ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ ประจำปีการศึกษา 2547

 

นายธรรมนิตย์ นิคมรัตน์

ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
สาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้านละศาสนา

 

 

          นายธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ เป็นชาวอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา อายุ ๔๕ ปี เป็นบุตรของนายเพิ่ม (อดีตครู) และนางสมนึก นิคมรัตน์ 
          นายธรรมนิตย์ จบการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนบ้านนาทวี จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนนาทวีวิทยาคม จบการศึกษาระดับปริญญาโท จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ารับราชการครูสอนนักเรียนหลายโรงเรียน และโอนย้ายเข้ารับราชการในสถาบันราชภัฏสงขลา จนครั้งสุดท้ายลาออกมาเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยทักษิณ 
          นายธรรมนิตย์ ได้รับการฝึกฝนการรำโนราจากญาติข้าง ๆ บ้าน ขณะที่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา เป็นเบื้องต้น ทั้งนี้เกิดจากความชอบความสนใจ ต่อมาเมื่อได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยครูสงขลาก็ได้รับการฝึกโนราอย่างจริงจังจากอาจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ และได้รับการครอบมือจากขุนอุปถัมภ์นรากร(พุ่ม เทวา) ซึ่งเป็นปรมาจารย์ทางโนราอย่างแท้จริง นายธรรมนิตย์ จึงฝึกเรียนท่ารำต่าง ๆ ที่เป็นแบบฉบับโนราโบราณทั้งสิ้น 
          นายธรรมนิตย์ มีผลงานการแสดงมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะนำลูกศิษย์ที่มีทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ ออกแสดงทุกทุกท้องที่ และเป็นนายโรงโนราที่มีความสามารถในการรำโนราเป็นอย่างดียิ่ง ลีลาอ่อนช้อยน่าชม ไม่ว่าจะเป็นการรำคล้องหงส์ การรำแทงเข้ เสียงร้องดี ขณะนี้ได้สั่งสอน ฝึกลูกศิษย์มากมายและนำออกแสดงในงานต่างๆ เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านการแสดงทั้งในและต่างประเทศอีกมากมาย รวมทั้งจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการฝึกรำโนราสำหรับเผยแพร่ด้วย
          นอกจากนี้ นายธรรมนิตย์ ยังได้รับเชิญจากสถาบันต่างๆ ให้ไปฝึกสอนโนราให้แก่นักเรียนเป็นจำนวนมาก ทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา
          ด้วยความรู้ความสามารถ ผลงานและการอุทิศตนของนายธรรมนิตย์ เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้าน สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ ให้ได้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน เพื่อเป็นเกียรติยศแห่งชีวิตสืบไป

 

นายสมบัติ พูลเกิด

ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
สาขาธุรกิจที่อนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย

          นายสมบัติ พูลเกิด เกิดวันอาทิตย์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๔๙๓ อายุ ๕๔ ปี เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี เป็นบุตรของ สิบเอกสวัสดิ์ นางส่อง พูลเกิด
          นายสมบัติ พูลเกิด จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ (มศ.๓) แล้วออกช่วยแม่ทำงาน ค้าขาย เพื่อช่วยเหลือน้อง ๆ อีก ๔ คน ให้ได้เรียนหนังสือ ในช่วงที่ช่วยเหลือแม่ค้าขายนี่เอง สร้างความไม่พอใจให้เกิดแก่นายสมบัติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกค้าที่มาซื้อของชอบหยิบของไปโดยไม่บอก จึงตัดสินใจขออนุญาตแม่ไปหางานทำเอง ในช่วงแรกก็ไปอาศัยอยู่ตามวัดต่าง ๆ ได้ดูพระตอกลายทำเมรุ ปั้นลายต่าง ๆ ด้วยความชอบจึงจดจำได้และหาดินเหนียวมาฝึกทำเอง เพราะอุปกรณ์ที่ต้องใช้จริงไม่มีเงินซื้อ ช่วงต่อมาก็ได้ฝึกวาดภาพเหมือน ตลอดถึงการเป็นลูกจ้างในการก่อสร้าง ได้รู้วิธีการผสมปูน การดัดเหล็ก นี่คือที่มาของการเป็นช่างปูนปั้น ที่ไม่ได้เรียนมาจากครูคนใด แต่ใช้โบราณสถานจากวัดต่าง ๆ เป็นที่ศึกษาเล่าเรียน 
          นายสมบัติ พูลเกิด ผุ้มีความมานะอดทน กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ก็ประสบผลสำเร็จในเรื่องปูนปั้น 
         

          มีผลงานปรากฏมากมาย ดังนี้ 
         

          วัดเวียงคอย ซุ้มหน้าต่าง ๑ ช่อง
          วัดวิหารโบสถ์ หน้าบันสุสานคนจีน ๑ ด้าน
          วัดสนามพราหมณ์ ศาลาการเปรียญ ๒ จั่ว
          วัดคงคาราม หน้าต่าง ๕ ช่อง ประตู ๒ ช่อง
          วัดในกลาง หน้าบันและซุ้ม ๑ ด้าน
          วัดชีประเสริฐ คูหา ๒ ข้าง หน้าต่าง ๒ ช่อง
          วัดกำแพงแลง ประตูโบสถ์ ๒ ช่อง 
          วัดใหม่ธรรมรังษี หน้าบัน ๑ ด้าน และกุฏิ
          วัดใหม่ตีนคุก หน้าบันโบสถ์ ๑ ด้าน
          วัดอัมพวัน ประตูทางเข้าวัด
          วัดไตรโลก หอระฆัง ๑ หอ 
          วัดนาค หอระฆัง ๑ หอ
          วัดแรก หอระฆัง ๑ หอ
          วัดดอนตากแดด หอระฆัง ๑ หอ
          วัดเกาะ เจดีย์ ๑ องค์
          วัดจันทร์ แท่นพระประธานโบสถ์ ๑ แท่น คูหาโรงทึม ๑ ช่อง หน้าบัน ๑ ว เจดีย์ ๑ องค์
          วัดลักษณาราม หน้าบัน ๒ ด้าน หน้าต่าง ๘ บาน ป้ายวัด ๑
          วัดแก่นเหล็ก เจดีย์ ๓ องค์ ร่วมบูรณะ
          วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ท่าเตียน
          วัดท่าม่วง กาญจนบุรี หน้าบันและซุ้มประตู
          วัดท่ามะปราง พิษณุโลก ฐานพระประธาน
          วัดภูเขาทอง หน้าบัน
          วัดภูเจ้าก่อ มุกดาหาร องค์พระประธาน
          สำนักสงฆ์ กฤตยา สระบุรี ฐานพระสัตวหิมพานต์
          วัดวังโพธิ์ กาญจนบุรี ซุ้มทางเข้าวัด
          โรงเรียนสตรีระนอง ซุ้มหน้าเสาธง
          งานปั้นอื่น ๆ ส่งห้าง ดิโอลด์สยาม พลาซ่า พาหุรัต กรุงเทพ ฯ 
         

         นายสมบัติ พูลเกิด เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ในการปั้นปูน ในรูปและลวดลายต่าง ๆ โดยการศึกษาด้วยตนเอง จนสามารถประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งให้ความรู้แก่เยาวชนทั่วไป อนุรักษ์สิ่งที่ดีงามและเผยแพร่ให้ปรากฏแก่ชาวไทยและชาวโลก โดยเฉพาะรูปปั้น ชาวต่างชาติจะสั่งทำเป็นจำนวนมาก
          ด้วยความรู้ความสามารถและผลงาน ของนายสมบัติ พูลเกิด ที่เกิดจากความมานะ อดทน ต่อสู้มาด้วยตนเองเพื่อให้ศิลปะที่มีค่ายิ่งยังคงอยู่ต่อไป สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ ให้ได้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาธุรกิจที่อนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย(ช่างปูนปั้น) เพื่อเป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูลสืบไป

 

 

นายวิทย์ พิณคันเงิน

ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
สาขาอนุรักษ์และส่งเสริมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย

          นายวิทย์ พิณคันเงิน เกิดวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๐ อายุ ๗๗ ปี เป็นชาวกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับประถมจากโรงเรียนทัดสิงหเสนีวัดชัยชนะสงคราม (วัดตึก) จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี จบฝึกหัดครูประถมการช่าง และมัธยมการช่าง จากโรงเรียนเพาะช่าง และจบการศึกษาระดับ
ปริญญาตรี วิชา ศิลปศึกษา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หน้าที่การงานในอดีตและปัจจุบัน ของนายวิทย์ พิณคันเงิน เป็นข้าราชการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
ข้าราชการกองวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เป็นภาคีสมาชิกสำนักศิลปกรรมและเป็นกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน เป็นสมาชิกสภาเขตพระนครผลงานที่ปรากฏ นายวิทย์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง การออกแบบลวดลายต่าง ๆ และจัดทำเอกสารออกเผยแพร่เป็นจำนวนมาก มีผลงานต่าง ๆ เป็นต้นว่า ด้านศิลปกรรมได้แก่ จัดทำภาพประกอบคำขวัญเกี่ยวกับงานวัฒนธรรม เขียนสารคดีประกอบภาพลงตีพิมพ์ในวารสาร “สตรีสาร” ได้รับคัดเลือกให้เป็นช่างเขียนภาพซ่อมแซมภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ ที่ระเบียงพระอุโบสถวัพระศรีรัตนศาสดาราม ฯลฯ ด้านบริการสังคม ได้แก่ เป็นอาจารย์พิเศษสอนการออกแบบลวดลายที่โรงเรียนเพาะช่าง สอนพิเศษวิชาการนิเทศก์ วิชาศิลปศึกษา ระดับปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณ์ ฯ สอนวิชาศิลปะไทย วิชาศิลปะพื้นบ้าน ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฯลฯ ด้านการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ได้แก่ เขียนบทความอ่านเองทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมประชาสัมพันธ์ จัดทำเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานวัฒนธรรมทางศิลปกรรม ฯลฯ
          นายวิทย์ พิณคันเงิน ได้รับรางวัลเกียรติคุณในฐานะผู้มีผลงานทางด้านวัฒนธรรมจากหน่วยงานต่าง ๆ หลายแห่งเพราะเป็นบุคคลที่เหมาะสมและเป็นตัวอย่างที่ดีของช่างเขียนและนักวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีฝีมือจากผลงานดังกล่าวของนายวิทย์ พิณคันเงิน ซึ่งเป็นผู้มีความตั้งใจจริง ทำงานจริงในเรื่องของศิลปะจิตรกรรม รวมทั้งมีการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ให้ปรากฏ สมควรได้รับเชิดชูเกียรติ ให้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ สาขาอนุรักษ์และส่งเสริมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย ( จิตรกรรม) เพื่อเป็นเกียรติยศแก่ครอบครัวสืบไป

 

 

                                                          นายสมาน น้อยนิตย์                                                     

                                           ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม                                                สาขาศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์

          นายสมาน น้อยนิตย์ เกิดเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๔๘๙ ที่จังหวัดอ่างทอง อายุ ๕๘ ปี เป็นบุตรของนายนายม้วน และนางพร น้อยนิตย์
          นายสมาน น้อยนิตย์ จบการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดต้นสน จังหวัดอ่างทอง จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนนาฏสิลป์ กรมศิลปากร (นาฏศิลป์ชั้นสูง) เมื่อจบการศึกษาแล้ว นายสมาน ได้เข้ารับราชการ แผนกดุริยางค์ไทย กองการสังคีต กรมศิลปากร ต่อมาได้โอนมาเป็นครูสอนดนตรีไทยในภาคดุริยางค์ศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์
          นายสมาน ได้เข้าศึกษาวิชาดนตรีจากครูที่มีความรู้ความสามารถหลายท่าน อาทิ ครูเจริญ นักดนตรี หลวงบำรุงจิตรเจริญ ครูประสิทธิ์ ถาวร ครูบาง หลวงสุนทร ฯลฯ จนมีความรู้ความสามารถในการบรรเลงดนตรีไทยได้หลายชนิด ผลงานที่ปรากฏ ได้แก่ การบรรเลงดนตรีไทยในงานพิธีและรัฐพิธี การเผยแพร่งานดนตรีไทยทั้งในและต่างประเทศ มีความสามารถเฉพาะตัวในการบรรเลงดนตรีไทยชนิดต่าง ๆ การประพันธ์และการบรรจุเพลงระบำ การจัดทำสื่อการเรียนการสอนด้านดนตรีและนาฏศิลป์ การรวบรวมและเรียบเรียงตำราทางดนตรีไทย เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทยมากมาย จากผลงานในเบื้องต้น นายสมาน น้อยนิตย์ ได้รับพระราชทานปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานาฏศิลป์และดนตรีไทย จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
          นอกจากนี้ นายสมาน น้อยนิตย์ ยังได้รับเชิญจากสถาบันต่างๆ ให้ไปฝึกสอนดนตรีไทยแก่นักเรียนนักศึกษาเป็นจำนวนมาก
          ด้วยความรู้ความสามารถ ผลงานและการอุทิศตนของนายสมาน น้อยนิตย์ ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่งานด้านดนตรีนาฏศิลป์ สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ ให้ได้รับพระราชทานรางวัลพระ สิทธิธาดาทองคำ ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดงที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและนาฏศิลป์ (ดนตรีไทย) เพื่อเป็นเกียรติยศแห่งชีวิตสืบไป

