DPU ต้อนรับผู้แทนจาก FIRDI โชว์ศักยภาพ Thai Premium Wellness และนวัตกรรมสมุนไพร

16 กันยายน 2568
รัชพล ธนศุทธิสกุล

วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก Food Industry Research and Development Institute (FIRDI) ในโอกาสเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) และอาหารสุขภาพที่เป็นเทรนด์สำคัญระดับโลก ภายใต้ความร่วมมือสถาบันอาหาร (National Food Institute: NFI) กระทรวงอุตสาหกรรม และ Food Industry Research and Development Institute (FIRDI)

โดยมี รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ และคณาจารย์ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมสำนักอธิการบดี 5-2 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

สำหรับกิจกรรมการเยี่ยมครั้งนี้ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU ได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มและทิศทางการพัฒนาด้าน Wellness และสมุนไพรไทยในระดับสากล พร้อมทั้งจัดแสดงบูธนิทรรศการ “นวัตกรรมสมุนไพรไทยสร้างเศรษฐกิจ”และกิจกรรมชิมชาสมุนไพรชะลอวัยจำนวน 8 ชนิด เพื่อให้คณะผู้แทนได้สัมผัสคุณค่าและศักยภาพของสมุนไพรไทยที่ตอบเทรนด์ของตลาดโลกอย่างใกล้ชิด จากนั้นคณะผู้แทนได้เข้าเยี่ยมชม DPU คลินิกแพทย์แผนไทย (Thai Premium Wellness Prototype) ณ อาคาร 14 ชั้น 1 ซึ่งเป็นต้นแบบของการบูรณาการสมุนไพรเข้ากับศาสตร์การดูแลสุขภาพ โดยมีกิจกรรม “Smart Brain Massage” หรือการนวดเสริมความจำ ที่ผสมผสานองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยเข้ากับนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้คณะผู้แทนได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงโดยมี ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา รองคณบดีและผู้อำนวยการคลินิกให้การต้อนรับ

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้สืบเนื่องจากการจัดงานประชุมสัมมนา TTICOS 2025 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ซึ่งเน้นในเรื่อง Smart Health Technology และ Industry Connection & Collaboration รวมถึง Food & Biotech Industry Networking in Probiotics Development ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารและไบโอเทค การศึกษาดูงานในวันนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรับมือกับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่กำลังเป็นปัญหาสุขภาพใหญ่ของประชากรโลก ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ากว่า 71% ของการเสียชีวิตในแต่ละปีเกิดจากโรค NCDs ขณะที่ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 74% ต่อปี การพัฒนาอาหารฟังก์ชัน อาหารเสริมสุขภาพ โปรไบโอติก (Probiotics) และสมุนไพร จึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันสุขภาพและลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วย

“การมาเยือนวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพสูงในด้าน Premium Thai Wellness ที่สามารถต่อยอดได้ทั้งการส่งเสริมสุขภาพและการรักษาโรค เราได้แสดงให้เห็นถึงต้นแบบการบูรณาการสมุนไพรไทย ยาสมุนไพร การนวดบำบัด ไปจนถึงนวัตกรรมบริการการนวดไทยตามแนวเส้นประธานสิบอย่างการนวดส่งเสริมสุขภาพสมอง Smart Brain Massage ที่ใช้เวลานวดที่ศีรษะ 8 นาที และเห็นผลชัดเจนถึงการผ่อนคลายและคลายเครียดในเวลาอันสั้น ซึ่งการบริการแบบพรีเมียมทั้งหมดนี้สามารถเข้าถึงได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่สร้างประสบการณ์ที่ประทับใจและเห็นผลจริง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้แทนต่างชาติเล็งเห็นว่าไทยไม่เพียงแต่มีวัตถุดิบสมุนไพรที่หลากหลาย แต่ยังมีองค์ความรู้และนวัตกรรมที่พร้อมเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพและเวลเนสของโลกได้ทันที”คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU กล่าว

นอกจากนี้ ดร.สุรพจน์ ยังกล่าวต่อว่า ประเทศไทยอยู่ในจุดที่สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างเครือข่าย Premium Thai Clinic และ Wellness Center ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาเพิ่มศักยภาพของบุคลากร (Capacity Building Training Center) ที่กำลังจะเปิดดำเนินการในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อพัฒนานักศึกษาและบุคลากรด้านสุขภาพให้มีคุณภาพสูง รองรับความต้องการตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้โมเดลการพัฒนาของ DPU ไม่ได้หยุดเพียงการสร้างบุคลากร แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์และธุรกิจแฟรนไชส์ด้านเวลเนสที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

“ผมมองว่านี่เป็น โอกาสทอง ของประเทศไทย เราได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงให้กับพันธมิตรระดับนานาชาติได้เห็น โดยในอนาคตยังจะมีญี่ปุ่น เยอรมนี และประเทศยุโรปอีกหลายประเทศที่ให้ความสนใจ หากเราสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน สมุนไพร และการดูแลสุขภาพเชิงผสมผสานกับภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยเข้าด้วยกัน ประเทศไทยจะกลายเป็นผู้นำด้าน Wellness ของภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญบนเวทีโลกอย่างแน่นอน ซึ่งการเยี่ยมชมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของไทยด้านสมุนไพรและ Wellness ต่อเวทีโลก พร้อมทั้งเปิดประตูสู่ความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และธุรกิจด้านสุขภาพเชิงบูรณาการในอนาคต” คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU กล่าวย้ำ

ด้าน นางสาวณัฎฐิตา เกณฑ์พิทักษ์ หัวหน้างานวิเทศสัมพันธ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถาบันอาหาร ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในการจัดงานพิจารณาเลือก วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นหนึ่งในสถานที่ศึกษาดูงาน เนื่องจากเป็นหน่วยงานชั้นนำด้านสุขภาพองค์รวม การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และธุรกิจ Wellness รวมถึงการวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพเชิงบูรณาการ ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายการประชุมปีนี้ที่มุ่งเน้น Biotech & Smart Health

“การเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Wellness และ Anti-aging อีกทั้งยังได้เห็นศักยภาพของ DPU ในการก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางแห่งสุขภาพอนาคต” ที่เน้นนวัตกรรมและแนวคิด Green Concept เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งการพัฒนา Green Clinic, Green Pharmacy และหุ่นยนต์ AI นวดรักษาโรคตามศาสตร์เส้นประธาน 10 ซึ่งถือเป็นต้นแบบแรกของโลกที่ผสานศาสตร์การแพทย์แผนไทย ตลอดจนการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมการแพทย์แบบบูรณาการ และการสาธิต “Smart Brain Massage” เน้นการกดจุดสำคัญตามแนวเส้นประธานสิบเพื่อส่งเสริมสุขภาพสมองและความจำอีกด้วย” หัวหน้างานวิเทศสัมพันธ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ทั้งนี้งานประชุมสัมมนา TTICOS 2025 ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยง ผู้ประกอบการ–นักวิจัย–สถาบันการศึกษา ทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ/โปรไบโอติกส์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรขั้นสูงและเทคโนโลยีเภสัชภัณฑ์ ขณะที่ DPU มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการ งานคลินิก และงานวิจัยเชิงพาณิชย์ การเยี่ยมชมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม