DPU ครบรอบ 51 ปี...ที่นี่มีเรื่องราว

ฮัลโหลลล~~ DPU ครบรอบ 51 ปีแล้วนะ รู้ยัง ? เรื่องราวก็จะเยอะๆหน่อย มาม๊ะ มาตามอ่านเล่นๆกันค่ะ #DPUที่นี่มีเรื่องราว

ครบรอบ 51 ปีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของไทย ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ปัจจุบันเปิดทำการเรียนการสอนทั้งหมด 6 วิทยาลัย , 6 คณะ เปิดสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก กว่า 51 ปีที่ผ่านมาทำให้เรามีเรื่องราว ความเชื่อ และเรื่องในรั้วมากมายเลย มีอะไรบ้างมาตามกันเล้ย ^^

dpu

“รู้หรือไม่ ?"

1. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีชื่อย่อว่า “มธบ.” หรือชื่อย่อภาษอังฤษ คือ DPU (Dhurakij Pundit University)

2. มธบ.เป็นหนึ่งในสาม ม.เอกชนรุ่นบุกเบิก อีกสองที่คือ ม.กรุงเทพ และ ม.หอการค้าไทย
3. เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการพัฒนาการด้านบุคลากรสูง เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ วัดได้จากอาจารย์ประจำมีผู้จบจากต่างประเทศ และเป็น Guru ในด้านการสอนในแต่ละวิชาของตัวเอง ถึง 98%
4. ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ริมคลองประปา ถนนประชาชื่น บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ นับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพที่มีเนื้อที่มากที่สุด (เพราะม.เอกชนใหญ่ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่รอบนอก)
5. ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย คือ ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ และอาจารย์สนั่น เกตุทัต ด้วยปณิธานที่ตรงกัน “จะทำงานด้านการศึกษา เพื่อประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ”
6. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 ด้วยสถานภาพเป็นโรงเรียนราษฎร์ ชื่อ “ ธุรกิจบัณฑิตย์” และเติบโตเป็น “วิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์” ในปี พ.ศ. 2513 และเป็น “มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์”ในปี พ.ศ.2527
7. วันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี นับเป็นวันสถาปนาและรำลึกผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย 
8. อดีตเคยตั้งอยู่ริมคลองประปาถนนพระราม 6 ต่อมาได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในปี พ.ศ. 2513 และเลื่อนฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์” ในปี พ.ศ. 2527
9. อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ทั้งสวย เก่ง มีวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาศึกษาอันดับต้นๆของประเทศเลย อาทิการออกมาแสดงความเห็นผ่าน #ChangeEduTH แฮทแท็กยอดฮิตที่สร้างกระแสมาแล้วชั่วข้ามคืน
10. เป็นเหมือนเมืองเล็กๆ สีเขียว ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ สวนหย่อม สระน้ำ มีเต่า ปลา กระรอกออกมาทักทาย น่าเรียน น่าทำงาน การันตีด้วยได้รับรางวัล ”เหรียญทอง” ในฐานะที่เป็นผู้ผ่านการตรวจรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ตามโครงการสถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าเรียน เป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่ครบทั้งความสะอาด ปลอดภัย ไร้มลพิษ มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังได้รับพระราชทานรางวัล “พฤกษานคราเหรียญเชิดชูเกียรติ” จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการแมกไม้มิ่งเมือง ระดับหน้าบ้านหน้ามอง ประเภทมหาวิทยาลัยในสวน

dpu
11. ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย คือ ตราพระสิทธิธาดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวธุรกิจบัณฑิตย์เคารพนับถือ มาต้องไหว้ ไปต้องลา ยิ่งช่วงสอบนะ จะขอเป็นพิเศษ ^^ หลายคนก็เรียกเด็กที่เรียนที่นี้ว่า “ลูกพระสิทธิ” 
12. สีประจำสถาบัน คือ ม่วง-ฟ้า แต่มหาวิทยาลัยจะเน้นสีม่วงมาก สังเกตุจากป้ายโฆษณา ในทีวี Facebook Youtube IG แผ่นพับ โปสเตอร์ จนทำให้ผู้ชายใน ม.นี้ มีเลือดสีม่วงที่เข้มข้นเป็นพิเศษ อิอิ
13. ต้นไผ่ คือต้นไม้ประจำสถาบัน 
14. ปรัชญา คือ นักธุรกิจเป็นผู้สร้างชาติ
15. จัดเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุด มีครบทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม ทันสมัย
16. มีทุนการศึกษาหลากหลายประเภท มอบให้กับนักศึกษาทุกๆปี ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรม ความสามารถพิเศษ ศิลปิน ต่างๆ
17. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีชื่อย่อว่า มธบ. แต่มีบางคนเข้าใจว่าเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-บางเขน ^^ 
19. นักศึกษาหน้าตาดี๊ดี ทั้งชอบออกสื่อ ไม่ออกสื่อ ชอบซุ่มก็เยอะ เรียกได้ว่าเดินไปตึกไหนก็ต้องเจอ ไม่ว่าเด็กไทย เด็กอินเตอร์ ทั้ง จีน เกาหลี อังกฤษ ภูฏาน บราซิล กัมพูชา พม่า เวียดนาม สวีเดน ปากีสถาน ศรีลังกา เยอรมัน แคเมอรูน เดินสวนไปมาให้แซวกันพอขำๆ
20. มีหอพักกว่า 7 แห่ง ของมหาวิทยาลัย มีกฏระเบียบชัดเจน อยู่แล้วปลอดภัย และมีหอพักของเอกชนบริเวณใกล้เคียง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากมหาวิทยาลัย กว่า 49 แห่ง 
21. ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยที่มีผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย และผู้ชายสวยสุด 555 มิสเกณฑ์ทหาร มิสทิฟฟานี่ ก็เรียนอยู่ที่นี่นะ
22.เป็น ม.เอกชนที่อาจารย์มีความรัก ความผูกพันกับนักศึกษามากที่สุด เรียกพ่อ เรียกแม่ได้เลยหละ 
23. ซอย 8 หน้าม. เป็นแหล่งที่อยู่ของเด็กต่างจังหวัด เด็กหอเยอะมาก ออ....มีร้านข้าวขาหมู ซุปเปอร์ในตำนานด้วยนะ ทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่ อร่อยโฮก ^^
24. ซอย 8 /ซอย 7 /หลังมอ / ท่าทราย และระแวกใกล้ๆ มีหอพักเยอะมาก เช้า สาย บ่าย เย็นยันค่ำ เราก็จะเห็นนักศึกษาเดินกันเยอะมากทั้งไทยทั้งจีน หลายคนบอกเหมือนมณฑลจีนย่อมไปละ 

