การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 15 และเครือข่ายวิจัยประชาชื่น ครั้งที่ 5

เรื่อง “โลกไร้พรมแดน : ทิศทางการศึกษา สุขภาวะ และนวัตกรรม”

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563

ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ อาคาร 6 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

หลักการและเหตุผล


การเปลี่ยนแปลงถือเป็นความงดงามทั้งเป็นศาสตร์และเป็นศิลป์ ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติ เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเราจึงต้องปรับตัวเอง เปลี่ยนวิธีการคิด เพื่อให้วิถีการดำเนินชีวิตของเราสอดคล้องไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและรู้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากเราเตรียมตัวเองให้พร้อม ไม่ว่าเราจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ใด เราจะสามารถรับมือได้ ศตวรรษนี้เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลง ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในโลก ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองการปกครอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรต่อไป ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในศตวรรษที่ 21 โลกได้เข้าสู่สังคมที่เรียกว่า “สังคมความรู้” ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวันและเราสามารถรับความรู้ได้จากหลายช่องทางและได้รับอย่างรวดเร็ว คนท่องเก่ง เรียนเก่ง จำเก่ง ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดอีกแล้ว แต่คนที่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คือคนที่สังคมโลกต้องการ การพัฒนา ทักษะคือหัวใจสำคัญของการศึกษาในศตวรรษที่ 21

วิทยาลัยครุศาสตร์ เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยุรกิจบัณฑิตย์ที่มีภารกิจหลักในการผลิตบัณฑิต การบริการวิชาการ การวิจัยและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ภายใต้ปรัชญา “แหล่งรวมปัญญา พัฒนาแนวคิดใหม่ ใส่ใจการเปลี่ยนแปลง” และปณิธาน “Creative and Productive Scholar” เพื่อสนองตอบความต้องการของสังคม วิทยาลัยครุศาสตร์ ร่วมกับศูนย์บริการวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงได้จัดให้มี การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ครั้งที่ 15 ในหัวข้อ โลกไร้พรมแดน : ทิศทางการศึกษา สุขภาวะ และนวัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยอันจะนำไปสู่ทิศทางการศึกษา สุขภาวะ และนวัตกรรม กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลงานไปสู่การสร้างงานนวัตกรรม เป็นเวทีวิชาการสำหรับนักวิชาการ นักศึกษา และผู้ขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ในสังคมไทย ที่มุ่งเป้าหมายของการเรียนรู้ที่เป็นการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง และเผยแพร่ผลงานวิจัยอันจะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ผลงานด้านการศึกษา รวมทั้งเป็นเวทีส่งเสริมให้นักศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการศึกษา ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ นำเสนอผลงานวิจัยหรือนวัตกรรมใหม่ทางการศึกษา ที่ผ่านการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง เกิดความเข้าใจ จนตระหนักรู้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง เรียนรู้จักและรู้จากภายในของตนเอง จนก่อให้เกิดลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในส่วนของภาคการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทางด้านการศึกษาให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งต่อไป

วัตถุประสงค์


  1. เพื่อเป็นเวทีทางวิชาการในการเสนอผลงานวิจัย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิชาการ จากคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมและพัฒนาทางด้านการศึกษา
  2. เพื่อผลักดันและพัฒนานักวิจัยให้กับสังคมไทยอันจะขับเคลื่อนงานวิจัยให้ตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศ
  3. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลงานไปสู่การสร้างนวัตกรรม ตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ
  4. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการขยายเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก

กลุ่มสาขาวิชาที่รับพิจารณา



ขอบข่ายการนำเสนอบทความวิจัย บทความวิชาการ

การนำเสนอบทความวิจัย บทความวิชาการ วิทยานิพนธ์ หรือการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จะต้องเป็นการนำเสนอผลงานที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และไม่เคยตีพิมพ์หรือได้รับการเผยแพร่มาก่อน

หมายเหตุ ทั้งนี้ บทความวิจัย บทความวิชาการ ฉบับเต็มที่ผู้นำเสนอบทความได้แก้ไขและปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จะได้รับการตีพิมพ์เป็น Proceeding ของการประชุมในรูปแบบเอกสารในอุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบพกพา (Handy Drive) ให้กับเจ้าของบทความวิจัย และบทความวิชาการ ในวันประชุมวิชาการ

ลักษณะการนำเสนอบทความวิจัย บทความวิชาการ

เป็นบทความที่สมบูรณ์ ความยาวประมาณ 8 - 12 หน้ากระดาษ A4 จัดทำตามรูปแบบการเขียนบทความวิจัย บทความวิชาการ ที่คณะกรรมการกำหนดไว้ ส่งบทความฉบับเต็มเป็นแฟ้มข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบไฟล์ที่เป็น Microsoft Word (ทำการปิดชื่อและสถาบันของผู้เสนอบทความ) ทั้งนี้บทความที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดจะไม่ได้รับการพิจารณา

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษา ได้มีโอกาสนำเสนอผลการวิจัย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทางวิชาการ และได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนางานวิจัย
  2. เกิดการผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการพัฒนานักวิจัยให้กับสังคมไทย เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานวิจัยให้ตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศ
  3. คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษา ได้พัฒนาผลงานนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ
  4. ได้เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก