|
|
ฟิล์มเกิดจากการค้นพบเงินเฮไลด์
(Silver Halide) ที่มีความไวต่อแสงเพื่อบันทึกภาพไว้บนสารไวแสง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบันทึกภาพ
ประกอบด้วยชั้นของเยื่อไวแสงที่เคลือบไว้บนฐานรองรับ ทำมาจากอาชีเอต
พลาสติกใสหรือกระจก |
| |
| โครงสร้างของฟิล์ม
ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้ |
 |
|
1. สารเคลือบป้องกันการขีดข่วน
ที่เรียกว่าเยลาตินชั้นบนสุด หรือ Nonstress supercoat |
2. ส่วนที่เป็นเยื่อไวแสง
(Emulsion) เป็นสารไวแสงที่สำคัญของฟิล์มถ่ายภาพ
คือ เกลือเงินเฮไลด์ (Silver halide) เช่น เงินคลอไรด์ (Silver chloride)
เงินโบราไมด์ (Silver bromide) และเงินไอโอไดด์ (Silver lodide) |
3. วัสดุเหนียว
(Subbing layer) หรือชั้นกาวหนียวใช้ผนึกระหว่างฐานรองรับกับชั้นที่ฉาบสารไวแสง
เพื่อให้สารไวแสงยึดแน่นกับฐานรองรับ |
4. ส่วนที่เป็นฐานรองรับเยื่อไวแสง
(Support) จะใช้โพลีเอธีลีนเทเรพธาเลต
โพลีเอสเตอร์ (Polyethylene terepthalate polyester) มีลักษณะเป็นแผ่นบางคล้ายพลาสติก |
5.
สารป้องกันการสะท้อนกลับของแสง (Anti-halation) เป็นส่วนที่อยู่ด้านหลังของฟิล์มเพื่อป้องกันการโค้งงอ
และยังทำหน้าที่ป้องกันการเกิดฮาเลชั่น (Halation) |
|
|
| การทำงานของฟิล์ม
|
เมื่อฟิล์มรับแสง
(Exposed to light) ในปริมาณที่พอเหมาะภาพของวัตถุจะถูกบันทึกไว้ในเยื่อไวแสงในลักษณะของภาพแฝง
(Latent image) ที่ไม่สามารถมองเห็นภาพจนกว่าจะผ่านกระบวนการล้างฟิล์ม
เมื่อฟิล์มผ่านนำ้ยาสร้างภาพ (Developer) ส่วนที่ถูกแสงจะเปลี่ยนไปทำให้เกิดภาพของเงินสีดำและบริเวณที่ไม่ถูกแสงยังคงมีเงินเฮไลด์
และผ่านน้ำยาคงสภาพ (Fixer) เงินเฮไลด์จะทำปฏิกิริยากับไฮโปหรือโซเดียมไธไอซัลเฟตในน้ำยาคงสภาพ
ทำให้เงินเฮไลด์หลุดออกจากฟิล์มคงเหลือแต่ภาพของวัตถุที่บันทึกมา ภาพที่เกิดขึ้นบนฟิล์มมีความเข้มของสีที่มีลักษณะกลับกันกับวัตถุเป็นจริงถูกเรียกว่า
ฟิล์มเนกาทิฟ (Negative) และเมื่อนำฟิล์มไปอัดขยายบนกระดาษอัดภาพจะได้สีที่ภาพกลับกันอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งเป็นภาพจริงเหมือนวัตถุที่บันทึก จึงเรียกว่า ภาพพอซิทิฟ (Positive)
|
|
|
Exposed
to light |
Negative
|
Positive |
|
| |
| ประเภทของภาพฟิล์ม
: ฟิล์มที่ใช้ถ่ายภาพโดยทั่ว
ๆ ไปอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ |
| |
|
| 1. ฟิล์มขาว – ดำ |
| |
| 2. ฟิล์มสี |
|
| |
| ฟิล์มแบ่งออกได้เป็น
3 ชนิด |
| |
|
|
1. ฟิล์มเนกาทิฟ
(Negative film) คือ ฟิล์มที่ใช้ถ่ายภาพโดยทั่วไป มีเยื่อไวแสงที่ให้สีตรงกันข้ามกับสีของวัตถุ
หลังจากถ่ายภาพแล้ว นำฟิล์มไปผ่านกระบวนการล้างฟิล์ม ซึ่งลักษณะของภาพจะเป็นเนกาทิฟ
คือ มีสีตรงกันข้ามและเมื่อนำฟิล์มไปอัดขยายลงบนกระดาษอัดภาพ จะได้ภาพที่มีสีตรงความเป็นจริงของวัตถุ |
|
2. ฟิล์มพอซิทิฟ
(Positive film) เป็นฟิล์มที่ใช้สำหรับ Copy จากฟิล์มเนกาทิฟให้เป็น
ฟิล์มพอซิทิฟ |
|
3. ฟิล์มริเวอร์ซัล
(Reversal film) คือ ฟิล์มประเภทสไลด์ เป็นฟิล์มโปร่งใส เมื่อบันทึกภาพเรียบร้อยแล้ว
และนำไปผ่านกระบวนการล้างฟิล์มจะได้ภาพที่มีลักษณะเหมือนธรรมชาติ |
| |
|
|
|
|
|
| ลักษณะและขนาดของฟิล์ม |
|
ฟิล์มที่ผลิตออกมามีลักษณะและขนาดที่แตกต่างกันโดยจะมีตัวเลขบอกขนาดความกว้างฟิล์ม
เช่น 16 มม., 35 มม., 2 นิ้วหรือใหญ่กว่านี้ และฟิล์มจะถูกบรรจุในลักษณะต่างกัน
เช่น ในกลัก (Cartridge) ตลับ (Cassette) ม้วน (Reel) หรือเป็นแผ่น
(Sheet film) ในกล่องฟิล์ม ฟิล์มจะมีรายละเอียดเป็นหมายเลขกำกับไว้
เพื่อให้นักถ่ายภาพสะดวกในการใช้งาน ดังนี้คือ |
1.
ฟิล์มแผ่น (Sheet Flim) เป็นฟิล์มที่ใช้กับกล้องขนาดใหญ่
มีพื้นที่ในการรับภาพ 4x5 นิ้ว ที่ขอบมุมด้านหนึ่งจะมีรอยบากเพื่อการบรรจุฟิล์มโดยใช้นิ้วจับและหันด้านที่เคลือบน้ำยาของฟิล์มรับแสง
ขณะถ่ายภาพ |
|
2. ฟิล์มเบอร์ 110 เป็นฟิล์มขนาด 16
มม. ที่บรรจุในกลัก ใช้กับกล้องขนาดเล็ก 110 Pocket มีพื้นที่รับภาพ
13 x 17 มม. (ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว)
|
|
3. ฟิล์มเบอร์
126 เป็นฟิล์มที่บรรจุในกลักเช่นเดียวกับฟิล์มเบอร์
110 ใช้กับกล้อง อินสตาเมติค มีพื้นที่รับภาพ 28 x 28 มม. (ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว) |
|
4. ฟิล์มเบอร์
135 เป็นฟิล์มที่บรรจุในกลักหรือในหลอด
เป็นฟิล์มที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่ หลายขนาดความกว้างของฟิล์ม 35
มม. มีความยาวต่างกัน เช่น ถ่ายภาพได้ 20 ภาพ (135-20) ,24 ภาพ (135-24)และ
36 ภาพ (135-36) แล้วแต่ผู้บริษัทผู้ผลิต หากใช้กล้องที่สามารถแบ่งฟิล์มได้จะสามารถ
ถ่ายภาพได้จำนวนมากขึ้นเป็น 2 เท่า เรียกว่าแบบครึ่ง เฟรม (Half frame)
มีพื้นที่รับภาพ 18x24 มม. และถ้าเป็นแบบเต็มเฟรม (Full frame) จะมีขนาดของภาพ
24x36 มม. |
|
5. ฟิล์มเบอร์
120 เป็นฟิล์มที่ใช้กับกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวขนาดกลาง
เป็นแบบม้วน ห่อหุ้มด้วยกระดาษสีดำ ขนาดของฟิล์มชนิดนี้ขึ้นอยู่กับช่องใส่ฟิล์มที่เปิดรับแสง
ซึ่งมีหลายรูปแบบ ดังนี้
- ขนาดพื้นที่รับภาพ 6 x 7 ซม. ม้วนหนึ่งบันทึกภาพได้ 10 ภาพ
- ขนาดพื้นที่รับภาพ 6 x 6 ซม. ม้วนหนึ่งบันทึกภาพได้ 12 ภาพ
- ขนาดพื้นที่รับภาพ 6 x 4.5 ซม. ม้วนหนึ่งบันทึกภาพได้ 15 ภาพ |
|
6. ฟิล์มอินสแตนท์หรือฟิล์มโพลารอยด์เป็นฟิล์มถ่ายภาพด่วน
ไม่เสียเวลาในการล้างอัด ขยายภาพ เหมาะกับงานด่วนหรือต้องการทดลองดูสภาพแสงและการจัดองค์ประกอบในภาพก่อนที่จะบันทึกลงฟิล์มจริง
ฟิล์มประเภทนี้เป็นแผ่นบรรจุอยู่ในห่อๆ ละ 10 ภาพ
|
|
|
| |
| ความไวแสงฟิล์ม
(Film speed) |
ความไวแสงฟิล์ม
หมายถึง ความสามารถในการรับแสงของฟิล์ม โดยขึ้นอยู่กับขนาดของเกลือเงินที่เคลือบบนฟิล์ม
โดยทั่วไปค่าความไวแสงที่ผลิตออกมาจำหน่ายจะใช้ค่ามาตรฐานของประเทศต่าง
ๆ เช่น ASA (American Standard Association), JIS (Japanese Industrial
Standard) หรือ DIN (Deutsche Industrie Norm) เป็นต้น ความแตกต่างกันของแต่ละประเทศจึงทำให้มีองค์การมาตรฐานนานาชาติขึ้นและใช้เป็นหน่วยสากลที่เรียกว่า
ISO (International Standard Oganization) |
| |
|
| |
ความไวแสงของฟิล์มแบ่งออกเป็น 4 ระดับ
คือ |
|
ฟิล์มความไวแสงต่ำ
(Low speed film) เป็นฟิล์มที่มีความไวแสงประมาณ
ISO 16-64 ฟิล์มประเภทนี้จะฉาบเยื่อไวแสงไว้บาง ๆ และมีเม็ดเกลือเงินขนาดเล็กทำให้เนื้อของฟิล์ม
(grain) ละเอียดมากสามารถนำฟิล์มไปขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ได้ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในบริเวณที่มีแสง
สว่างมาก |
|
ฟิล์มความไวแสงปานกลาง
(Normal or Medium speed film)
ได้แก่ ฟิล์มที่มีความไวแสงประมาณ ISO 80-200 นิยมใช้ในการถ่ายภาพทั่วไปทั้งในและนอกห้องถ่ายภาพ
เนื้อของ ฟิล์มละเอียดพอสมควรให้ความคมชัดของรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี |
|
ฟิล์มความไวแสงสูง (High or fast
speed film) เป็นฟิล์มที่มีความไวแสงฟิล์มประมาณ
ISO 400-800 เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในบริเวณที่มีแสงสว่างน้อย มีคุณภาพของเกรนเนื้อฟิล์มค่อนข้างหยาบ
ไม่เหมาะที่จะนำฟิล์มไปขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ เพราะเกรนของภาพจะแตก
|
|
ฟิล์มความไวแสงสูงพิเศษ
(UItra fast speed film) เป็นฟิล์มที่ผลิตขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ
มีความไวแสงฟิล์มสูงตั้งแต่ ISO 800 ขึ้นไป เหมาะสำหรับการนำไปถ่ายภาพในที่
ๆ มีแสงน้อยมาก และมีข้อเสียคือ ฟิล์มชนิดนี้จะมีราคาแพง อายุการใช้งานสั้นกว่าปกติ |
ฟิล์มแต่ละชนิดจะมีความไวแสงฟิล์มในการทำปฏิกิริยากับแสงเพื่อบันทึกภาพได้ช้าหรือเร็วแตกต่างกันค่าของความไวแสงฟิล์มที่แตกต่างกันนี้จะมีผลต่อการเลือกปรับขนาดช่องรับแสงและความเร็ว
ชัตเตอร์ในการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก
|
|
| |
| ตารางการใช้งานของฟิล์มที่มีความไวแสงที่ต่างกัน |
|
|
| |
| รหัสอิเล็กทรอนิกส์ (DX-coding) |
 |
 |
รหัสอิเล็กทรอนิกส์กลักและขอบฟิล์มเป็นการบันทึกรหัสอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่กลักและขอบฟิล์ม
(ระบบ DX-Coding) ของผู้ผลิตมีไว้เพื่อควบคุมระบบการถ่ายภาพและระบบล้างในเครื่องล้างฟิล์มและช่วยป้องกันการตั้งความไวแสงผิดพลาดของผู้ใช้กล้อง
และยังช่วยในการจำแนกชนิดฟิล์มก่อนการล้างโดยเครื่องล้างภาพอัตโนมัติและควบคุมระบบขยายภาพอัตโนมัติให้ทำงานถูกต้องอีกด้วย |
|
| |
| ตัวอักษร ตัวเลข และรหัสต่าง
ๆ บนกล่องฟิล์ม |
| |
ฟิล์มในแต่ละชนิดจะมีตัวอักษร
ตัวเลขและรหัสต่าง ๆ บอกไว้ที่กล่องบรรจุฟิล์ม เพื่อให้ทราบถึงคุณสมบัติและชนิดของฟิล์มแบบต่าง
ๆ สะดวกแก่การเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง ตามความต้องการ มีดังต่อไปนี้ |
1. |
ยี่ห้อของฟิล์ม
เช่น Kodak, Fuji, Agfa,Konica, Ilford และ Mitsubishi |
| |
|
2. |
ตัวเลขบอกรหัสของฟิล์มและจำนวนภาพ |
 |
CN 135-36 |
ฟิล์มสี
(No,135) สำหรับกล้อง 35 มม. จำนวน 36 ภาพ |
| CL 110-24 |
ฟิล์มสี
(No.110) สำหรับกล้อง 110 จำนวน 24 ภาพ |
