ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ที่นี่มีเรื่องราว!!

dpu

     เข้าสู่ 49 ปีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของไทย ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ปัจจุบันเปิดทำการเรียนการสอนทั้งหมด 6 คณะ, 7 วิทยาลัย  เปิดสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก กว่า 49 ปีที่ผ่านมาทำให้เรามีเรื่องราว ความเชื่อ และเรื่องในรั้วมากมายเลย มีอะไรบ้างน้า ^^ อ่านๆ

“รู้หรือไม่ ?"

1. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีชื่อย่อว่า “มธบ.” หรือชื่อย่อภาษอังฤษ คือ DPU (Dhurakij Pundit University)

2. มธบ.เป็นหนึ่งในสาม ม.เอกชนรุ่นบุกเบิก อีกสองที่คือม.กรุงเทพ และ ม.หอการค้าไทย

3. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับ ISO 9001:2000 และเป็นแห่งเดียวที่ได้รับการรับรองนี้ทั้งระบบ

4. เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการพัฒนาการด้านบุคลากรสูง เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ วัดได้จากอาจารย์ประจำมีผู้จบจากต่างประเทศ และเป็น Guru ในด้านการสอนในแต่ละวิชาของตัวเอง ถึง 98%

5. ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ริมคลองประปา ถนนประชาชื่น บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ นับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพที่มีเนื้อที่มากที่สุด (เพราะม.เอกชนใหญ่ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่รอบนอก)

6. ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย คือ ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ และอาจารย์สนั่น เกตุทัต  ด้วยปณิธานที่ตรงกัน “จะทำงานด้านการศึกษา เพื่อประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ”

7. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 ด้วยสถานภาพเป็นโรงเรียนราษฎร์ ชื่อ “ ธุรกิจบัณฑิตย์” และเติบโตเป็น “วิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์” ในปี พ.ศ. 2513 และเป็น “มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์”ในปี พ.ศ.2527

8. วันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี นับเป็นวันสถาปนา

9. อดีตเคยตั้งอยู่ริมคลองประปาถนนพระราม 6 ต่อมาได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในปี พ.ศ. 2513 และเลื่อนฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์” ในปี พ.ศ. 2527

10. อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ทั้งสวย เก่ง มีวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาศึกษาอันดับต้นๆของประเทศเลย ล่าสุดกับการออกมาแสดงความเห็นผ่าน #ChangeEduTH แฮทแท็กยอดฮิตที่สร้างกระแสมาแล้วชั่วข้ามคืน

11. เป็นเหมือนเมืองเล็กๆ สีเขียว ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ สวนหย่อม สระน้ำ มีเต่า ปลา กระรอกออกมาทักทาย น่าเรียน น่าทำงาน การันตีด้วยได้รับรางวัล ”เหรียญทอง” ในฐานะที่เป็นผู้ผ่านการตรวจรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ตามโครงการสถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าเรียน เป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่ครบทั้งความสะอาด ปลอดภัย ไร้มลพิษ มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังได้รับพระราชทานรางวัล  “พฤกษานคราเหรียญเชิดชูเกียรติ” จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการแมกไม้มิ่งเมือง ระดับหน้าบ้านหน้ามอง ประเภทมหาวิทยาลัยในสวน

12. ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย (พระสิทธิธาดา) ดูผิวเผินจะคล้ายกับตราของ ม.รัฐบาลมาก แต่คนที่นี้นับถือมาก ไปลา มาไหว้ ยิ่งช่วงสอบนะ จะขอเป็นพิเศษ

13. สีประจำสถาบัน คือ ม่วง-ฟ้า แต่มหาวิทยาลัยจะเน้นสีม่วงมาก สังเกตุจากป้ายโฆษณา ในทีวี Facebook Youtube IG แผ่นพับ โปสเตอร์ จนทำให้ผู้ชายใน ม.นี้ มีเลือดสีม่วงที่เข้มข้นเป็นพิเศษ อิอิ

14. ต้นไผ่  คือต้นไม้ประจำสถาบัน 

15. ปรัชญา คือ นักธุรกิจเป็นผู้สร้างชาติ

16. จัดเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุด มีครบทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม ทันสมัย

17. มีทุนการศึกษาหลากหลายประเภท มอบให้กับนักศึกษา กว่า 700 ทุน

18. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีชื่อย่อว่า มธบ. แต่มีบางคนเข้าใจว่าเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-บางเขน

19. นักศึกษาหน้าตาดี๊ดี เดินไปตึกไหนก็ต้อง Wowww  ไม่ว่าจะเด็กไทย หรือเด็กอินเตอร์ ทั้ง ญี่ปุ่น จีน อังกฤษ ภูฏาน บราซิล กัมพูชา พม่า เวียดนาม สวีเดน ปากีสถาน ศรีลังกา เยอรมัน แคเมอรูน เดินสวนไปมาให้ Say Hello แซวกันพอขำๆ

20. มีหอพักกว่า 7 แห่ง ของมหาวิทยาลัย มีกฏระเบียบชัดเจน อยู่แล้วปลอดภัย และมีหอพักของเอกชนบริเวณใกล้เคียง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากมหาวิทยาลัย กว่า 49 แห่ง 

21. ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยที่มีผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย และผู้ชายสวยสุด 555 มิสเกณฑ์ทหาร มิสทิฟฟานี่ ก็เรียนอยู่ที่นี่นะ

22.เป็น ม.เอกชนที่อาจารย์มีความรัก ความผูกพันกับนักศึกษามากที่สุด เรียกพ่อ เรียกพ่อ เรียกแม่ได้เลยหละ

23. ซอย 8 หน้าม. เป็นแหล่งที่อยู่ของเด็กต่างจังหวัด เด็กหอเยอะมาก

24. เมื่อก่อนนักศึกษาสามารถใส่ชุดนอกมาเรียนในวันเสาร์ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือในช่วงแรกๆ ของการใช้นโยบายนี้ จะมีการประกวดแฟชั่นของนักศึกษาสาวๆ แต่ปัจจุบันแทบไม่เหลือแล้วเพราะสาวๆ ไม่รู้จะใส่อะไรมาอวดกัน และในปัจจุบันนี้ระบบนี้ โดนยกเลิกไปแล้วเพราะบรรดาสาวๆ เหล่านั้นใส่ได้สั้นมาก จนไปโดนใจฝ่ายวินัย จึงได้มีนโยบายยกเลิกระบบนี้ไปแล้ว

25. ซอย 8 คือ ชื่อซอยที่มีหอพักเยอะที่สุดในละแวกนั้น ตอนเช้านศ. ทุกคนจะมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยเป็นแถวยาวเหยียด

26. เมื่อก่อนถ้าใครไปซื้อของกินในศูนย์อาหารตอนช่วงเช้าหรือเย็นๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่ค่อยมีคนน่ะแหละ อย่าพยายามซื้อข้าวไปวางอยู่ใกล้ทางออก แล้วไปซื้อน้ำหรือเข้าห้องน้ำโดยเด็ดขาด เพราะบรรดานกจะบินมาแทะอาหารทั้งจานจนไม่มีชิ้นดี แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีละ เพราะระบบจัดการดีขึ้น แถมมีห้องอาหารติดแอร์บรรยากาศดีเชียว แต่คนเยอะหน่อย ไม่เชื่อลองมานั่งดู

27.ป้า เรย์..คือสมญานามที่บรรดานักศึกษา และอาจารย์เรียก “แม่บ้าน” ที่มีหน้าตั้งแต่ทำความสะอาดห้องน้ำ เปิด-ปิดไฟ และแอร์ ป้าเรย์บางคนสามารถแก้ไขคอมพิวเตอร์ได้ด้วยนะ เจ๋งอ่ะ!! (เหตุผลที่เรียกแม่บ้านทุกคนใน ม.ว่า ป้าเรย์ เพราะแม่บ้านที่ ม. จะใส่เสื้อเหลือง และเขียนข้างหลังว่า RAY)  แต่ปัจจุบันไม่ค่อยเรียกละ เพราะ “แม่บ้าน” เปลี่ยนเครื่องแบบดูทันสมัยไปอีกแบบ

