปี 2567 นี้ ทางบริษัทฯ ได้กำหนดโจทย์การออกแบบคือ “หากคุณออกแบบนวัตกรรมภายใต้วิธีคิด Smart City หรือ Smart Building คุณจะออกแบบนวัตกรรมใด เพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น” โดยนักศึกษาทีม TENDO วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ประกอบด้วย “นางสาวกัญญา จันทคาร”หรือ “นัทส์” นักศึกษาภาคพิเศษ สาขาการจัดการเพื่อการเป็นผู้ประกอบการ ชั้นปีที่ 2 และ “นายธนสิตค์ ปางสุข” หรือ “เกียร์” นักศึกษาภาคพิเศษ สาขาการตลาดยุคดิจิทัล ชั้นปีที่ 2 ได้ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย จากการนำเสนอโครงการ "ต้นไม้โซลาร์เซลล์" นวัตกรรมที่ผสมผสานความสวยงามของธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

สำหรับจุดเริ่มต้น ต้นไม้โซลาร์เซลล์ หรือ Solar Tree เป็นโครงสร้างที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายต้นไม้ โดยมีแผงโซลาร์เซลล์ฝังอยู่ภายในลำต้น กิ่งก้านและใบ ทำให้สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งคำนวณอย่างละเอียดว่าต้นไม้โซลาร์เซลล์ 1 ต้น สามารถผลิตไฟฟ้าได้เท่าไรและประหยัดค่าไฟฟ้าได้ลดลงถึง 30-70% ในแต่ละปี และต้นทุนเบื้องต้นเลยว่าแผงโซลาร์เซลล์ต่อตัวสามารถผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่และอย่างไร นอกจากนี้โครงสร้างยังถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและกลมกลืนกับธรรมชาติและเป็นร่มเงา ทำให้สามารถนำไปติดตั้งในพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพาประเทศไทยสู่ความยั่งยืนได้อีกด้วย

ดร.คุณากร วิวัฒนากรวงศ์ อาจารย์วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ที่ปรึกษาโครงการ เปิดเผยว่า โครงการ 'ต้นไม้โซลาร์เซลล์' แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถของนักศึกษาในการนำเสนอ และการนำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมในระดับมหภาค การที่โครงการนี้ได้รับรางวัลเป็นสิ่งที่น่ายินดีและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาคนอื่นๆ ได้พัฒนาโครงงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

“ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ กลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการประคองความยั่งยืนและความสำเร็จของธุรกิจ นักศึกษาที่สามารถนำนวัตกรรมไปขายได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงมีโอกาสสูงในการประสบความสำเร็จ หลักสูตรของ CIBA เน้นย้ำการฝึกปฏิบัติและสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมทักษะของนักศึกษาอย่างเต็มที่ นอกจากการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียนแล้ว เรายังนำเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น Chat GPT และ AI มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาต่อยอดในการทำงานจริง”

ดร.คุณากร กล่าวอีกว่า การสร้างนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ เพื่อให้นักศึกษาไม่เพียงแต่มีความรู้ในการคิดค้นนวัตกรรม แต่ยังสามารถนำเสนอและขายนวัตกรรมเหล่านี้ในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนรู้เช่นนี้จะช่วยให้นักศึกษามีทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“ในโลกที่ไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่แตกต่าง ธุรกิจอาจต้องลดราคาเพื่อดึงดูดใจลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของธุรกิจ รวมถึงผลกำไรหรือการสูญเสียลูกค้าในที่สุด การเสริมสร้างทักษะและความรู้ให้กับนักศึกษาในการสร้างและนำนวัตกรรมไปใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ถูกสอดแทรกในรายวิชานวัตกรรมการจัดการปฏิบัติการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานที่ผมได้สอนกับนักศึกษา”

