DPU จัดเสวนา “สร้าง Wellness Community กินอยู่อย่างไรในสังคมมลภาวะ”

          ปัญหา “ฝุ่นพิษ” PM2.5 ยังน่าเป็นห่วง ยังคงตรวจพบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานทั่วเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIM) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ฐานะสถานบันการศึกษาจึงจัดงานเสวนาความรู้และระดมความคิด “สร้าง Wellness Community กินอยู่อย่างไรในสังคมมลภาวะ” ภายใต้หัวข้อการเสวนา “กินอยู่อย่างไรในสังคมสังภาวะ” เพื่อสร้างองค์ความรู้พร้อมดูแลตนเองอย่างไรให้ห่างไกลจาก PM2.5

           นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ปัญหามลภาวะในอากาศเป็นสาเหตุการตายอันดับ 9 ในบรรดาสาเหตุ 67 ประการ องค์การอนามัยโลก เผยว่าว่า ในปี 2012 มีประชากรโลก 3.7 ล้านคนเสียชีวิตเพราะมงภาวะทางอากาศ เพราะ PM2.5 มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หากสูดดมมากจะเป็นสาเหตุทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ โรคหืดหอบ ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ ไขมันพอกตับ และก่อมะเร็ง และยังพบว่าในปีที่ผ่านมาคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเฉียบพลันเป็นจำนวนมาก เพราะได้รับสารพิษ PM2.5 ที่สะสมอยู่ในอากาศเป็นระยะเวลานานมากแล้ว

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

          “ดังนั้นเราควรหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพโดยการใช้อาหารเป็นยา งานวิจัยของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ในประเทศจีน เมื่อปี 2014 พบกว่าการทานน้ำบร็อกโคลีสามารถเพิ่มอัตราการขับสารพิษออกทางปัสสาวะ สามารถขับสารก่อมะเร็งเพิ่งขึ้น 61% และขับสารระคายเคืองเพิ่มขึ้น 23% ซึ่งสารนี้จะไม่ทนความร้อน การรับประทานสุกจึงไม่มีประสิทธิภาพ ควรปั่นน้ำบร็อกโคลีดื่มเป็นประจำวันละ 1 ถ้วยตวง โดยปั่นผสมกับผลไม้ชนิดอื่น เช่น แอปเปิ้ลเขียว อาจะบีบน้ำมะนาว เพื่อแต่งรส ควรลดการกินอาหารปิ้ง ย่าง ทอด สารใส่สี ใส่กลิ่น ผงชูรส” 

             นอกจากนี้ นายแพทย์บรรจบ ยังแนะ 6 วิธีต้านภัยฝุ่น วิธีแรก ต้องทานอาหารที่เป็นประโยชน์ รับประทานข้าวกล้อง ผักใบเขียวทั้งสดทั้งสุก ผลไม้ กระหล่ำปลี บร็อกโคลี วิธีที่สอง การอดอาหารต้านพิษได้  โดยคนทั่วไปสามารถทำได้โดยการอดอาหาร 1 วัน แต่ต้องทานผลไม้ชนิดเดียวทั้งวันจะกี่มื้อก็ได้ วิธีที่สาม ใจเบาๆ ทำใจให้สงบ ทำสมาธิ ฟังดนตรีบำบัด อย่าตื่นตระหนก วิธีที่สี่ บำบัดรักษาโดยใช้ศาสตร์แพทย์แผนไทย การสุมยา พอกน้ำซ้าวข้าว ใช้วิถีโฮมีโอพาธีย์ วิธีที่ห้า สร้างจิตสำนึก Wellness Community ต้านภัยฝุ่น โดยการปลูกต้นไม้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และวิธีที่หก ควรสร้างกฎหมาย Clean Air ซึ่งพวกเราทุกคนต้องให้ความร่วมมือ

