การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 14

Digital Technology for Sustainable Wellbeing and Smart Society

วันที่ 21 มิถุนายน 2562

ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

หลักการและเหตุผล


ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีในปัจจุบัน การขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และพัฒนาให้เท่าทันตามความเปลี่ยนแปลงของโลก จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value–Based Economy) จากภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น โดยการขับเคลื่อนด้วยการใช้นวัตกรรมในด้านการพัฒนาด้านต่างๆ การจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการยกระดับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ จำเป็นจะเป็นต้องมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของการเชื่อมต่อระหว่างโลกทางกายภาพและข้อมูลดิจิทัล การพัฒนาประเทศด้วยฐานความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ จึงมีความสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันดังกล่าว การบูรณาการงานวิจัยร่วมกับการพัฒนาและการสร้างนวัตกรรม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่นยืน

วิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (College of Innovative Technology and Engineering : CITE) เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่มีภารกิจหลักในการผลิตบัณฑิต การบริการวิชาการ การวิจัยและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมที่ต้องการบุคลากรและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ที่สอดคล้องทันความเปลี่ยนแปลงและอยู่บนรากฐานของความยั่งยืน ร่วมกับศูนย์บริการวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงได้จัดให้มีการประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ครั้งที่ 14 ในหัวข้อ " Digital Technology for Sustainable Wellbeing and Smart Society " โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยอันจะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งเป็นเวทีส่งเสริมให้นักศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ นำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในส่วนของภาคการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งต่อไป

วัตถุประสงค์


  1. เพื่อเป็นเวทีทางวิชาการในการเสนอผลงานวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิชาการ จากคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไป เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  2. เพื่อผลักดันและพัฒนานักวิจัยให้กับสังคมไทยอันจะขับเคลื่อนงานวิจัยให้ตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศ
  3. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลงานไปสู่การสร้างนวัตกรรมวิจัย ตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ
  4. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการขยายเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก

กลุ่มสาขาวิชาที่รับพิจารณา

  • กลุ่มที่ 3 ด้านศิลปะ งานสร้างสรรค์ และการออกแบบ (Arts and Design)
  • กลุ่มที่ 4 ด้านบูรณาการการเรียนการสอนศิลปะและการออกแบบ (Education for Arts and Design)
  • กลุ่มที่ 5 ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • กลุ่มที่ 6 ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ / เทคโนโลยีการอาหาร / สุขภาพและความงาม
  • กลุ่มที่ 7 ด้านการจัดการและบริหารธุรกิจ
  • กลุ่มที่ 8 ด้านการศึกษา
  • กลุ่มที่ 9 ด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม
  • กลุ่มที่ 10 ด้านอื่นๆ

ขอบข่ายการนำเสนอบทความวิจัย บทความวิชาการ

การนำเสนอบทความวิจัย บทความวิชาการ วิทยานิพนธ์ หรือการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จะต้องเป็นการนำเสนอผลงานที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และไม่เคยตีพิมพ์หรือได้รับการเผยแพร่มาก่อน

หมายเหตุ ทั้งนี้ บทความวิจัย บทความวิชาการ ฉบับเต็มที่ผู้นำเสนอบทความได้แก้ไขและปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จะได้รับการตีพิมพ์เป็น Proceeding ของการประชุมในรูปแบบเอกสารในอุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบพกพา (Handy Drive) ให้กับเจ้าของบทความวิจัย และบทความวิชาการ ในวันประชุมวิชาการ

ลักษณะการนำเสนอบทความวิจัย บทความวิชาการ

เป็นบทความที่สมบูรณ์ ความยาวประมาณ 8 - 12 หน้ากระดาษ A4 จัดทำตามรูปแบบการเขียนบทความวิจัย บทความวิชาการ ที่คณะกรรมการกำหนดไว้ ส่งบทความฉบับเต็มเป็นแฟ้มข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบไฟล์ที่เป็น Microsoft Word โดยส่งบทความผ่านทาง (ทำการปิดชื่อและสถาบันของผู้เสนอบทความ) ทั้งนี้บทความที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดจะไม่ได้รับการพิจารณา

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษา ได้มีโอกาสนำเสนอผลการวิจัย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทางวิชาการ และได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพงานวิจัย
  2. เกิดการผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการพัฒนานักวิจัยให้กับสังคมไทย อันจะขับเคลื่อนงานวิจัยให้ตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศ
  3. คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษา ได้พัฒนาผลงานนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมการวิจัย ตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ
  4. ได้เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก