การสัมมนาภาคีเครือข่ายส่งเสริมการอ่านเพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการอ่าน

 

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 

          การสัมมนาจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ห้องธาราเทพฮอลล์ มีเครือข่ายเข้าร่วมสัมมนา 93 องค์กร ทั้งจากภาครัฐและเอกชน
         ความเป็นมาของการจัดสัมมนาครั้งนี้  รัฐบาลได้กำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติกำหนดวันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็นวันรักการอ่าน และกำหนดให้ปี 2552 – 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน  สาเหตุจากสถิติการอ่านหนังสือของคนไทยน้อยมาก จากการสำรวจสถานการณ์การอ่านของคนไทย เมื่อปี 2548 เฉลี่ยแล้วคนไทยอ่านหนังสือปีละ 2 เล่ม เอง ซึ่งน้อยมาก  เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ปีละ 40 – 50 เล่ม เวียตนามปีละ 60 เล่ม แม้ในปี 2551 ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการสำรวจการอ่านหนังสือของคนไทย ก็พบว่าคนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือน้อยลงจากเฉลี่ย 51 นาที ต่อวัน ในปี 2548 เหลือเพียง 39 นาทีต่อวัน ในปี 2551
         กรุงเทพมหานครโดยนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีการส่งเสริมการอ่านโดยเปิดพื้นที่การอ่านเพิ่มขึ้น มีการพัฒนา “ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้” (เดิมคือห้องสมุดประชาชน) และ “ห้องสมุดบ้านหนังสือ” เพิ่มขึ้นเข้าไปบริการในชุมชนต่างๆ โดย สำนักวัฒนธรรม การกีฬา และการท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่การอ่านมีหลากหลายทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เช่น สำนักหอสมุดแห่งชาติ มหาวิทยาลัยต่างๆ  ถ้าได้มีการร่วมมือกันเป็นภาคีเครือข่ายขึ้น ก็จะมีพลังในการขับเคลื่อนให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งการอ่านได้ และในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นกับคนไทย งานเครือข่ายจะสามารถขยายเป็นเครือข่ายระดับชาติในที่สุด
         วัตถุประสงค์การสัมมนาครั้งนี้ กรุงเทพมหานครต้องการผลักดันให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจะทำให้มีพลังและสามารถบรรลุเป้าหมายได้ คือ กรุงเทพมหานครจะเป็นมหานครแห่งการอ่าน และเสนอตัวเข้าแข่งขันใน World Book Capital ในปี 2556
         การดำเนินงานครั้งนี้กรุงเทพมหานครมีคณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการบริหารจากองค์การต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน หน่วยงาน องค์กร มูลนิธิ ที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการอ่าน
         โดยคณะกรรมการได้กำหนดแนวยุทธศาสตร์ ไว้ 6 ยุทธศาสตร์ คือ
         1.  การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์
         2.  นโยบายต้องชัดเจนและต่อเนื่อง
         3.  ความร่วมมือของเครือข่ายของภาคีต่างๆ
         4.  การเปิดพื้นที่และทรัพยากรการอ่านที่เข้าถึงได้ง่าย
         5.  การส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย
         6.  การสร้างสื่อสารสาธารณะ

         ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ได้นำมาอภิปรายในการสัมมนาครั้งนี้ นอกเหนือไปจากการนำประสบการณ์เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ของแต่ละองค์กรมาแลกเปลี่ยนกัน

         World Book Capital  (เมืองหนังสือของโลก) เป็นรางวัลเกียรติยศที่จัดขึ้นโดยองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO = ยูเนสโก)   UNESCO จะให้รางวัลนี้ปีละเมือง โดยเมืองที่จะสมัครเข้าแข่งขันจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้
         1.  ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
         2.  ต้องจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เป็นการจัดกิจกรรมมหกรรมเกี่ยวกับหนังสือขนาดใหญ่
         3.  มีโครงการสนับสนุน ทั้งการพัฒนาหนังสือและการอ่าน
         4.  มีการส่งเสริม สนับสนุน เสรีภาพทางความคิด การแสดงออกและการจัดพิมพ์หนังสือ
         5.  มีแผนเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายและแหล่งทุนสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างชัดเจน ว่ารับผิดชอบโดยใครและทุนสนับสนุนจากแหล่งใด ซึ่งจะแสดงถึงความพร้อมในการจัดกิจกรรมของเมืองที่เข้าแข่งขัน
         6.  มีแผนงานและโครงการที่จะดำเนินงานระหว่างปีที่จะได้รับการคัดเลือก
         7.  การดำเนินงานหลังจากได้รับการคัดเลือกแล้ว จะดำเนินการอย่างไร ต้องมีแผนงานรองรับชัดเจน

         สำหรับประเทศที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ World Book Capital   จาก UNESCO ในปีที่ผ่านมา มีดังนี้
พ.ศ. 2544           เมืองแมดริด                    ประเทศสเปน
พ.ศ. 2545           เมืองอเล็กซานเดรีย        ประเทศอียิปต์
พ.ศ. 2546           เมืองนิวเดลลี                  ประเทศอินเดีย
พ.ศ. 2547           เมืองอัลเวิร์ด                   ประเทศเบลเยี่ยม
พ.ศ. 2548           เมืองมอนทรีออล            ประเทศแคนาดา
พ.ศ. 2549           เมืองตูริน                         ประเทศอิตาลี
พ.ศ. 2550           เมืองโบโกตา                  ประเทศโคลัมเบีย
พ.ศ. 2551           เมืองแอมสเตอร์ดัม         ประเทศเนเธอร์แลนด์
พ.ศ. 2552           เมืองเบรุต                        ประเทศเลบานอน
พ.ศ. 2553           เมือง Ljubljana              ประเทศสโลเวเนีย
พ.ศ. 2554           เมืองบัวโนสไอเรส          ประเทศอาร์เจนตินา
พ.ศ. 2555           เมืองเยเรวาน                  ประเทศอาร์เมเนีย
พ.ศ. 2556           เมืองกรุงเทพมหานคร?   ประเทศไทย ?

         กรุงเทพมหานครจะเสนอตัวเข้าแข่งในเดือนมีนาคม ปี 2554 สำหรับ World Book Capital   ในปี 2556 โดยจะต้องทำ Proposal เสนอไป 2 ปีล่วงหน้า ตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น  พวกเราในฐานะภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งการอ่าน เอาใจช่วยให้กรุงเทพฯ ได้เป็น World Book Capital    ของปี 2556

หมายเหตุ : จากการเข้าร่วมเป็นภาคีส่งเสริมการอ่านและเข้าร่วมการสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ เป็น“มหานครแห่งการอ่าน”  ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553  ณ ห้องธาราเทพ ฮอลล์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก  กรุงเทพมหานคร จัดโดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์ และนางสาวิตรี  แสงวิริยภาพ

1,266 total views, 1 views today

1 ตอบกลับไปที่ การสัมมนาภาคีเครือข่ายส่งเสริมการอ่านเพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการอ่าน

  1. Pingback: หน้าแรก | LAIC Blog

ปิดการแสดงความเห็น