การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมรูปแบบ APA

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
9 พฤษภาคม 2555

สาระสังเขป :
1.  บทนำ
2.  การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา
     2.1  การเขียนอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา (In-Text Citation)
     2.2  การเขียนอ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Footnote Citation)
3.  การเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม
     3.1  ข้อกำหนดในการเขียนรายการบรรณานุกรม
     3.2  การเรียงรายการบรรณานุกรม
     3.3  การลงรายการบรรณานุกรมของสื่อประเภทต่างๆ
     3.4  ตัวอย่างการเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม
4.  บรรณานุกรม

 

1.  บทนำ

          จากบทความที่เขียนลงในวารสาร ปี ค.ศ. 1929  มีการออกแบบมาตรฐานสำหรับการสื่อสารของนักวิชาการของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) นั่นคือการจัดทำคู่มือการลงรายการสิ่งพิมพ์ของ APA หรือเรียกว่า “Publication Manual of the American Psychological Association” ผู้ที่มาร่วมพิจารณาจัดทำคู่มือมีทั้งนักจิตวิทยา นักมานุษยวิทยา และนักบริหารจัดการ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยแห่งชาติ (National Research Council) โดยพวกเขาพยายามหารูปแบบ (style) กฎเกณฑ์ที่ไม่ยุ่งยากสำหรับการเขียนอ้างอิงในเนื้อหา และการเขียนอ้างอิงท้ายเล่ม  โดยระบุหน่วยข้อมูลที่สำคัญ เพื่อสะดวกในการสืบค้นข้อมูลสำหรับการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยต่อไป (APA, 2010, pp. xiii – xiv)

          ปัจจุบัน รูปแบบ APA (APA Style)  กำหนดรูปแบบมาตรฐานในวารสาร หนังสือ และฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ Publication Manual of the American Psychological Association มีการปรับปรุงตลอดมา โดยมีกรรมการมาจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ฉบับล่าสุด เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 พิมพ์/ลิขสิทธิ์ ค.ศ. 2010 (APA, 2010, p. xv)

          งานเขียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารวิชาการ บทความ ตำรา วิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ และหนังสือวิชาการ หรืองานวิจัย เป็นการศึกษา ค้นคว้า ที่นำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในงานเขียนของผู้เขียนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้เขียนต้องระบุหลักฐานแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาอ้างอิง  การเขียนอ้างอิงในงานเขียนมี 2 รูปแบบ คือ การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา โดยอาจจะระบุแหล่งหน้าข้อความที่นำมาอ้างอิง หรือท้ายข้อความที่ยกมาอ้างอิง และการเขียนรายการอ้างอิงท้ายเล่ม ซึ่งอาจจะเรียกว่า “หนังสืออ้างอิง” หรือ “Reference List หรือ Reference” ซึ่งในกรณีนี้ รายการอ้างอิงในเนื้อหา จะต้องมีรายละเอียดในรายการ หนังสืออ้างอิง ทุกรายการ ส่วนรายการอ้างอิงท้ายเล่มที่เรียกว่า “บรรณานุกรม” หรือ “Bibliography”  นอกจากมีรายละเอียดของรายการที่อ้างอิงในเนื้อหาทุกรายการแล้ว  ผู้เขียนสามารถนำรายการบรรณานุกรมมาเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งอาจจะไม่ปรากฏในเนื้อหา

          ผู้เขียนได้ศึกษารายละเอียดของการเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมรูปแบบ (Style) ของ APA จาก “Publication Manual of the American Psychological Association” ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 อย่างละเอียด รวมทั้ง “การอ้างถึงและการลงรายการบรรณานุกรมกฎ APA” ของมหาวิทยาลัยพายัพ และเอกสารอื่นๆ ที่ปรากฏในรายการบรรณานุกรมท้ายบทความนี้  ใช้เวลาเขียนและหาตัวอย่างมาประกอบเพื่อผู้ใช้จะได้เข้าใจคู่มือชัดเจนขึ้น โดยใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติงานประจำ ตลอดปี 2554  เมื่อลุล่วงก็รู้สึกเหมือนทำงานวิจัย 1 ชิ้นสำเร็จ

          จุดประสงค์เพื่อเป็นคู่มือสำหรับการเขียนอ้างอิงทั้งในเนื้อหาและการอ้างอิงท้ายเล่มในรูปแบบ (Style) APA สำหรับนักวิจัย คณาจารย์ นักเขียน นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และผู้สนใจทั่วไป

          สุดท้ายผู้เขียนต้องขอขอบคุณบุคลากรศูนย์สนเทศและหอสมุดหลายคน เช่น คุณไพจิตร  เกิดอยู่ คุณณัฐสิทธิ์  พุฒิวิสารทภาคย์  ที่ช่วยในการหาข้อมูลมาให้เป็นตัวอย่าง และช่วยจัดพิมพ์ต้นฉบับของคู่มือฉบับนี้จนลุล่วง

 

2.  การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

     2.1  การเขียนอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา (In-Text Citation)
     2.2  การเขียนอ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Footnote Citation)

 

3.  การเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

     3.1  ข้อกำหนดในการเขียนรายการบรรณานุกรม
     3.2  การเรียงรายการบรรณานุกรม
     3.3  การลงรายการบรรณานุกรมของสื่อประเภทต่างๆ
     3.4  ตัวอย่างการเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม  (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม) 

4.  บรรณานุกรม (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

76,942 total views, 46 views today

1 ตอบกลับไปที่ การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมรูปแบบ APA

  1. Pingback: หน้าแรก | LAIC Blog

ปิดการแสดงความเห็น