การใช้ Online Database ในมุมมองของภาคเอกชน และแนวทางการบอกรับในลักษณะของ National Site License

สุวคนธ์ ศิริวงศ์วรวัฒน์

1.  การใช้ Online Database ในมุมมองของภาคเอกชน
         
1.1  การร่วมกันบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในรูปของภาคีหรือ Consortium เช่น การบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ Synergy
         1.2  การช่วยเหลือกันในรูปของ Inter-Library Loan
         1.3  การให้ความรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูลออนไลน์แก่กันและกัน ในเครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

2.  แนวทางการบอกรับในลักษณะของ National Site License
         2.1  การบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในลักษณะของ National Site License มีประโยชน์ต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศมาก  เพราะผู้ใช้บริการฐานข้อมูลออนไลน์ในสถาบันการศึกษาต่างๆ มีโอกาสเข้าถึงฐานข้อมูลทั่วถึงและเท่าเทียมกัน  การบอกรับฐานข้อมูล อาจคัดเลือกเฉพาะฐานข้อมูลที่สำคัญและเหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่
         2.2  สำหรับการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในลักษณะของสัญญาอนุญาตระดับชาติ (National Site License)  นั้น ในประเทศไทยยังไม่มี  ที่มีอยู่เป็นการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์เฉพาะบางฐานข้อมูลและเฉพาะกลุ่มห้องสมุดยังไม่ได้เป็นระดับประเทศ
         2.3  ตัวอย่างการบอกรับฐานข้อมูลในลักษณะสัญญาอนุญาตระดับชาติ  (National Site License) ของประเทศเกาหลี คือ Korea Electronic Site License Initiative หรือ KESLI

Korea Electronic Site License Initiative (KESLI)

1.  ความเป็นมาและวัตถุประสงค์
         เพื่อสงวนรักษาวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์ในเกาหลี ให้สามารถใช้ข้อมูลจากวารสารได้ในระยะยาวนาน  ดังนั้น The National Digital Science Library จึงได้ก่อตั้ง KESLI ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ คือ
         1)  ช่วยในการเข้าถึงเนื้อหาวิชาการในวารสาร โดยป้องกันไม่ให้มีขึดจำกัดในการเข้าถึงเนื้อหาของข้อมูลวิชาการเหล่านั้น โดยเฉพาะวารสารที่มีลิขสิทธิ์
         2)  สงวนรักษาข้อมูลเนื้อหาในรูปดิจิทัลของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่ได้ระยะยาวนาน

2.  การเริ่มดำเนินงาน
         2.1  The National Digital Science Library (NDSL) ได้ก่อตั้ง KESLI ขึ้นในปี ค.ศ. 1999
         2.2  ตุลาคม 1999 ประชุม KESLI โดยมีบรรณารักษ์จากห้องสมุดต่างๆ และตัวแทนจากสำนักพิมพ์ต่างๆ
         2.3  พฤศจิกายน 1999 Korea Advanced Institute of Science and Technology (KAIST) ได้มอบให้ บริษัท Swets เป็นตัวแทน เพื่อดำเนินการเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์กับสำนักพิมพ์ต่างๆ
         2.4  ธันวาคม 1999  ระบบ KESLI  ประกาศลงนามสัญญากับ American Chemical Society, Blackwell Science และ Kluwer Academic และด้วยความช่วยเหลือของ Swets  มีการลงนามสัญญากับบริษัท Elsevier Science ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่มีวารสารวิชาการมากที่สุด
         2.5  เปิดให้บริการ วันที่ 16 พฤษภาคม 2001

3.  การบริหารจัดการ

4.  เกณฑ์การคัดเลือกสำนักพิมพ์ กำหนดโดย NDAC (National Database Archieve Center)
         4.1  ราคา
         4.2  ค่าบำรุงรักษา
         4.3  การใช้วารสาร
         4.4  คุณภาพของวารสาร (SCI Impact factor)
         4.5  จำนวนวารสาร  (ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นั้นๆ)

5.  กลุ่มความร่วมมือย่อยตามสำนักพิมพ์ (Sub-consortia by publishers)
         KESLI สร้าง sub-consortia กับสำนักพิมพ์ต่างๆ และให้สมาชิกห้องสมุดต่างๆ สมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มย่อยตามความต้องการของสถาบันนั้นๆ เช่น
         KESLI – Blackwell sub-consortia
         KESLI – Springer sub-consortia
         KESLI – American Chemical Society sub-consortia
         KESLI – Kluwer Academic sub-consortia
         KESLI – Elsevier Science sub-consortia
         จำนวนกลุ่มย่อยเพิ่มขึ้นมาก จาก 6 แห่ง (หรือ 6 สำนักพิมพ์) ในปี ค.ศ. 2000  เป็น 89 sub-consortia ในปี ค.ศ. 2006

6.  รูปแบบของราคา (Pricing Models)
         6.1  กลุ่ม A : การกำหนดราคาของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ตามจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา (FTE)
         6.2  กลุ่ม B : ราคาเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของห้องสมุดที่ร่วมกันจัดซื้อ
         6.3  กลุ่ม C : ราคาเป็นยอดรวม (lum sum) ขึ้นอยู่กับรูปแบบของความร่วมมือ
         6.4  กลุ่ม D : ราคาเดียวตลอดไม่ว่าจะเป็น A, B, หรือ C หรืออื่นๆ  เรียกว่า Flat fee

7.  รูปแบบของระบบ KESLI

 

8.  ระบบบริการ (Service features)
         ระบบบริการที่ใช้เป็นระบบที่มีรูปแบบ one-stop comprehensive gateway solution โดยมี features ต่างๆ ดังนี้
         8.1  เป็น web-based ทั้งหมด ระบบไม่ซับซ้อน ใช้ง่าย การบำรุงรักษาทำง่าย
         8.2  เป็น one-stop gateway ให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลฉบับเต็ม (full text)
         8.3  การดำเนินงานทุกอย่างใช้ระบบอัตโนมัติ พยายามให้ใช้ระบบ Manual น้อยที่สุด
         8.4  เป็นผลงานชิ้นแรกของกลุ่มงานระบบสารสนเทศทางบรรณานุกรมของเกาหลี ที่มีการแก้ปัญหาอิเล็กทรอนิกส์เชิงพาณิชย์ (e-commerce solution)
         8.5  ระบบบริการอนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อบทความอิเล็กทรอนิกส์หรือบทความฉบับพิมพ์ทางอินเทอร์เน็ต และระบบจะรักษาการปฏิบัติงานอย่างคงที่ โดยมีอุปกรณ์กลาง (middleware) ซึ่งทำให้การปฏิบัติงานคงที่สม่ำเสมอไม่ว่าจะมีผู้เข้าใช้ระบบมากแค่ไหน

ที่มา:    “E-journals in Korea: The electronic site licence initiative,”
by K. S. Chae, J. S. Park, and H. N. Choi, 2006, The Electronic
Library, 24
(3), pp. 322-334.  สืบค้นจาก www.emeraldinsight.com

/0264-0473.htm

9.  ฐานข้อมูล e-Gate
          ส่วนสำคัญหลักของระบบบริการ คือ e-Gate database ซึ่งรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับระบบ one-stop gateway comprehensive services ที่จะนำผู้ใช้ไปยังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ ซึ่งในฐานข้อมูล e-Gate จะมีข้อมูลดังนี้ (จากการสำรวจข้อมูล 30 มิถุนายน 2005)
          9.1 รายการบรรณานุกรมของบทความ                                 28,773,340
          9.2 รายการบรรณานุกรมของวารสาร                                        217,974
          9.3 licence data ต่อวารสารอิเล็กทรอนิกส์แต่ละชื่อเรื่อง    14,420,882
          9.4 ข้อมูล เล่มที่/ฉบับที่ ของวารสาร                                    4,821,577
          9.5 ข้อมูลของสมาชิก KESLI                                             14,915,278
                 จาก 360 members; เช่น e-full text links:                14,177,236
                 ของวารสารอิเล็กทรอนิกส์                                                    26,365
          9.6 เนื้อหาใน e-Gate database มีดังนี้
                 1) วิทยาศาสตร์ประยุกต์                                                41 %
                 2) สังคมศาสตร์                                                            28 %
                 3) ธรรมชาติวิทยา                                                         17 %
                 4) มนุษยศาสตร์                                                            14 %
         

10. ห้องสมุดที่ร่วมโครงการ (Participating Libraries)
          จากปี ค.ศ. 1999 มีห้องสมุดอุดมศึกษา ห้องสมุดวิจัย ห้องสมุดแพทย์ ห้องสมุดประชาชน ฯลฯ  จำนวน 70 แห่ง เข้าร่วมโครงการ
          ถึงปี ค.ศ. 2010 (มีนาคม) มีห้องสมุดร่วมในโครงการ ดังนี้
           ห้องสมุดอุดมศึกษา              174  แห่ง
           ห้องสมุดวิจัย                           67  แห่ง
           ห้องสมุดบริษัท                       56  แห่ง
           ห้องสมุดแพทย์                       31  แห่ง
           ห้องสมุดประชาชน                  27  แห่ง
           รวม                                        355  แห่ง