dpu
25. เมื่อก่อนถ้าใครไปซื้อของกินในศูนย์อาหารตอนช่วงเช้าหรือเย็นๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่าช่วงไม่ค่อยมีคนน่ะแหละ อย่าพยายามซื้อข้าวไปวางอยู่ใกล้ทางออก แล้วไปซื้อน้ำหรือเข้าห้องน้ำโดยเด็ดขาด เพราะบรรดานกจะบินมาแทะอาหารทั้งจานจนไม่มีชิ้นดี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะระบบจัดการดีขึ้น แถมมีห้องอาหารติดแอร์บรรยากาศดีเชียว แต่คนเยอะหน่อย ไม่เชื่อลองมานั่งดู ออ...และล่าสุด เดือน พ.ค.62 ได้เริ่มมีการปรับปรุงโรงอาหารใหม่อีกด้วย อีกไม่กี่เดือนคงได้มาใช้กัน 
26.ป้า เรย์..คือสมญานามที่บรรดานักศึกษา และอาจารย์เรียก “แม่บ้าน” ที่มีหน้าตั้งแต่ทำความสะอาดห้องน้ำ เปิด-ปิดไฟ และแอร์ ป้าเรย์บางคนสามารถแก้ไขคอมพิวเตอร์ได้ด้วยนะ เจ๋งอ่ะ!! (เหตุผลที่เรียกแม่บ้านทุกคนใน ม.ว่า ป้าเรย์ เพราะแม่บ้านที่ ม. จะใส่เสื้อเหลือง และเขียนข้างหลังว่า RAY) แต่ปัจจุบันไม่ค่อยเรียกละ เพราะ “แม่บ้าน” เปลี่ยนเครื่องแบบดูทันสมัยไปอีกแบบ
27. หอสมุดของที่นี่เปิดแอร์ระดับขั้วโลกใต้ ที่ไม่ได้หนาวธรรมดาแต่หนาวมากกกกกกก…กอไก่ล้านตัว ^^ บรรยากาศสวยระดับอินเตอร์ มีโซนดัง โซนเงียบ มี Coffee Shop ทำให้นอกจากอ่านหนังสือ ดู หนังฟังเพลง จิบกาแฟ ของว่างแล้ว วันไหนนอนน้อย หลายคนก็มาแอบงีบหลับอยู่ที่นี้แหละ แฮร่ๆ 
28. บัตรนักศึกษารุ่น 47 เป็นรุ่นสุดท้ายที่เป็น ATM ในตัว รุ่น 48 เป็นต้นไปเป็นบัตรธรรมดา แต่ล่าสุด ปี 62 ไม่มีบัตรนักศึกษาแล้ว แต่อัพเดทเป็นแอปพลิเคชัน “DPU Plus” ซึ่งจะใส่ข้อมูลนักศึกษาไว้ สามารถใช้ยืนยันตัวตนนักศึกษาได้เลย
29. เมื่อก่อนนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นคนใต้ ใครที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกอาจจะเข้าใจผิดได้ว่า ตัวเองยังอยู่ในกทม. อยู่หรือเปล่า? เพราะไปทางไหนก็แหรงใต้กันหมด แต่ปัจจุบันเฉลี่ยแล้วเด็กๆก็มาจากทุกภาคนั้นหละ กทมก็เยอะมาก
30. คาดว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีห้องน้ำมากที่สุด ประมาณ 170 ห้องใหญ่ เพราะใน 1 ชั้นบางตึกมีถึง 3 ที่ ที่ละ 10 กว่าห้อง (มีทุกชั้น แถมมีห้องน้ำสำหรับอาจารย์แยกต่างหากอีก) ห้องน้ำติดแอร์ก็มีนะ ^^ 
31. ห้องน้ำที่หรูที่สุด หลายคนบอกว่าห้องน้ำตึกอธิการบดี จะอยู่ที่หน้าลิฟท์ตัวที่ตั้งบริเวณสวนกลางตึก ทางเข้าเป็นสวนเล็กน้อย สะอาด ดูดี เข้าไปครั้งแรก ความรู้สึกเหมือนมา spa (เหมือนจะเคยเห็นน้ำมันหอมระเหยด้วย) โอ๊ะโอ นั่งยาวไป ยาวไป แต่ๆๆๆ ตอนนี้ไม่ใช่แค่ที่นี้และ หลายตึกก็รีโนเวทใหม่ ห้องน้ำก็สวยงามน่าใช้ทันสมัยไปอี๊ก 
32. สนามฟุตบอล และโรงยิมของที่นี่แทบไม่เคยเว้นการใช้งาน เพราะเปิดให้หน่วยงานภายนอกได้มาใช้สถานที่ด้วย ตกเย็นก็จะมีทีมนักกีฬาฟุตบอลมาดวนแข้งกันทุกวัน แถมยังมีหนุ่มๆ สาวๆ มาวิ่งออกกำลังกายรอบสนามเลย 