28. หอสมุดของที่นี่เปิดแอร์ระดับขั้วโลกใต้ บรรยากาศสวยระดับอินเตอร์ มีโซนดัง โซนเงียบ มี Coffee Shop ทำให้นอกจากอ่านหนังสือ ดู หนังฟังเพลง จบกาแฟแล้ว วันไหนนอนน้อย หลายคนก็มางีบหลับอยู่ที่นี้แหละ สบ๊ายสบาย

29. บัตรนักศึกษารุ่น 47 เป็นรุ่นสุดท้ายที่เป็น ATM ในตัว รุ่น 48 เป็นต้นไปเป็นบัตรธรรมดา

30. เมื่อก่อนนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นคนใต้ ใครที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกอาจจะเข้าใจผิดได้ว่า ตัวเองยังอยู่ในกทม. อยู่หรือเปล่า? เพราะไปทางไหนก็แหรงใต้กันหมด  แต่ปัจจุบันเฉลี่ยแล้วเด็กๆก็มาจากทุกภาคนั้นหละ กทมก็เยอะมาก

31. คาดว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีห้องน้ำมากที่สุด ประมาณ 170 ห้องใหญ่ เพราะใน 1 ชั้นบางตึกมีถึง 3 ที่ ที่ละ 10 กว่าห้อง (มีทุกชั้น แถมมีห้องน้ำสำหรับอาจารย์แยกต่างหากอีก) ล่าสุดมีห้องน้ำติดแอร์ด้วยนะเออ

32. ห้องน้ำที่หรูที่สุด  หลายคนบอกว่าห้องน้ำตึกอธิการบดี จะอยู่ที่หน้าลิฟท์ตัวที่ตั้งบริเวณสวนกลางตึก ทางเข้าเป็นสวนเล็กน้อย สะอาด ดูดี เข้าไปครั้งแรก ความรู้สึกเหมือนมา spa (เหมือนจะเคยเห็นน้ำมันหอมระเหยด้วย) โอ๊ะโอ นั่งยาวไป ยาวไป

33. สนามฟุตบอล และโรงยิมของที่นี่แทบไม่เคยเว้นการใช้งาน เพราะเปิดให้หน่วยงานภายนอกได้มาใช้สถานที่ด้วย ตกเย็นก็จะมีทีมนักกีฬาฟุตบอลมาดวนแข้งกันทุกวัน แถมยังมีหนุ่มๆ สาวๆ มาวิ่งออกกำลังกายรอบสนาม

34.  เด็ก มธบ. เลิกเรียนแล้วไปไหน เดอะมอลล์งามวงศ์วานไง 555

35. มีรถเมล์ผ่านหน้ามหาลัยแค่ 24 66 และ 70 เท่านั้น แต่ก็มีรถตู้ กับสองแถว สีเหลือง สีฟ้า

36. ระบบการลงทะเบียนของที่นี่ บังคับให้ลงเรียนตามเลขทะเบียนเท่านั้น (สำหรับวิชาบังคับ) เพื่อป้องกันความวุ่นวาย และสับสน แต่ก็มีหลายคนฝืนข้อบังคับนี้

37. ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน กทม.และใต้ตจว.มากที่สุด  เพราะฝั่งมหาวิทยาลัยนับเป็ยเขตกทม. แต่แค่ข้ามฝั่งไปนับเป็นเขตนนทบุรีแล้วนะเออ 

38. ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ มีศาลาเรือนไทย กว่า 10 ล้าน ตั้งอยู่ในบ่อเต่าหน้าตึก 6 จะสวยมากตอนช่วงรับปริญญา กับลอยกระทงเท่านั้น เพราะถูกแต่งด้วยดอกไม้ แสงสีอลังการ  

39. เด็กที่จะมาสมัครม.นี้ พอลงรถประจำทางจะรู้สึกธรรมดา ไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่ (คงเสียใจที่เอนท์ไม่ติด) แต่พอได้เข้าไปในเขตมหาวิทยาลัยจะมีความสุขกับบรรยากาศที่สวยงามเหมือนได้มาเที่ยวรีสอร์ท แถมรุ่นพี่ อาจารย์ก็ดูแลดี๊ดี ปลุกมาเรียน ตามส่งงาน อยู่ที่นี้ไม่ใช่ระบบตัวใครตัวมันนะเออ

40. เป็นมหาวิทยาลัยที่สะอาดดดดดดดดดดดดดดดด มากกกกกกกกกกกกกกก มีการปูหินแบบตัวหนอนมากที่สุด (ปูทั้งมหาวิทยาลัย อิอิ ) 

41. อดีตตึกภาษาไทย หรือตึก 4 มีลิฟท์ที่ขนถ่ายนักศึกษาได้น้อยมากคือ ขึ้นได้ทีละไม่เกิน 4 คน ถ้ายิ่งคนอ้วน 2 คน ก็เต็มที่แล้ว ดังนั้นใครจะเรียนตึก 4 มักจะใช้บันไดแทนลิฟท์  แต่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยนานาชาติสังคมศาสตร์และนิเทศศาสตร์ จะเห็นเด็กจีนอินเตอร์เยอะมาก

42. นักศึกษาที่จะออกไปฝึกงานได้นั้น ต้องมีลายเซ็น เพื่ออนุมัติการฝึกงาน ประกอบไปด้วยลายเซ็น อาจารย์ที่ปรึกษา คณะบดี อธิการบดี และเข้มข้นสุดๆด้วยการโครงการสหกิจศึกษา เด็กๆ จะสามารถไปฝึกงานได้ 1 ปีเต็มก่อนจบ ซึ่งโครงการนี้จัดว่าเด็กกะทิ เด็กคุณภาพสุดๆ ส่วนใหญ่จบแล้ว มีงานทำทันที

43. จบจากที่นี่เป็นความภูมิใจมากที่สุด รักสถาบันที่บางคนไม่มีโอกาสได้มาเรียน เพราะคิดว่าเป็นม. เอกชนที่ไม่มั่นใจ ขอให้ลองเข้ามาดู แล้วจะรู้ถึงความประทับใจ โอกาส และความสำเร็จที่จะได้รับจากม. แห่งความผูกพัน

44. นศ. ปี 1 หลายคน วันปฐมนิเทศและสัปดาห์แรกของการเรียนมักจะแต่งตัวเรียบร้อย แต่พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 จะเริ่มมีรองเท้าผ้าใบหลากสีและกางเกงยีนส์ให้เห็นกันมากขึ้น

45. นศ.คณะนิเทศศาสตร์หลายคนมักสงสัยว่า มีเรียนถ่ายภาพแล้วอาจารย์จะบังคับให้ซื้อกล้องมั้ย ที่นี่อาจารย์จะไม่บังคับให้ซื้อกล้องเพราะอาจจะทำให้เด็กและผู้ปกครองลำบากเรื่องค่าใช้จ่าย

46. ที่นี่มีนโยบายห้ามรับน้องนอกสถานที่โดยเด็ดขาด เพราะเป็นห่วงนศ. แต่จัดภายในแบบกิจกรรมสานสัมพันธ์พี่น้องมากกว่า

47. นศ.ที่เข้ามาเรียนที่นี่มาจากหลายจังหวัดและหลายฐานะ แต่ทุกคนก็เป็นเพื่อนกันได้

48. นศ.ต่างชาติที่มาเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่

49. ใต้ตึก 7 ลมพัดแรงมาก จนนศ.หญิงที่ใส่กระโปรงพลีทต้องระวังกันสุดๆ ว้าย....ตายแล้ว...

50.ถนนภายในมหาวิทยาลัยที่ตรงมาจากประตูฝั่งคลองประปา ถูกตั้งชื่อว่า ถนนกดดัน เพราะเวลาเดินผ่านที่นั่งข้างๆถนนมักจะถูกจ้องมองกันประจำ กดดันไปสิ

51.ที่มี True Coffee Shop / Blackconyon Coffee (ราคาถูกกว่าที่อื่น) และยังมีร้านกาแฟ กว่า 8 ร้าน กระจายอยู่แทบทุกจุดอะ เดินไปตึกไหนก็เจอ

52.เด็กที่นี้จะได้เรียนการเขียนแผนธุรกิจทุกคน ไม่ต้องรอจบก็ทำธุรกิจได้เลย

53. มีห้องเรียนแนวใหม่ Makerspace ที่เด็กทุกๆคณะ มาใช้พื้นที่ร่วมกัน สร้างธุรกิจได้เลย

54.มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามบาส สนามแบดให้นศ.ได้ใช้บริการฟรี  โดยเฉพาะนักศึกษาจีนจะมาใช้เยอะมาก

55.ชมรมค่ายอาสาเป็นชมรมเก่าแก่ที่สุด ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ นศ.มักจะรวมตัวทำประโยชน์อยู่บ่อยๆ

56.เวลาฝนตกหนักๆ ถนนหลังม.จะมีน้ำขังบ่อยๆ ก็จะมีรถรับรอรับนศ.จากตึกนิเทศ ข้ามฝั่งมาส่งอีกฝั่งประตูหนึ่ง

57. หน้าฝน ฝนตกหนัก นศ.เดินไปเรียนลำบาก ก็จะพี่รปภ.คอยถือร่มสีส้มใหญ่ๆ รอรับเด็กๆไปส่งตามตึกเรียน คือน่ารักไปอีก

58.ร้านอาหารในตำนาน ที่นี่มีหลายร้าน เช่น ขนมเบื้องหน้ามอ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ขายมานานมาก นศ.จบไปหลายต่อหลายรุ่น ติดใจต้องกลับมากินบ่อยๆ เรียกว่าเป็นของขึ้นชื่อเลยหละ อ๋อๆๆแล้วก็ “ร้านป้ามัน” ร้านข้าวตามสั่งที่หล่อเลี้ยงปากท้องเด็กที่นี่มากว่า 30 ปี ทำไปบ่นไป แต่ป้าแกใจดีให้เยอะมาก เด็กๆเลยรักแกมาก 555 แต่เสียดายตอนนี้ปิดร้านไปละ เห็นว่าแกย้ายไปอยู่ตจว.กับลูกหลานแล้ว

"ความเชื่อ"

59. สะพานธุรกิจบัณฑิตย์  (ตรงทางเข้ามหาวิทยาลัย ) บริเวณตึก 1-2  จะมีสะพานสั้นๆอยู่เขียนว่า “สะพานธุรกิจบัณฑิตย์” เชื่อกันว่าใครเดินขึ้นไปจะเรียนไม่จบ  แต่...ตอนนี้ ตึก 1 ตึก 2 ถูกปรับเปลี่ยน เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี  รอดูโฉมใหม่เร็วๆ นี้จะสวย หรู อลังการแค่ไหน ลุ้นๆ

60. มีบ่อน้ำคั่นทางเดินระหว่างตึก 1 กะ 2 ซึ่งมีสะพานเล็กๆสวยเก๋ตั้งอยู่ที่นั่น ซึ่งลือกันว่าถ้าใครข้ามสะพานนี้จะเรียนไม่จบ (เด็กปี 1 เข้าใหม่หลายคนข้ามสะพานนี้มากันเยอะแล้ว แต่ไม่ปรากฏผลลัพธ์)

61. ห้ามนับเต่าในสระ ไม่งั้นจะเรียนไม่จบตามกำหนด แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนความเชื่อจะเบาลง เต่าเลยกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของมหา’ลัยนี้ แถมอ้วนท้วนสมบูรณ์ทุกตัว เพราะมีคนให้อาหารทุกวัน ถึงขนาดมีป้าย “ขับรถระวังเต่า” เป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว

62. บ่อน้ำคั่นระหว่างทางเดิน ตึก 1 กับ ตึก 2 ซึ่งมีสะพานไทยเล็ก ๆ ตั้งอยู่ที่นั่น ลือกันว่าถ้าใครข้ามสะพานนี้จะเรียนไม่จบ (เด็กปี 1 เข้าใหม่หลายคนข้ามสะพานนี้มากันเยอะแล้ว แต่ก็เรียนจบกันนะ)

63. พี่จุก  หรือรูปปั้นเด็กไทยรูปร่างเหมือนกุมารเด็ก ไว้ผมจุก เล่นตีวงล้ออยู่ อยู่บริเวณหน้าศูนย์วัฒนธรรม ว่ากันว่าตอนกลางคืนหากเห็นเด็กเดินคนเดียวบริเวณนี้ แล้วมาชวนตีวงล้อเล่นกับเค้า อย่าเผลอเล่นด้วยเชียวไม่นั้นงานเข้า 

64. สตูดิโอตึก 8  เล่ากันว่ามักมี “ผี” ออกมาให้เห็นบ่อยๆ จนยามชินและเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้ (เขาเล่ามาอีกทีนึง) แต่ยามที่อยู่มาเป็นสิบๆ ปีบอก ก็ไม่เคยเห็นนะ ^^

65. โรงละครตึกศิลปกรรม เด็กศิลปกรรมบางคนเชื่อกันว่ามีสิ่งเหนือธรรมชาติคอยคุ้มครองอยู่ โดยเด็กการแสดงได้อันเชิญมา ใครที่มีสัมผัสพวกนี้มักจะเจอกันเมื่อมีละครเวที

66. ลิฟท์ตึก 3 ว่ากันว่าเป็น นศ.ภาคค่ำ ที่เรียนวันศุกร์ กำลังลงลิฟท์ พอถึงชั้น 1 แต่ดันลืมของ นึกขึ้นได้จึงขึ้นกลับไปเอา พี่ยามนึกว่าลงกันมาหมดแล้ว ด้วยความไม่ตั้งใจจึงปิดลิฟท์ หยุด เสาร์- อาทิตย์ จึงขาดอากาศหายใจตาย (เห็นทีว่าไม่จริง เพราะมหาวิทยาลัยมีคนเข้าออกตลอดแม้วันเสาร์-อาทิตย์) 

67. ลิฟท์ตึก 2 ฝั่งห้องน้ำ ว่ากันว่าเป็นลิฟท์โรงพยาบาลเก่าและมีนักศึกษาเคยเสียชีวิตในลิฟท์

68. ศาลไม้ ข้างสตูดิโอนิเทศฯ ตึก 8 มีศาลไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ บ้างว่าเป็นศาลที่นักศึกษาทำขึ้นเพื่อเป็นพร็อพถ่ายหนังสั้น บ้างว่าเป็นของจริง หากใครไปเซ่นไหว้จะเรียนไม่จบ 

"สิ่งศักดิ์สิทธิ์"

69. พระสิทธิธาดาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย ว่ากันว่า หากขอพรเรื่องการเรียนต้องกราบไหว้ด้วยดอกดาวเรือง แต่ถ้าจะขอพรเรื่องความรักต้องขอพรทุกวันพฤหัสบดี พร้อมกับดอกกุหลาบสีแดง 5 ดอก 

70. อนุสาวรีย์ ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ และอาจารย์สนั่น เกตุทัต สองผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย

71. องค์พระพุทธรูป ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาธรรมธัช เด็กที่นี่เรียกศาลธรรม มักมาขอพรและใช้เป็นพื้นที่อ่านหนังสือ ทำงาน หรือไม่ก็หลับ 555 เพราะบรรยากาศเงียบ ลมพัดสบาย

72. ศาลพระภูมิ บริเวณหลังศาลาธรรมธัช อีกหนึ่งแหล่งที่มักมาไหว้ขอพรกัน

73. ศาลตายาย ตั้งอยู่หลังโรงละครศิลปกรรม เด็กศิลปกรรมมักมากราบไหว้ขอพรก่อนแสดงละครเวที