กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

นักศึกษาใหม่ที่ต้องการกู้ กยศ.ในปีการศึกษา 2553

เพื่อความสะดวกของนักศึกษาที่ต้องการกู้ กยศ. ให้ดำเนินการ ดังนี้

1.ลงทะเบียนผ่านระบบ e-studentloan ได้ที่ http://www2.studentloan.or.th/SLF/html/index.html
ก่อนที่จะมาสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัย เพื่อความรวดเร็วในการทำเรื่องกู้ยืมฯ

2.ให้เตรียมเอกสารรสำคัญในเบื้องต้นมาในวันสมัครเรียน คือ
2.1 หนังสือรับรองรายได้ครอบครัวผู้กู้ คลิกเพื่อ Download
2.2 เอกสาร ตามข้อ 4.1 , 4.2 , 4.3

วิธีการขอกู้ยืมผ่านระบบ e-studentloan.or.th

1. เข้าไปที่ http://www2.studentloan.or.th/SLF/html/index.html

เพื่อลงทะเบียนขอรหัสผ่าน

2. กรอกแบบคำขอกู้ (เป็นเอกสาร) และรับแจ้งว่าขาดเอกสารอะไรบ้าง

          3. ผ่านการสัมภาษณ์จากคณะอนุกรรมการคัดเลือก

4. กรอกแบบฟอร์มคำขอกู้ยืมในระบบ e-studentloan

5. ประกาศผลการคัดเลือกทางระบบ e-studentloan (หลังจากส่งเอกสารครบถ้วนแล้ว)

6. ผู้ที่ได้รับการกู้ยืม ให้เปิดบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย

7. กรอกรายละเอียดสัญญากู้ยืมในระบบ พร้อม Print สัญญา 2 ชุด และลงนามในสัญญา พร้อมเอกสารแนบคือ

7.1 สำเนาทะเบียนบ้าน (ของนศ.และผู้ปกครอง) คนละ 1 ชุด

7.2 สำเนาบัตรประชาชน (ของ นศ.และผู้ปกครอง) คนละ 1 ชุด

7.3 สำเนาสมุดบัญชี (ของ นศ.) จำนวน 1 ชุด


สรุปขั้นตอนการดำเนินการเพื่อกู้กองทุนกู้ยืมฯ คลิกเพื่อดูรายละเอียด


ถาม - ตอบ เรื่อง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดสรรวงเงิน “ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ( กยศ .) ” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 จนถึงปัจจุบัน
เพื่อให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจ “ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมฯ เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาที่ต้องการกู้ยืมสามารถดำเนินการได้ถูกต้อง

1. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาคือ อะไร ?

คือกองทุนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นให้นักเรียนนิสิตนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี เพื่อเป็นการสนับสนุนและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยใช้ระบบ e-studentloan (www.studentloan.or.th)

2. ใครมีสิทธิ์ขอกู้ได้บ้าง ?

นักศึกษาที่สมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ไม่ว่าจะเคยกู้จากโรงเรียนเดิมหรือยังไม่เคยกู้มาก่อน และมีคุณสมบัติตามที่ สกอ.กำหนด

3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์กู้ยืมมีอะไรบ้าง ?

คุณสมบัติที่สำคัญของผู้มีสิทธิ์กู้ยืม

  • รายได้ของบิดามารดาหรือผู้ปกครองของผู้กู้ รวมกันไม่เกิน 200,000 ปี
  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • ศึกษาที่สถาบันการศึกษาในประเทศไทย
  • ไม่เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาใด ๆ
  • ไม่เป็นผู้ทำงานประจำในระหว่างศึกษาเล่าเรียน
  • เป็นผู้มีผลการเรียนดี

4. เอกสารอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมมามีอะไรบ้าง ?

เอกสารที่ต้องเตรียมมีทั้งเอกสารของนักศึกษาผู้กู้ ของบิดา มารดา ( หรือผู้ปกครอง ) และของผู้รับรองรายได้ ได้แก่

4.1 เอกสารของนักศึกษาผู้กู้

  • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบแสดงผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมา
  • สำเนาสัญญาทุกปีการศึกษาที่เคยกู้ ( กรณีที่เคยกู้มาก่อน )
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ( กรณีที่เคยกู้มาก่อน )

4.2 เอกสารของบิดา มารดา ( หรือผู้ปกครอง )

  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
  • สำเนาใบมรณะบัตร ( กรณีถึงแก่กรรม )
  • สำเนาใบสุทธิพระ ( กรณีบวชเป็นพระ )
  • สำเนาใบหย่า ( กรณีหย่าร้าง )
  • หนังสือรับรองสถานภาพ ( กรณีบิดา มารดา แยกกันอยู่โดยมิได้จดทะเบียนหย่า )
  • สลิปเงินเดือน ( ฉบับจริง ) กรณีบิดามารดาเป็น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจหรือทำงาน บริษัท และ มีสลิปเงินเดือนทั้ง 2 คน ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มหนังสือรับรองรายได้

4.3 เอกสารของผู้รับรองรายได้

  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรข้าราชการ

    *** สำเนาเอกสารทุกฉบับต้อง รับรองสำเนาถูกต้อง ด้วย ลายมือเจ้าของเอกสาร ***

5. ผู้ที่มีสิทธิ์รับรองรายได้ของครองครัว คือใคร ได้บ้าง

1. ข้าราชการปกครอง ระดับท้องถิ่น ได้แก่

  • ผู้ใหญ่บ้าน
  • กำนัน
  • ปลัดอำเภอ
  • นายอำเภอ
  • ผู้ว่าราชการจังหวัด

2. ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ได้แก่

  • ตำรวจ ยศ ตั้งแต่ พันตำรวจตรี ขึ้นไป
  • ทหารบก ยศ ตั้งแต่ พันตรี ขึ้นไป
  • ทหารเรือ ยศ ตั้งแต่ นาวาตรี ขึ้นไป
  • ทหารอากาศ ยศ.ตั้งแต่ นาวาอากาศตรี ขึ้นไป

3. ข้าราชการ ระดับ 5 ขี้นไป ได้แก่

  • ข้าราชการพลเรือน
  • แพทย์ / พยาบาล
  • อื่น ๆ

    หมายเหตุ :
    ผู้รับรองรายไดคือ คนที่รับรองว่าอาชีพและรายได้ของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง เป็นจริงตามที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มหนังสือรับรองรายได้ (ไม่ใช่ คนค้ำประกัน)
    ผู้คำประกัน คือ ผู้ที่ต้องชำระหนี้แทนนักศึกษา กรณีนักศึกษาไม่ชำระหนี้ตามสัญญากู้ ซึ่งจะเป็น บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

6. มีสิทธิ์กู้ยืมในวงเงินเท่าไร ?

กู้ได้ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรภาษาอังกฤษ กู้ได้ทั้งค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่าย ดังนี้

กองทุน กยศ. ให้กู้เงินแยกเป็น 2 ส่วน คือ

1. กู้เป็นค่าเล่าเีรียน (คือ ค่าหน่วยกิต ค่าบำรุง ค่าธรรมเนียม ฯลฯ ที่สถานศึกษาเรียกเก็บ) จำนวนที่กู้ได้แบ่งเป็น
1.1 สายสังคม ได้แก่ คณะับริหารธุรกิจ คณะการบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ กู้ได้ตามหลักสูตร แต่ไม่เกิน 60,000 บาท/ปี
1.2 สายวิทย์ ได้แก่ คณะศิลปศาสตร์วิทยาศาสตร์ เฉพาะ สาขาเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ กู้ได้ตามหลักสูตร แต่ไม่เกิน 70,000 บาท/ปี

2. กู้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ได้ปีละ 24,000 บาท

7. ถ้าต้องการลงเรียน ภาคเรียนที่ 3 (summer) โดยไม่มีในหลักสูตร จะกู้ได้หรือไม่ ?

กู้ไม่ได้ ถ้าไม่มีในหลักสูตร ต้องชำระเงินเอง แต่ ถ้ามีในโครงสร้างหลักสูตร สามารถกู้ได้

8. สัญญาเงินกู้ทำครั้งเดียวใช่หรือไม่ ?

ทำครั้งเดียว แต่ต้องมาเซ็นยืนยันการกู้ ทุกภาคเรียน ถ้าไม่มาเซ็นยืนยันการกู้ แสดงว่าภาคเรียนนั้นไม่ต้องการกู้

9. การกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมฯ ต้องเสียดอกเบี้ยหรือไม่ ?

เสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี โดยเริ่มคิดหลังจากนักศึกษาจบการศึกษาแล้ว 2 ปี

10. ต้องชำระหนี้ให้หมดภายในกี่ปี ?

ต้องชำระให้หมดภายใน 15 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มชำระหนี้

ตัวอย่าง ตารางการผ่อนชำระหนี้

ถ้านักศึกษาเรียนจบในปีการศึกษา 2549 โดยกู้เงินจากกองทุนฯ ทั้งสิ้น 100,000 บาท สำเร็จการศึกษาได้ปริญญาบัตรเบิกทางสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์ หลังจากนั้น 2 ปี คือวันที่ 5 กรกฎาคม 2552 ท่านต้องเริ่มชำระหนี้และชำระหนี้ให้หมดภายใน 15 ปี โดยนักศึกษาจะชำระเป็นรายเดือนหรือรายปีก็ได้ ตามตาราง ดังนี้

ปีที่

ชำระ

ผ่อนชำระ

เงินต้น

ร้อยละ / ปี

ชำระเป็นรายปี

ชำระเป็นรายเดือน

เงินต้นพร้อมดอกเบี้ย

( โดยประมาณ )

เดือนละ

เงินต้น

ดอกเบี้ย



เงินต้นรวมดอกเบี้ย

เงินต้น

คงเหลือ

1

1.50

1,500

-

1,500

98,500

208

2

2.50

2,500

985

3,485

96,000

290

3

3.00

3,000

960

3,960

93,000

329

4

3.50

3,500

930

4,430

89,500

368

5

4.00

4,000

895

4,893

85,500

407

6

4.50

4,500

855

5,355

81,000

445

7

5.00

5,000

810

5,810

76,000

482

8

6.00

6,000

760

6,760

70,000

561

9

7.00

7,000

700

7,700

63,000

639

10

8.00

8,000

630

8,630

55,000

716

11

9.00

9,000

550

9,550

46,000

792

12

10.00

10,000

460

10,460

36,000

868

13

11.00

11,000

360

11,360

25,000

942

14

12.00

12,000

250

12,250

13,000

1,016

15

13.00

13,000

130

13,130

-

1,089

 

รวม

100,000

9,275

109,275

 

 

สรุป

เงินกู้ 100,000 บาท ผ่อนชำระแบบสบาย ๆ ชำระหมดภายใน 15 ปี เสียดอกเบี้ยทั้งสิ้นเพียง 9,275 บาท หรือ นักศึกษาจะ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเลย ถ้าชำระหนี้จำนวน 100,00 บาท ให้หมด ก่อน 5 กรกฎาคม 2552