 

                                                          นายเอนก นาวิกมูล 

                                                 ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม 
                                            สาขาที่เกี่ยวกับการศึกษาและศาสนา 



          นายเอนก นาวิกมูล เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๔๙๖ อายุ ๕๑ ปี อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เป็นบุตรของ นายบุญส่ง นางสมถวิล นาวิกมูล
          นายเอนก นาวิกมูล จบการศึกษา จากโรงเรียนบ้านระโนด (ธัญเจริญ) โรงเรียนระโนดวิทยามูลนิธิ โรงเรียนมหาวชิราวุธ โรงเรียนวรนารีเฉลิม และจบคณะรัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รุ่นที่ ๒๕) เริ่มเขียนหนังสือเมื่อเรียนชั้นประถม เริ่มถ่ายภาพเพื่อการบันทึกตังแต่อายุ ๑๕ ปี และเริ่มค้นคว้าด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างจริงจังนับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นมา เป็นนักค้นคว้าและเขียนเรื่องย้อนอดีต ประวัติการถ่ายรูปยุคแรกของไทย การอ่านภาพเก่า การเก็บสะสมเกร็ดประวัติศาสตร์ แรกมีในสยาม โฆษณาเก่า เพลงพื้นบ้านภาคกลาง การละเล่นและประเพณี เรื่องราวต่าง ๆ ของไทยนักเขียนสารคดีอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะสารคดีที่เกี่ยวกับเรื่องเก่าๆ รูปเก่า ๆ คนเก่า ๆ มีผลงานมาแล้วกว่า ๗๐ เล่ม มีความมุ่งมั่นตั้งเป้าหมายไว้ถึง ๕๐๐ เล่ม เป็นผู้มีความสามารถพิเศษที่เขามองอะไรก็เห็นประเด็นค้นคว้าทำสารคดีได้หมด เรื่องราวของเขาจึงแปลกและสนุก ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยสาระน่ารู้ เผยให้แก่บุคคลทั่วไปได้รับรู้ และยังจัดสร้าง “บ้านพิพิธภัณฑ์” เก็บรวบรวมส่งของเก่าไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาด้วย
          นายเอนก เป็นผู้รักงานสารคดีและเน้นงานสารคดีมาตลอด เพราะเชื่อว่า ชาติจะเจริญก้าวหน้าได้ ส่วนหนึ่งต้องปลูกฝังให้คนในชาติรักการค้นคว้า สั่งสมความรู้และเผยแพร่ความรู้โดยต่อเนื่องและจริงจัง จนได้รับรางวัลและมีผลงานต่าง ๆ เช่น เป็นผู้เขียน “เพลงนอกศตวรรษ” หนังสือสารคดีดีเด่น งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ๒๕๒๒ และ “สิ่งพิมพ์คลาสสิค” หนังสือสารคดีดีเด่น งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ๒๕๓๔ ผู้สนับสนุนการอนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เมษายน ๒๕๓๔ นิสิตเก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯดีเด่น สาขากรณีเชิดชูเกียรติเป็นกรณีพิเศษ ๒๕๓๖ สมาชิกก่อตั้งกลุ่มศึกษาเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ๒๕๒๕ ชมรมส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านภาคกลาง ๒๕๓๐ สโมสรนักสะสมกรุงเทพ ๒๕๓๐ กลุ่มกิจกรรมวัฒนธรรม ๒๕๓๑ สมาชิกกิจกรรมวัฒนธรรม ๒๕๓๒ พิพิธภัณฑ์เด็กและบ้านพิพิธภัณฑ์ ๒๕๓๔ ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ
          ด้วยความรู้ความสามารถ ผลงานและการอุทิศตนของนายเอนก นาวิกมูล เพื่ออนุรักษ์และสืบสานงานด้านวัฒนธรรม เพื่อให้บุคคลทั่วไปและเยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษา สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ ให้ได้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาที่เกี่ยวกับการศึกษาและศาสนาเพื่อเป็นเกียรติยศแห่งชีวิตสืบไป