Lib 2.0 แนวคิดใหม่ของงานห้องสมุด

จันทร์ฉาย วีระชาติ

          ในการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “Lib 2.0 แนวคิดใหม่ของงานห้องสมุด” วิทยากรท่านแรก คือ คุณราม  ป้อมทอง ผู้บริหารทีมธนาคารแห่งประเทศไทย  ได้บรรยายเรื่อง “Why World 2.0”  โดยสรุปผู้บรรยายได้กล่าวถึงโลกสังคมออนไลน์ เป็นแนวคิดใหม่ในการนำมาใช้งานห้องสมุด ผู้ใช้ข้อมูลในปัจจุบันนิยมใช้ข้อมูลที่มีทั้งรูปภาพ เสียง ตัวอักษร ชอบเรียนรู้ด้วยตนเอง ค้นจาก Internet แทนการรื้อหนังสือบนชั้น  ความต้องการของผู้ใช้บริการมีหลายอย่าง เช่น ช่วยเพื่อนโดยค้นคว้าแล้วส่งข้อมูลโดยไม่ต้องถ่ายเอกสาร การสืบค้นข้อมูลในห้องสมุดมีข้อจำกัดมากกว่าการรับข้อมูลข่าวสารทาง Internet  โดยใช้ Website จึงนำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการให้บริการโดยใช้ Web 2.0 สู่ Lib 2.0  โดยนำข้อมูลการใช้ Web ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ได้ ดังนี้
                    1. การเตือนก่อนครบกำหนดส่ง
                    2. งานวิจัย
                    3. Reference Guide การตอบคำถามทาง Web และการใช้ e-mail จากฐานข้อมูลให้เป็นประโยชน์
                    4. การสืบค้นข้อมูลโดย Search Google กับการค้นหัวเรื่องในห้องสมุด
                    5. Library Wiki สร้างฐานความรู้ Wiki โดยผู้ใช้บริการสามารถเข้ามาเพิ่มเติมแก้ไข 
                    6. Collaboration เตรียมสิ่งที่เป็นข้อมูลเป็นแหล่งความรู้นำข้อมูลที่ผู้ใช้ค้นคว้ามาเป็นฐานข้อมูล

           Web 2.0 เป็น Web เทคโนโลยีใช้กับหน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่น MIT, STKS, MICHIGAN, ห้องสมุดสตางค์  มงคลสุข  มหาวิทยาลัยมหิดล  และแนะนำ Web ที่ควรใช้  Google Book, iGoogle และ Google Docs

           วิทยากรท่านที่สอง คือ อาจารย์บุญเลิศ  อรุณพิบูลย์ นักวิชาการ  ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บรรยาย เรื่อง “Getting to know Web 2.0”  ได้กล่าวถึง การพัฒนา Web ควรให้ความสำคัญกับ Content มากที่สุด และให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้ใน Web ได้ การใช้ Web 2.0 เน้นความสำคัญกับผู้ใช้มากขึ้น  ข้อมูลเคลื่อนไหวตลอดเวลา พฤติกรรมของคนเขียนปรับปรุงข้อมูลได้  ข้อมูลสามารถปรับเปลี่ยนและแลกเปลี่ยนได้ ก่อนการใช้ web 2.0   ควรมีการประชุมกลุ่มที่จะใช้ Web เพื่อให้ใช้มาตรฐาน ภาษาเดียวกัน ช่วยกันเขียนเป็นกลุ่ม และให้ผู้ใช้เข้ามาแชร์การใช้งานโดยเน้นข้อมูลข่าวสาร

                    รูปแบบการใช้งาน
                    1. ใช้งานในฐานะผู้ใช้ร่วม
                    2. ใช้งานในฐานะผู้ร่วมรักษา
                    3. ใช้งานในฐานะผู้ร่วมพัฒนา
                    4. ใช้งานในฐานะผู้พัฒนา

          10 วิธีเริ่มต้นกับ  Web 2.0
          1.  การสร้างสรรค์แบ่งปันความรู้ด้วย Wikipedia สารานุกรมเสรี http://wikidot.com, http://stks.or.th/wiki  นำมาประยุกต์การเขียนรายงานการประชุมได้
          2.  งานเขียนส่วนตัว หรือบันทึกส่วนตัว เว็บไซต์เสนอผลงานด้วย Blog เน้นเรื่องการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ รู้คำที่รณรงค์ใช้ในกลุ่ม โดยสมัครเป็นสมาชิก http://blog.com, http://stks.or.th/blog
          3.  บันทึกเว็บไซต์โปรดด้วย Social bookmarking และ Tagging / Folksonomics จุดเน้นใส่คำค้นได้เอง เมื่อพบ Web ที่มีประโยชน์
          4.  อ่านข่าวออนไลน์ทุกวัน ได้ด้วย RSS Feeds, News Reader
          5.  แบ่งปันกันดูภาพด้วย Flickr  http://flickr.com/
          6.  แบ่งปันสไลด์ด้วย Slideshare    http://www.slideshare.net
          7.  แบ่งปัน video ด้วย  Youtube.com
          8.  เอกสารสำนักงานออนไลน์ด้วย Google Docs
          9.  พัฒนาเว็บไซต์ด้วย Dynamic Content Management System Joomla และ Drupal
          10.  Internet Telephony / VOIP (SKYPE, MSN, ICQ)

แหล่งข้อมูล :
                      http://www.stks.or.th
                      http://www.stks.or.th/elearning    
                      http://www.cmsmatrix.org
                      Stks@nstda.or.th

          สำหรับเรื่อง “Web 2.0 and Lib 2.0” วิทยากรโดย  นางสาวสุภาพร  ชัยธัมมะปกรณ์ นักวิชาการศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวถึง Library 2.0 เป็นการให้บริการที่หลากหลายมีลูกเล่นมากขึ้น ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วม เช่น อาจจะเสนอคำของเขาที่ต้องการ  บรรณารักษ์จะต้องปรับเปลี่ยนคำค้นที่สื่อกับผู้ใช้มากขึ้น เป็นรูปแบบของสังคมประเภทหนึ่งที่ออนไลน์อยู่บนอินเทอร์เน็ต มีการแบ่งปันและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสามารถนำขบวนการไปจัดทำเป็น KM ได้ โดยการบริหารห้องสมุดใช้กับเทคโนโลยี Web 2.0 เช่น Wikis as intranets ที่ใช้อยู่มีห้องสมุดมารวย และห้องสมุด ดร. ป๋วย อึ้งภากรณ์

          Library Websites ควรพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ ศึกษาการพัฒนาจาก web ทาง Internet โดยนำข้อมูลที่มีประโยชน์ตรงกับการบริหารงานในหน่วยงานมาประยุกต์ใช้ เช่น www.stks.or.th/blog/ และ www.skype a Librarian

          บรรณารักษ์  web 2.0  and  Lib 2.0
          1. บรรณารักษ์เป็นผู้รู้เกี่ยวกับองค์ความรู้ โครงสร้าง และความสัมพันธ์กับองค์ความรู้โดยรวม คำสำคัญที่ใช้เป็นคำสามัญ
          2. บรรณารักษ์ใช้ระบบ web 2.0
          3. ท่องเว็บออกสู่สังคมออนไลน์
          4. ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การให้บริการโดยเน้นผู้ใช้มีส่วนร่วม
          5. สร้างทีมสนับสนุนทางเทคนิค

          และวิทยากรท่านสุดท้าย คือ คุณเลอชาติ  ธรรมธีรเสถียร  นักสารสนเทศ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ  ได้บรรยาย เรื่อง “Reality Library 2.0”  กล่าวถึง web 2.0  เป็นการพัฒนา web โดยจะเน้นในเรื่องของการใช้งาน การทำงานร่วมกันระหว่าง web ต่างๆ การมีส่วนร่วมของชุมชนผู้ใช้ โดยใช้ AJAX เป็นเครื่องมือในการพัฒนาที่สามารถเอามาใช้พัฒนา web 2.0 ให้ง่าย สะดวก รวดเร็วขึ้น การนำแนวคิดเทคโนโลยี  web 2.0 มาใช้ในห้องสมุด เพื่อเข้าถึงผู้ใช้มากขึ้น สร้างชุมชนผู้ใช้ให้เป็นรูปธรรมและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้  การตัดสินใจแรงจูงใจในการนำ web 2.0 มาใช้ ได้แก่ ลักษณะหน่วยงาน ลักษณะการให้บริการและลักษณะผู้ใช้  พัฒนาโดยเปลี่ยนแปลงห้องสมุดให้มี OPAC ในรูปแบบน่าสนใจตรงตามความต้องการของผู้ใช้ เป็นสื่อกลางในการกระจายข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างเป็นระบบ  มีกลไกในการทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลของผู้ใช้ มีส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ใช้งานเว็บได้สะดวกขึ้น แต่มีส่วนที่เป็นส่วนตัว และไม่ทิ้งส่วนสำคัญของภาระกิจการเป็นเว็บไซต์ห้องสมุด เช่น การค้นหาหนังสือ เป็นต้น

แหล่งข้อมูล :
                      www.tcdc.or.th ,  
                      http://tcdc.hi5.Grop ,
                      http://Library.tcdc.or.th ,
                      http://Twitter.com
                      www.Newscenter.com

หมายเหตุ : จากการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “Lib 2.0 แนวคิดใหม่ของงานห้องสมุด” ในวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม  2551 ณ ห้องประชุมป๋วย อึ้งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดย ศูนย์ประสานงานสารนิเทศ สาขาเศรษฐศาสตร์ ในระบบสารนิเทศทางวิชาการแห่งชาติ  ผู้ร่วมฟังการสัมมนา ได้แก่ อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์ และนางจันทร์ฉาย    วีระชาติ

2,066 total views, 1 views today

1 ตอบกลับไปที่ Lib 2.0 แนวคิดใหม่ของงานห้องสมุด

  1. Pingback: หน้าแรก | LAIC Blog

ปิดการแสดงความเห็น