ก้าวไปพร้อมกับ Internet Protocol Version 6 (IPv6) (ตอนที่ 1)
Getting to know internet Protocol Version 6 (IPv6) (Part 1)
๋KSC Newsletter Vol.21 December 2008
ส่วนสำคัญสำหรับการทำงานของอินเทอร์ตเน็ต ได้แก่ อินเทอร์เน็ตโพรโตคอล (Internet Protocol) ซึ่งประกอบด้วย
หมายเลขไอพีแอดเดรส (IP Address) ที่ใช้สำหรับการอ้างอิงเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายบนอินเทอร์เน็ต
ทั่วโลก เปรียบเสมือนการใช้งานโทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารจะต้องมีเลขหมายเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้อ้างอิงผู้รับสายได้
โดยคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเทอร์เน็ตจะมีหมายเลขไอพีแอดเดรสไม่ซ้ำกัน ซึ่งการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตส่วน
ใหญ่อยู่บนพื้นฐานการทำงานของอินเทอร์เน็ตโพรโทคอลเวอร์ชั่น 4 (Internet Protocal version 4 : IPv4) เป็น
มาตรฐานในการสื่อสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 แต่เนื่องจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นทำให้
จำนวนหมายเลขไอพีของ IPV4 ไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น
องค์กรกำหนดมาตรฐานการทำงานของอินเทอร์เน็ตหรือ IETF (The Internet Engineering Task Force) จึงได้พัฒนา
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอลเวอร์ัชั่น 6 (IPv6) เพื่อทดแทน IPV4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของตัวโพรโทคอล
ให้รองรับหมายเลขไอพีที่เพิ่มขึ้นและปรับปรุงลักษณะอื่น เช่น ความปลอดภัย การรองรับแอปพลิเคชั่นหรือการประยุกต์ใช้
งานใหม่ ๆ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลแพกเกตให้ดีขึ้น เป็นต้น ทำให้ตอบสนองต่อการขยายตัวและความ
ต้องการใช้งานเทคโนโลยีบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น
ทำความรู้จักกับมาตรฐานอินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (Internet Protocol)
ีรูปแบบของ IPv4 และ IPv6 มีการพัฒนาเพื่อให้รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นโดย IPv4 มีความยาว 32 บิต
รองรับหมายเลขอินเทอร์เน็ตได้ 232 หรือประมาณสี่พันล้านหมายเลข ในขณะที่ IPv6 มีความยาว 128 บิต รองรับได้
2128 หมายเลขหรือประมาณ 3.4 X 1038 หมายเลข
คุณสมบัติของ IPv6 ที่เหนือกว่า IPv4
IPv6 มีคุณสมบัติที่เหนือกว่า IPv4 มากมาย ซึ่งสามารถสรุปคร่าว ๆ ได้ 5 หัวข้อ ได้แก่ เรื่องการกำหนดแอดเดรส
(Addressing), การปรับแต่งระบบ (Configuration), การรับส่งข้อมูล (Data Delivery), การค้นหาเส้นทาง (Routing)
และความปลอดภัย (Security) เป็นต้น
การปรับเปลี่ยนระบบเครือข่ายจาก IPv4 สู่ IPv6
เทคนิคการทำงานร่วมกันระหว่าง IPv4 และ IPv6 แบ่งออกเป็น 3 เทคนิค คือ การใช้งาน IPv4 และ IPv6 ควบคู่กัน หรือ
ที่เรียกว่า Dual Stack ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด ในปัจจุบัน เทคนิคต่อมา คือ การทำอุโมงค์ (Tunneling)
ซึ่งเป็นการสร้างท่ออุโมงค์ในการรับส่ง IPv6 ผ่านไปบนเครือข่าย IPv4 และสุดท้าย การแปลงข้อมูล (Translation) จะเป็น
การแปลง Header ของ IP Packet จาก IPV6 เป็น IPV4 หรือจาก IPV4 เป็น IPV6 ซึ่งการเลือกใช้แต่ละเทคนิคต้องดูถึง
ความเหมาะสม และลักษณะการใช้งานของเครือข่ายที่มีอยู่
ทั้งนี้หากการปรับเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ โดยเครือข่ายต้นทางและปลายทางเป็นการใช้งาน IPv6 ทั้งหมด (ปราศจาก IPv4)
เ้ราเรียกการเชื่อมต่อลักษณะนี้ว่า IPv6 - native network
(อ่านต่อ page หน้า)