dpu
33. เด็ก มธบ. เลิกเรียนแล้วไปไหน เดอะมอลล์งามวงศ์วานไง แกรนด์ไง ^^ แหล่งช้อปใกล้มอที่สุด ราคาไม่แรง เดินทางสะด๊วกสะดวก 
34. มีรถเมล์ผ่านหน้ามหา’ลัย แค่ 24 66 และ 70 เท่านั้น แต่ก็มีรถตู้ กับสองแถว สีเหลือง สีฟ้า 
35. ระบบการลงทะเบียนของที่นี่ บังคับให้ลงเรียนตามเลขทะเบียนเท่านั้น (สำหรับวิชาบังคับ) เพื่อป้องกันความวุ่นวาย และสับสน แต่ก็มีหลายคนฝืนข้อบังคับนี้ 
36. ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน กทม.และใต้ตจว.มากที่สุด เพราะฝั่งมหาวิทยาลัยนับเป็ยเขตกทม. แต่แค่ข้ามฝั่งไปนับเป็นเขตนนทบุรีแล้วนะเออ 
37. ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ มีศาลาเรือนไทย กว่า 10 ล้าน ตั้งอยู่ในบ่อเต่าหน้าตึก 6 จะสวยมากตอนช่วงรับปริญญา กับลอยกระทงเท่านั้น เพราะถูกแต่งด้วยดอกไม้ แสงสีสวยงาม 
38. เด็กที่จะมาสมัครม.นี้ พอลงรถประจำทางจะรู้สึกธรรมดา ไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่ (คงเสียใจที่เอนท์ไม่ติด) แต่พอได้เข้าไปในเขตมหาวิทยาลัยจะมีความสุขกับบรรยากาศที่สวยงามเหมือนได้มาเที่ยวรีสอร์ท แถมรุ่นพี่ อาจารย์ก็ดูแลดี๊ดี ปลุกมาเรียน ตามส่งงาน อยู่ที่นี้ไม่ใช่ระบบตัวใครตัวมันนะ แต่เราจะเป็นระบบครอบครัวมากกว่า 
39. เป็นมหาวิทยาลัยที่สะอาดมากกกกก....กอไก่ล้านตัวอีกละ ^^ มีการปูหินแบบตัวหนอนมากที่สุด (ปูทั้งมหาวิทยาลัย อิอิ ) ใบไม้ร่วงแล้วเก็บ 
40. นักศึกษาที่จะออกไปฝึกงานได้นั้น ต้องมีลายเซ็น เพื่ออนุมัติการฝึกงาน ประกอบไปด้วยลายเซ็น อาจารย์ที่ปรึกษา คณะบดี อธิการบดี และเข้มข้นสุดๆด้วยการโครงการสหกิจศึกษา เด็กๆ จะสามารถไปฝึกงานได้ 1 ปีเต็มก่อนจบ ซึ่งโครงการนี้จัดว่าเด็กกะทิ เด็กคุณภาพสุดๆ ส่วนใหญ่จบแล้ว มีงานทำทันที 
41. ศิษย์ที่จบจากที่นี่จะมีความภูมิใจ รักสถาบัน บางคนที่ยังไม่มีโอกาสได้มาเรียน หรือไม่เคยได้เข้ามาสัมผัส จะไม่มั่นใจเพราะคิดว่า เป็นม.เอกชน แต่ๆๆๆ ใครที่ไม่มั่นใจ ก็อยากลองให้เข้ามาดู แล้วจะรู้ถึงความประทับใจในหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะโอกาส และความสำเร็จที่จะได้รับจากม. แห่งความผูกพันแห่งนี้ ก็อย่างที่บอกแหละว่า ที่นี่เราเป็นระบบครอบครัว 
42. นศ. ปี 1 หลายคน วันปฐมนิเทศและสัปดาห์แรกของการเรียนมักจะแต่งตัวเรียบร้อย แต่พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 จะเริ่มมีรองเท้าผ้าใบหลากสีและกางเกงยีนส์ เสื้อยืด เสื้อโปโลวิทยาลัย/คณะให้เห็นกันมากขึ้น
43. นศ.คณะนิเทศศาสตร์หลายคนมักสงสัยว่า มีเรียนถ่ายภาพแล้วอาจารย์จะบังคับให้ซื้อกล้องมั้ย ที่นี่อาจารย์จะไม่บังคับให้ซื้อกล้อง เพราะอาจจะทำให้เด็กและผู้ปกครองลำบากเรื่องค่าใช้จ่าย แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆก็เก่งนะ ทำงานเก็บเงินซื้ออุปกรณ์การเรียนเอง จ่ายค่าเทอมเอง เรียกได้ว่าส่งตัวเองเรียน แบ่งเบาภาระผู้ปกครองไปได้เยอะเลย น่าชื่นชม ชื่นใจจริง ปรมมือรัววว
44. ที่นี่มีนโยบายห้ามรับน้องนอกสถานที่โดยเด็ดขาด เพราะเป็นห่วงนศ. แต่จัดภายในแบบกิจกรรมสานสัมพันธ์พี่น้องมากกว่า เล่นกันพอน่ารัก สนุกสนาน ไม่ให้น้องต้องเจ็บตัวและเจ็บใจ อบอุ่นไปอี๊ก