| EB 135-36 |
ฟิล์มสไลด์สี
Daylight (No.135) สำหรับกล้อง 35 มม. จำนวน 36 ภาพ |
| EPP 120-20 |
ฟิล์มสไลด์สี
Daylight (No.120) สำหรับกล้องขนาดกลาง หรือกล้อง 120 |
| ET 135-36 |
ฟิล์มสไลด์สี
Tungsten (No.135) สำหรับกล้อง 35 มม. จำนวน 36 ภาพ |
| |
|
| |
|
3. |
ตัวอักษรบอกชนิดของฟิล์ม |
| |
| ฟิล์มสี
Negative |
จะมีคำว่า
color เช่น Kodakcolor, Fujicolor เป็นต้น |
| ฟิล์มสไลด์สี |
จะมีคำว่า
“Chrome” อยู่ด้วยเช่น Ektachrome, Fujichrome เป็นต้น |
| ฟิล์มขาว-ดำ |
มีคำว่า
“Pan” ย่อมาจากคำว่า Panchromatic Film เช่น Kodak Verichrome
pan, Agfa Isopan, Fuji Neopan เป็นต้น |
| Daylight |
ใช้กับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์
|
| Type A |
ใช้กับแสงไฟประดิษฐ์ที่มีอุณหภูมิสี
3,400 องศาเคลวิน |
| Type B |
ใช้กับแสงสว่างจากไฟทังสเตนที่มีอุณหภูมิสี
3,200 องศาเคลวิน หรือเรียกว่า ฟิล์มทังสเตน |
 |
|
|
|
ฟิล์มขาว-ดำ |
ฟิล์มสี
|
ฟิล์มสไลด์สี
|
ฟิล์มทังสเตน |
|
|
| |
|
|
| ฟิล์ม APS (Advance
Photo System) |
 |
|
ฟิล์ม APS เป็นฟิล์มและกล้องถ่ายภาพที่พัฒนาใหม่
เพื่อผลิตออกมาแทนฟิล์ม 135 และกล้องที่ใช้ฟิล์มเนกาทีฟ ฟิล์มชนิดนี้จะบรรจุอยู่ในกลักฟิล์มที่มีขนาดเล็กกว่าฟิล์ม
135 และมีแถบแม่เหล็กบันทึกข้อมูลการถ่ายภาพ (IX หรือ Magnetic Information
Exchange ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลของระบบการทำงานระหว่างกล้อง, เลนส์
และเครื่องล้างอัดขยายภาพ ได้แก่ การเปิดรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์
สภาพแสง ขนาดของภาพและข้อมูลที่ต้องการพิมพ์ลงด้านหลังภาพ |
ฟิล์ม
APS จะสามารถลดการผิดพลาดในการใส่ฟิล์มได้ เพราะฟิล์มจะอยู่ในกลักจนกว่าจะถูกกลไกอัตโนมัติในกล้องดึงฟิล์มออกและเมื่อบันทึกภาพครบตามจำนวนฟิล์มจะเลื่อนเข้าในกลัก
การล้างฟิล์มเครื่องจะดึงฟิล์มออกจากกลักเดิมไปเก็บไว้ในกลักชั่วคราว
และเมื่อเสร็จขบวนการจึงใส่ฟิล์มคืนกลักเดิม และการอัดขยายภาพก็มีกระบวนการคล้ายกัน |
|
| |
| การเก็บรักษาฟิล์ม |
ควรเก็บรักษาฟิล์มไว้ในที่อากาศแห้งและปราศจากไอของสารเคมี
ที่เก็บฟิล์มควรมีอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับเก็บฟิล์ม คือ 4 -10 องศาเซลเซียส
(หรือ 40-50 ํF) และไม่ควรเก็บในที่ที่มีความชื้น หากฟิล์มที่บรรจุฟิล์มในกระดาษโลหะ(Foil)
หรือห่อด้วยพลาสติกมิดชิดไม่ให้อากาศเข้าได้และยังไม่ได้แกะหรือฉีก
สามารถเก็บฟิล์มไว้ในตู้เย็นและถ้าต้องการใช้ฟิล์มนั้นจะต้องนำฟิล์มออกมาอยู่ในอุณหภูมิปกติประมาณ
20 นาที แล้วจึงฉีกสิ่งที่ห่อหุ้มฟิล์มนั้นออกเพื่อป้องกันความชื้นในอากาศจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเกาะที่ผิวฟิล์ม
|
|