ขณะที่ทางด้าน "ธนสิตค์” นักศึกษาภาคพิเศษชั้นปีที่ 2 สาขาการตลาดในยุคดิจิทัล จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ตัวแทนทีม TENDO กล่าวถึงความสำเร็จในการผ่านเข้ารอบการแข่งขันว่า ตนรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ไอเดียได้รับการคัดเลือก เพราะใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน คุยและเคาะความคิดเห็นจบก็ลงมือทำ Presentation จากนั้นแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามความถนัด โดยตนดูในเรื่องของไอเดีย ส่วนเพื่อนในทีมดูในส่วนของข้อมูล เช่น การคำนวณต้นทุนจุดคุ้มทุนเท่าไหร่ เหมาะกับโลกปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน เพื่อประกอบทั้งความเป็นไปได้จาก Data และความคิดให้เกิดเป็นภาพที่ออกมาดีต่อเราและโลกได้จริง

"วิชาที่เรียนในคณะ CIBA เน้นเรื่องความยั่งยืนมาโดยตลอด ทุกวิชากระตุ้นให้เราคิดถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดคาร์บอน หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในอนาคต ทำให้ไอเดียมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์สิ่งที่ดีต่อโลกตลอดเวลา ซึ่งก็ตรงโจทย์กับที่โครงการให้มาพอดี นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังส่งเสริมให้เราลงมือปฏิบัติจริง เช่น การใช้โปรแกรม Canva ในการออกแบบ หรือการใช้ AI ในการสร้างต้นแบบ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการนำไอเดียมาสู่ความเป็นจริง การสร้างธุรกิจสักอย่างหนึ่งเราต้องมีอะไรมารองรับบ้าง อาจารย์มักจะบอกเสมอว่า 'ทุกอย่างเป็นไปได้' ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เรากล้าที่จะคิดและลงมือทำ"

ธนสิตค์ ยังได้กล่าวถึงเป้าหมายของทีมว่า "แม้ว่าเป้าหมายแรกของเราคือการคว้าแชมป์ แต่การได้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว เพราะได้ปล่อยจินตนาการ ได้สื่อสารไอเดียของเราออกไป ที่สำคัญคือได้เรียนรู้อะไรมากมายมันมากกว่าเงินรางวัล การได้ไปเจอกับคนที่มีไอเดียเหมือนกัน ได้เจอกับผู้ใหญ่ที่พาไปดูว่าในโครงการใหญ่ที่เขามี เช่น โครงการ One Bangkok นวัตกรรมที่คิดมามันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน และปัจจุบันเราไปถึงไหนแล้ว”

นอกจากนี้สำหรับน้องๆ ที่สนใจจะเข้าร่วมการแข่งขัน ธนสิตค์แนะนำว่า “การสร้างทีม” ที่มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันและมีเป้าหมายร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญมาก และ “การทำความเข้าใจโจทย์” ของการแข่งขันอย่างละเอียด ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอไอเดียที่ตรงใจกรรมการได้

ทั้งนี้อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ความสำเร็จ แม้ว่าจะคว้าตั๋วเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายได้แล้ว แต่การแข่งขันยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ทีม TENDO ยังมีภารกิจสำคัญรออยู่ นั่นคือการเตรียมตัวเข้าสู่รอบ Pitching เพื่อนำเสนอโครงการ 'ต้นไม้โซลาร์เซลล์' ให้กับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

โดยในระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคม 2567 ทีม TENDO และผู้เข้าแข่งขันทุกทีมจะได้เข้าร่วมกิจกรรม Workshop สุดเข้มข้น เพื่อพัฒนาทักษะและไอเดียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย เช่น การออกแบบนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุ และการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าแข่งขันได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

จากนั้นในวันที่ 26 สิงหาคม และ 9 กันยายน 2567 จะเป็นรอบ Pitching ทีม TENDO จะต้องนำเสนอโครงการ 'ต้นไม้โซลาร์เซลล์' ให้โดดเด่นและน่าสนใจที่สุด เพื่อคว้ารางวัลชนะเลิศ ก่อนที่ในวันที่ 20 กันยายน 2567 จะเป็นวันประกาศผลรางวัล ซึ่งนอกจากเงินรางวัลจำนวนมากแล้ว ผู้ชนะเลิศยังจะได้รับโอกาสในการพัฒนาโครงการต่อยอดร่วมกับบริษัทพันธมิตรอีกด้วย