Wellness Community

Wellness Community

          ด้าน ดร.ภาวิญญ์  เถลิงศรี คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เรื่องฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว และมีกฎหมายควบคุมดูแล เช่น กฎหมายกรมแรงงาน กฎหมายการก่อสร้าง กฎหมายขนส่ง ฯลฯ รัฐบาลประกาศว่าจะควบคุมให้เข้มข้นขึ้น แต่ตัวกฎหมายก็คือกฎหมาย การนำมาปฏิบัติใช้อาจยังไม่เคร่งครัดหรือรัดกุมนัก จากกฎหมายในปัจจุบันสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้คือ ประการแรก เรื่องมาตรฐานเครื่องยนต์ ควันพิษจากรถเมล์สาธารณะ รถบรรทุกที่วิ่งบนท้องถนน เราจะจัดการอย่างไร เช่น ระบบการตรวจเช็คต้องมีมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ประการที่สอง ต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว มีงานวิจัยหลายชิ้นกล่าวว่าต้นไม้สามารถช่วยในเรื่องฝุ่นละออง องค์การอนามัยโลกคำนวณออกมาแล้วว่า พื้นที่สีเขียวใน กทม.มีเพียงแค่ 6.3 ตารางเมตรต่อคน ขณะที่มาตรฐานขั้นต่ำควรจะอยู่ที่ 9 ตารางเมตรต่อคน กฎหมายมีรับรอง แต่ประเด็นอยู่ที่การบังคับใช้นั้นจะต้องมีประสิทธิภาพ

Wellness Community

          พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล ผู้อำนวยฝ่ายการแพทย์ โครงการ Jin Wellbeing ได้แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพในภาวะฝุ่นพิษว่า เรื่องของฝุ่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ปีนี้เป็นปัญหาที่ทุกคนเห็นได้ชัด ฝุ่นไม่มียาแก้ฝุ่น ตอนนี้สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือ หันกลับมาดูตนเองว่าต้นทุนทางสุขภาพตัวเองที่จะต้านฝุ่นได้ในระดับไหน วิกฤตของฝุ่นแน่นอนว่าไม่มียารักษา แต่เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะดูแลตัวเองในวิถีแบบธรรมชาติ อาทิ กลุ่มของวิตามินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโฟแลท วิตามินบี12  ในกลุ่มกินข้าวกล้อง หากใครเป็นภูมิแพ้ได้รับผลกระทบจากอากาศในปัจจุบันนี้ ก็คือวิธีการสุมยา หรือรมยา โดยการใช้หอมหัวใหญ่รมควัน หั่นหอมหัวใหญ่ใส่น้ำร้อนเดือด แล้วใช้ผ้าห่มคลุมแล้วก็สูดไอของหอมหัวใหญ่เข้าไป เพราะมีงานวิจัยชี้ว่า หอมหัวใหญ่มีสรรพคุณช่วยกระตุ้น NK เซลล์ ช่วยต้านไวรัสได้ ช่วยในเรื่องของภูมิต้านทาน

            นอกจากนี้ยังมีน้ำสำรองที่มาจาก ไม้ผลเม็ดเล็กๆ มีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบ เพราะมี โพลีแซกคาไรน์ ที่เป็นพระเอก ในการเคลือบเยื่อเมือกต่างๆ ตั้งแต่ คอ จมูก ไปจนถึงลำไส้ ดังนั้นอาการระคายคอที่เกิดจากการอักเสบ น้ำสำรองก็ช่วยได้ นอกจากนี้ น้ำสำรองยังช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก พุงทะลายได้อีกด้วย ที่สำคัญอย่าหวั่นวิตกกับสถานการณ์จนเกินไป ดูแลและรักษาสมดุลในร่างกาย ดูแลคนใกล้ชิด คนในครอบครัวด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด เพราะแน่นอนฝุ่นไม่มียารักษา  การดูแลตัวเองนั่นก็คือ การใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ง่าย เป็นสารที่ใช้ในการบำบัดและต่อต้านมลภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community

Wellness Community