CIBA-DPU จับมือ Culture Connex ปั้นชุมชนเลื่อนฤทธิ์ เยาวราช เป็นห้องเรียนธุรกิจวัฒนธรรม

17 มีนาคม 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter

วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ Culture Connex เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของนักศึกษา และต่อยอดธุรกิจวัฒนธรรมสู่แนวคิดนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ย่านเยาวราช กรุงเทพมหานคร

พิธีลงนามความร่วมมือครั้งนี้มี อาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมลงนามกับ นายศุเรนทร์ ฐปนางกูร กรรมการบริหาร บริษัท คัลเจอร์คอนเน็กซ์ จำกัด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ (RSC) พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาธุรกิจฐานวัฒนธรรมในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องราว อัตลักษณ์ และความยั่งยืน ควบคู่กับคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ของลูกค้า

อาจารย์วสุกานต์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันรูปแบบการเรียนรู้ของนักศึกษาให้ก้าวออกจากกรอบห้องเรียนไปสู่การเรียนรู้ในพื้นที่จริง โดยให้นักศึกษาได้ทำงานกับโจทย์จริงจากชุมชนและผู้ประกอบการ เช่น การพัฒนาคอนเซ็ปต์สินค้าและบริการจากทุนวัฒนธรรม การสร้างแบรนด์และการเล่าเรื่องแบรนด์ (Brand Storytelling) อย่างเป็นระบบ การออกแบบประสบการณ์ลูกค้า และการวางกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมกับทั้งตลาดท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว รวมถึงการใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการชุมชน

“ภายในกิจกรรม คณาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมเรียนรู้ผ่านกิจกรรมภาคสนามที่สะท้อนมิติของธุรกิจวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด เริ่มจากเวิร์กช็อปการทำดอกไม้จากแผ่นทอง ซึ่งเป็นงานหัตถศิลป์ที่ต้องอาศัยความประณีตและความเข้าใจในวัสดุ จากนั้นได้เยี่ยมชม Cultural Space ที่รวบรวมแนวคิดสินค้าและผลงานจากงานวิจัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อให้เห็นว่าความรู้จากชุมชนและองค์ความรู้จากงานวิจัยสามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เมื่อมีการออกแบบสินค้า แบรนด์ และช่องทางการตลาดอย่างเหมาะสม ก่อนปิดท้ายด้วยการเรียนรู้จากต้นแบบ Social Enterprise ที่นำวัฒนธรรมมาเป็นฐานในการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ สร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลชุมชนและสังคม” คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี DPU กล่าว

นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหาและการทำโครงการจริง (Problem-based และ Project-based Learning) โดยนักศึกษาจะได้เจอกับโจทย์จริง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริง ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ชุมชน ไปจนถึงลูกค้าและนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะสำคัญสำหรับโลกการทำงานยุคใหม่ เช่น การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) การวิเคราะห์ตลาด การออกแบบโมเดลรายได้ที่ยั่งยืน และการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสื่อสารแบรนด์ นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถสะสมผลงานจริง (Portfolio) ระหว่างเรียน ไม่ว่าจะเป็นการทำแผนพัฒนาแบรนด์ การผลิตคอนเทนต์และแคมเปญดิจิทัล การนำเสนอแนวคิดธุรกิจ หรือการมีส่วนร่วมในโครงการที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กับโอกาสทางการตลาด ซึ่งเป็นทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ

อาจารย์วสุกานต์ ทิ้งท้ายด้วยว่า ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับองค์กรที่ทำงานด้านวัฒนธรรมและชุมชนยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะนอกจากมุ่งพัฒนาสินค้าแล้ว ยังครอบคลุมถึงระบบการสร้างคุณค่าตั้งแต่ต้นทางของอัตลักษณ์และงานฝีมือของชุมชน ไปจนถึงปลายทางของตลาด การสื่อสารแบรนด์ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยยังคงรักษารากเหง้าและความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนไว้ได้อย่างสมดุล


ด้าน อาจารย์สุกัญญา สิงห์ตุ้ย อาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาบัณฑิตของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่มุ่งส่งเสริมให้นักศึกษาค้นพบศักยภาพของตนเอง และสามารถต่อยอดความรู้ไปสู่การทำงานจริงในโลกยุคใหม่ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงโลกธุรกิจ เทคโนโลยี และสังคมเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรมในเส้นทางการเรียนรู้ของผู้เรียน

ความร่วมมือระหว่าง CIBA DPU และ Culture Connex ในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการและกิจกรรมต่อเนื่องที่จะเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ลงมือสร้างผลงานที่มีคุณค่า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการต่อยอดและออกแบบอนาคตของธุรกิจวัฒนธรรมไทยให้สามารถเติบโตอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนต่อไปในอนาคต