dpu

45. นศ.ที่เข้ามาเรียนที่นี่มาจากหลายจังหวัดและหลายฐานะ แต่ทุกคนก็เป็นเพื่อนกันได้
46. นศ.ต่างชาติที่มาเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่
47. ใต้ตึก 7 ลมพัดแรงมาก จนนศ.หญิงที่ใส่กระโปรงพลีทต้องระวังกันสุดๆ ว้าย....โป้...
48.ถนนภายในมหาวิทยาลัยที่ตรงมาจากประตูฝั่งคลองประปา ถูกตั้งชื่อว่า ถนนกดดัน เพราะเวลาเดินผ่านที่นั่งข้างๆถนนมักจะถูกจ้องมองกันประจำ กดดันไปสิ
50.ที่มี True Coffee Shop / Blackconyon Coffee (ราคาถูกกว่าที่อื่น) และยังมีร้านกาแฟ กว่า 8 ร้าน กระจายอยู่แทบทุกจุดอะ เดินไปตึกไหนก็เจอ
52.เด็กที่นี้จะได้เรียนการเขียนแผนธุรกิจทุกคน ไม่ต้องรอจบก็ทำธุรกิจได้เลย
53. มีห้องเรียนแนวใหม่ Makerspace บริเวณชั้น 3 ของห้องสมุด ที่เด็กทุกๆวิทยาลัย/คณะ มาใช้พื้นที่ร่วมกัน สร้างสรรค์ไอเดียธุรกิจได้เลย
54. นอกจากนั้นก็ยังมี DPU X หรือ สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต โดยมีพื้นที่ส่วนกลางที่เรียกว่า DPU X Space พื้นที่การเรียนรู้แบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาหรือคนทั่วไป ได้มาทำงานร่วมกันนอกห้องเรียน เพื่อระดมไอเดียใหม่ ๆ โดยมีห้องประชุมที่ทันสมัย พร้อม WiFi และสิ่งอำนวยความสะดวก และเป็นพื้นที่จัดคอร์สอบรม กิจกรรมต่างๆ บางช่วงเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว
55. มีเครื่องบินจริง ที่ปลดประจำการละ นำมาคืนชีพใหม่ทำเป็นห้องเรียน ห้องปฏิบัติการของเด็กเรียนการบิน หรือ เด็ก CADT ใครผ่านไปผ่านมาหน้ามอจะมองเห็น เพราะตั้งเด่นตระหง่านตรงข้ามกับประตูหน้ามอ ฝั่งปากซอย 8 นั่นเอง หรือเดินบนสะพาน

dpu