11.  ผู้ใช้บริการ
          จากการเก็บข้อมูลเดือนมิถุนายน 2005  ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา
           11.1 ปริญญาเอก                              13 %    (9,138  คน)
           11.2 ปริญญาโท                               28 %    (19,514  คน)
           11.3 ปริญญาตรี                                21 %    (14,449  คน)
           11.4 นักวิจัย                                      17 %    (11,399  คน)
           11.5 ศาสตราจารย์                            13 %    (9,092  คน)
           11.6 บรรณารักษ์                                 2 %    (1,324  คน)
           11.7 อื่นๆ                                             6 %    (3,897  คน)

12.  สถิติการใช้
          สถิติจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2005  ผู้ใช้ดาวโหลดข้อมูลบทความผ่านระบบ 491,454 บทความ  และการดาวโหลดเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ประมาณ 20 % ต่อเดือน

13.  แผนในอนาคตของ KESLI
          KESLI มีความสำคัญต่อชุมชนนักวิชาการของเกาหลีมาก เพราะสามารถเข้าถึงบทความวิชาการอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้ โดยผ่าน National Site License แต่อย่างไรก็ตาม consortium KESLI e-journal อาจจะไม่ได้ต่ออายุการเป็นสมาชิกก็ได้ โอกาสที่จะได้ใช้บทความดังกล่าวก็อาจจะไม่ได้ใช้ เพราะ KESLI ไม่ได้เป็นเจ้าของเนื้อหาเพียงแต่ได้รับสัญญาอนุญาตจากสำนักพิมพ์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ดังนั้นแผนที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือ
          13.1  จะต้องมีที่สำรองเก็บข้อมูลกรณีเกิดอุบัติเหตุ
          13.2  มีแผนสำรองระยะยาวสำหรับเก็บจดหมายเหตุในรูปแบบต่างๆ ของดิจิทัล
          13.3  ให้ผู้ใช้ในประเทศเข้าถึงข้อมูลได้ทุกสถานที่และทุกเวลา (any place and anytime access)
          13.4  เพิ่มคุณค่าให้แก่การบริการ (value-added service)
          13.5  การเจรจาต่อรองกับสำนักพิมพ์ มีความสำคัญต่อการให้บริการบทความฉบับเต็มผ่านระบบออนไลน์จึงต้องดำเนินการต่อไป
          13.6  การทำแผนงบประมาณและแผนกำลังคนสำหรับดำเนินงานเชิงรุกของ KESLI
          13.7  ระบบมีความจำเป็นต้องพัฒนา Wireless digital library (WDL)  เพื่อรองรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารโดยเฉพาะ การให้บริการของห้องสมุดผ่านโทรศัพท์มือถือ  บริษัทโทรศัพท์มือถือบริษัทหนึ่งในเกาหลีจะช่วยดำเนินการพัฒนาเรื่องนี้ให้เป็นจริง  ในอนาคตโทรศัพท์มือถือจะถูกนำมาใช้สำหรับการให้บริการของห้องสมุด ใช้สำหรับบันทึกข้อมูล ID นักศึกษาเข้าห้องสมุด  การยืม-คืนหนังสือ  การสำรองหนังสือ  การยืมต่อหนังสือ  การสำรองที่นั่งในห้องสมุด โดยการใช้เทคโนโลยี 3D barcode

บรรณานุกรม

Chae, K. S., Park, J. S., & Choi, H. N.  (2006).  E-journals in Korea: The electronic site
          licence initiative.  The Electronic Library, 24(3), 322-334.  Retrieved from
          http://www.emeraldinsight.
com/0264-0473.htm
Choi, H. N.  (2002).  The electronic site licence initiative in Korea (KESLI) (Takagi, K.,
          Trans.). Journal of Information Processing and Management, 44(11), 779-789.
          Retrieved from http://
sciencelinks.jp/j-east/article/200204/000020020402
          A0147847.php
Choi, H. N., & Park, E. G.  (2007).  Preserving perpetual access to electronic journals: A
          Korean
consortial approach. Available
online 12 April 2007.
International coalition of library consortia Korean electronic site license initiative
           KESLI.
(2010).  Retrieved from http://
www.kesli.or.kr
Park, E. G., & Choi, H. N.  (2006).  At the sharp end Korean electronic site license
           initiative: Archiving of electronic journals. 
Online Information Review, 30(6), 731-
           736.  Retrieved from
http://www.emeraldinsight.com/1468-4527.htm
รังสิมา  เพชรเม็ดใหญ่.  (2554).  ภาคีห้องสมุดเพื่อการบริหารจัดการ National site license.  สืบค้น จาก
          http://www.stks.or.th/th/bibliometrics/11-bibliometrics/
331–national-site-
          license.html

1,046 total views, 2 views today

1 ตอบกลับไปที่ การใช้ Online Database ในมุมมองของภาคเอกชน และแนวทางการบอกรับในลักษณะของ National Site License

  1. Pingback: หน้าแรก | LAIC Blog

ปิดการแสดงความเห็น